จากสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน กลุ่มคณะราษฎรได้เรียกร้องประชาธิปไตยโดยให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องลาออก แก้ไขรัฐธรรมนูญ และปฏิรูปสถาบัน
ในระยะเวลาผ่านมาหลายเดือนได้มีการต่อสู้อย่างสันติวิธี มีกิจกรรมการชุมนุมทางการเมือง เพื่อกดดันให้รัฐบาลทำตามข้อเรียกร้อง เพื่อให้การชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัย
แต่เกิดจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้การ์ดราษฎรเพิ่มความเข้มงวดในการแบ่งหน้าที่ ความเข้มงวดในการทำหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็น กรณีถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดกั้นไม่ให้ไปชุมนุมหน้ารัฐสภา ย่านเกียกกาย และปะทะกับผู้ชุมนุมเสื้อเหลือง เมื่อ 17 พ.ย. และ อีกเหตุการณ์คือ ความรุนแรง เมื่อวันที่ 25 พ.ย. ที่ บริเวณแยกรัชโยธิน ที่ถูกตำรวจสรุปว่าเป็น “เหตุวิวาทของการ์ดอาชีวะจากปัญหาส่วนตัว” จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย
มีการออกแบบกำหนดโครงสร้างของทีมการ์ดที่ร่วมกันปกป้องมวลชนที่เข้าร่วมชุมนุม ในนามกลุ่ม “การ์ดภาคีเพื่อประชาชน” โดยมีทีมการ์ดที่เข้าร่วมอุดมการณ์ ดังนี้
1.ทีมการ์ดปลดแอก จัดตั้งเพื่อปกป้องมวลชน สนับสนุนเพื่อนร่วมอุดมการณ์โดยไม่ยึดติดแกนนำ มุ่งเน้นให้ทีมงานปลอดภัย
2.ทีมการ์ดมวลชน จัดตั้งจากกลุ่มมวลชนอาสาเพื่อปกป้องประชาชน สนับสนุนอุดมการณ์ของมวลชน
3.ทีมการ์ดราษฎร จัดตั้งเพื่อปกป้องราษฎรที่เข้าร่วมกิจกรรมและสนับสนุนกิจกรรมทางการเมือง
4.ทีมราษฎรฝั่งธน เป็นกลุ่มการ์ดอาชีวะจัดตั้งเพื่อสนับสนุนอุดมการณ์ในข้อเรียกร้อง 3 ข้อตามที่แกนนำได้นำเสนอ พร้อมปกป้องและดูแลประชาชน
5.ทีมการ์ดเฉพาะกิจ จัดตั้งเพื่อสนับสนุนในอุดมการณ์และข้อเรียกร้อง เกิดจากการรวมกลุ่มของผู้ที่ปกป้องประชาชนแบบเฉพาะกิจ
6.ทีมการ์ดอากิระพลังมวลชน เกิดจากกลุ่มนักเพาะกาย และคนวัยทำงานจัดตั้งเพื่อสนับสนุนการเรียกร้องประชาธิปไตยและข้อเรียกร้องของประชาชน
7.กลุ่มองค์กรบอดี้การ์ด สเปเชี่ยล ฟอร์ส เป็มทีมจากครูพลามซึ่งเป็นอดีตหน่วยซีล ต้องการที่จะเข้าร่วมกลุ่มการ์ดและพร้อมที่จะปกป้องประชาชนเพื่อสนับสนุนอุดมการณ์ทางการเมืองของมวลชน
8.ทีมพิราบขาว เพื่อปกป้องมวลชนให้ได้รับความปลอดภัยในการเข้าร่วมชุมนุมที่ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมอย่างถูกต้องตามรัฐธรรมนูญไทย เพื่อให้ได้รับความสะดวก รวมถึงสวัสดิภาพในการชุมนุมและเฝ้าระวังบุคคลที่ไม่หวังดีต่อกลุ่มผู้เรียกร้องประชาธิปไตยทุกคน โดยยึดหลักการรักษาสันติวิธีทุกวิถีทาง
9.กลุ่มการ์ดฟันเฟืองประชาธิปไตย เกิดจากกลุ่มพี่น้องอาชีวะร่วมกันปกป้องพี่น้องประชาชนที่เข้าร่วมการชุมนุมพร้อมสนับสนุนในข้อเรียกร้องต่างๆ ของเพื่อนร่วมอุดมการณ์
10.ทีมอาชีวะพิทักษ์ประชาชน เป็นการ์ดกลุ่มใหม่ที่พี่น้องอาชีวะขึ้นมาและเปิดตัวในวันนี้ พร้อมปกป้องและดูแลประชาชนและสนับสนุนในข้อเรียกร้องของประชาชน
ต่อมาเกิดปัญหา กระทบกระทั่งกันใน นายปิยรัฐ จงเทพ หรือ โตโต้ แกนนำคณะราษฎร ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว ยุติบทบาทการทำหน้าที่การ์ดให้กับการชุมนุม หลังคนของตัวเองถูกทำร้ายร่างกาย เพียงเพราะเข้าไปห้ามเหตุทะเลาะวิวาท หวั่นพื้นที่ชุมนุมไม่ปลอดภัยจากคนที่อ้างว่ามาดูแลความสงบเรียบร้อย และปลอดภัยเสียเอง เตือนผู้ชุมนุมเพิ่มความระมัดระวังให้มาก
ก่อเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันไปหลายส่วน ว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้น และการชุมนุมในอนาคตจะเป็นอย่างไร หากปัญหาเรื่องการ์ดยังมีการถกเถียงถึงบทบาทต่างๆกันในหลายส่วน มีความไม่ลงตัวกันหลายจุด โดยเฉพาะหน้าที่ของการ์ด ที่จะต้องเพิ่มความเข้มข้นในการทำงานมากขึ้น หรือจะปรับเปลี่ยนลักษณะการทำงานไปในรูปแบบใด
“จันจิรา สมบัติพูนศิริ” นักวิชาการจากสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หัวร่อต่ออํานาจ: อารมณ์ขันและการประท้วงด้วยสันติวิธี แสดงความเห็นเรื่องการ์ด กับการชุมนุม ระบุว่า
เรื่องการ์ดเป็นความท้าทายของทุกม็อบ ด้วยสาเหตุหลักสองเรื่อง
1. การประท้วงยังเน้นแต่การชุมนุมบนถนนอย่างเดียว ถนนคือพื้นที่เปิด ความเสี่ยงเยอะ พอชุมนุมนานๆก็เริ่ม paranoid กัน การ์ดก็ใช้หลักไม่ไว้ใจใครไว้ก่อน ยิ่งสร้างความตึงเครียดระหว่างกลุ่มต่างๆในม็อบ
– เรื่องนี้แก้ได้ด้วยการหาวิธีประท้วงที่หลากหลาย ไม่เน้นแต่การรวมตัวบนถนน เอาเข้าจริงในการศึกษาเรื่องขบวนการต่อสู้ที่ไม่ใช้ความรุนแรง กลุ่มวิธีต้านอำนาจที่ทรงอานุภาพที่สุดคือการไม่ให้ความร่วมมือ (เช่นนัดหยุดงาน หยุดเรียน ถอนเงิน คว่ำบาตร) ไม่ใช่เพียงการลงถนนเท่านั้น
2. วิธีคิดเรื่อง “การ์ด” ในบริบทการประท้วงในไทย มักเน้นเรื่องภัยคุกคามจากคนนอก/มือที่สาม จึงยิ่งทำให้การ์ด internalise othering ระแวงคนไปหมด จากที่ตอนแรกไม่มีภัยคุกคาม วิธีทำงานของการ์ดอาจสร้างศัตรูเองและสร้างเงื่อนไขให้เกิดการแทรกแซงได้ง่าย
“แก้เรื่องนี้ได้หลายวิธี เช่นอบรมการ์ดโดยปรับวิธีคิดจาก “การ์ด” = ระวังภัยภายนอก เป็นการ์ด = ผู้ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้การชุมนุมเป็นไปอย่างสงบ การ์ดจึงไม่ใช่การประจัญหน้า แต่คือคนที่ลดเงื่อนไขความรุนแรงด้วยการเช่นเมื่อถูกยั่วยุ อาจต้องยกมือยอมแพ้หรือนั่งลงเพื่อลดความตึงเครียด ฯลฯ การฝึกฝนจะทำให้การ์ดทำงานในสภาวะกดดันได้ มี protocol ที่ชัดเจนว่าควรทำอะไรไม่ทำอะไรในสภวะหน้าสิ่วหน้าขวาน รวมถึงอาจต้องคิดถึง gender factor และเรื่องยิบย่อยอื่นๆในกลุ่มการ์ด เช่น เป็นไปได้มั้ยที่จะมีผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย? มีทีมสื่อสารกับตำรวจและสื่อ? วิธีการแต่งตัวของการ์ดมีทางใช้สีที่ดูเป็นมิตรได้หรือไม่?”
“ถ้าการชุมนุมครั้งนี้ต้องประคองให้เป็นไปแบบ “สันติ” ด้วยปัจจัยหลักคือเพื่อป้องกันการรัฐประหารและกลไกที่ไม่เป็นประชาธิปไตยทุกรูปแบบ การ์ดต้องไม่เป็นเงื่อนไขเสียเอง ด้วยเหตุนี้การ์ดจึงเป็นทั้งจุดแข็งและจุดเปราะบางของขบวนการ และฝ่ายความมั่นคงรู้เรื่องนี้ดี” อ.จันจิรา กล่าว

