บ่าย 3 โมง วันนี้ (2 ธ.ค.) ศาลรัฐธรรมนูญ นัดอ่านคำวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรี ของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สิ้นสุดลงหรือไม่ ตามคำร้องที่ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้าน ได้ยื่นคำร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย จากการใช้บ้านพักในกรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ ถ.วิภาวดีรังสิต มาตั้งแต่ดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ.ในปี 2553 จนถึงปัจจุบัน โดยไม่เสียค่าเช่าให้กับทางราชการ ทั้งๆ ที่เกษียณอายุราชการมาแล้วหลายปีนั้น เข้าข่ายเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ?
เป็นคดี “บ้านพักหลวง” ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ถูกครหาว่า อยู่ฟรี จากภาษีประชาชน
ก่อนถึงเวลาชี้ชะตา พล.อ.ประยุทธ์ อารมณ์ดี ลงเยี่ยมวิสาหกิจชุมชนริมคลองโฮมสเตย์ จ.สมุทรสงคราม ลงพื้นที่พบประชาชนปกติ โดยปฏิเสธอย่างมีอารมณ์ว่า “ไม่ใช่การสร้างขวัญกำลังใจให้ตัวเองก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย”

ทั้งนี้ คดีนี้เป็นผลสืบเนื่องจากการที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ กับ รัฐมนตรี อีก 6 คน เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา ปัจจุบันขึ้นเป็นเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้ใช้ข้อมูลจากทำหน้าที่ในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหาร รับบทเป็นผู้อภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ ในเรื่องนี้
“กรณีอยู่อาศัยในบ้านพักทหารในกรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ ถ.วิภาวดีรังสิต ซึ่งเป็นบ้านพักทางราชการทหาร อยู่อาศัยมาตั้งแต่เป็น ผบ.ทบ. ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2553 จนถึงปัจจุบัน ทั้งที่เกษียณอายุราชการตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2557 โดยไม่เสียค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าพักอาศัยให้ทางราชการ ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2557 เป็นต้นมา คิดเป็นมูลค่านับล้านบาท ถือว่าเกินกว่า 3,000 บาท ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กำหนดเอาไว้ เข้าข่ายรับประโยชน์ใดจากหน่วยงานราชการ อันเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์”
แม้ผลจากการเปิดซักฟอกนายกฯ กับอีก 6 รัฐมนตรี ที่ถูกฝ่ายค้านจองกฐิน จะฉลุยได้รับการไว้วางใจจาก ส.ส.รัฐบาลอย่างท่วมท้น
แต่ภายหลังจบศึกซักฟอกไม่ถึงเดือน นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้าน พร้อม 56 ส.ส. ได้นำหัวเชื้อจากการอภิปรายนายกฯ กรณี “อยู่บ้านหลวง” ยื่นใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ผ่าน นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด ความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (5) และมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) ประกอบมาตรา 186 วรรคหนึ่ง และมาตรา 184 วรรคหนึ่ง (3) หรือไม่ ?
จากนั้น นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ตรวจสอบถูกต้องของคำร้อง ก่อนเปิดเผยว่าได้ส่งเรื่องต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญแล้ว
วันที่ 11 มิถุนายน สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ส่งหนังสือถึงนายสมพงษ์ แจ้งคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ มีมติรับคำร้องไว้พิจารณาเพื่อวินิจฉัย โดยขอให้ผู้ถูกร้องยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาล
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าที่จะมีคดีนี้เกิดขึ้น พล.อ.ประยุทธ์เคยชี้แจงเพียงสั้นๆ เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ถึงกรณีที่ตนเองยังอยู่บ้านพักของข้าราชการ โดยระบุว่า
“เรื่องบ้านพัก ผมไม่ขอตอบคำถามนี้ ผมทำงานรับใช้ชาติมาตลอดชีวิต ถึงกฎระเบียบจะว่ายังไงก็ตาม วันนี้ยังทำงานอยู่ ปัญหาผมเป็นนายกรัฐมนตรี แล้วก็มีปัญหาเรื่อง รปภ. เพราะฉะนั้นจะต้องมีสถานที่ที่เหมาะสมในการรักษาความปลอดภัยในฐานะผู้นำประเทศ อย่างอื่นอีกด้วยหลายๆอย่าง ผมก็เตรียมการไปอยู่บ้านผมอยู่แล้ว”
ทั้งนี้ กองทัพบก (ทบ.) ในฐานะเจ้าของพื้นที่ ได้ชี้แจงข้อกล่าวหาของ พล.อ.ประยุทธ์ ไปยังศาลรัฐธรรมนูญ 2 ครั้ง ในช่วงเวลาเกือบๆ 6 เดือนก่อนศาลนัดชี้ชะตา
ครั้งแรก ในสมัยที่ “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ เป็น ผบ.ทบ. ได้ชี้แจงโดยยกระเบียบของ ทบ.ว่าด้วยการเข้าพักบ้านพักทหาร ยืนยันว่า พล.อ.ประยุทธ์อยู่ในบ้านพักรับรอง ไม่ใช่บ้านพักสวัสดิการ ในฐานะที่ทำคุณประโยชน์ต่อประเทศและ ทบ. หากพักอยู่นอกเขตทหาร จะทำให้เกิดความยากลำบากในการรักษาความปลอดภัย จึงอนุมัติให้เข้าพักอาศัยในบ้านพักรับรองของ ทบ. รวมถึงให้การรักษาความปลอดภัย และการสนับสนุนอื่นๆ ในฐานะบุคคลสำคัญของประเทศ ทำให้เข้าหลักเกณฑ์ตามระเบียบบ้านพักทหาร สามารถอาศัยอยู่ต่อได้
ครั้งที่สอง ในสมัย “บิ๊กบี้” พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ได้ชี้แจงเพิ่มเติม กรณี “ค่าน้ำ-ค่าไฟ” ที่มีรายงานว่า ศาลรัฐธรรมนูญยังคาใจว่า รัฐจ่าย หรือว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้จ่าย โดย พล.อ.ณรงค์พันธ์ ได้ยกระเบียบกองทัพบกว่าด้วยการเข้าพักอาศัยในบ้านพักรับรองกองทัพบก พ.ศ.2548 ข้อ 11 ได้กำหนดหลักเกณฑ์ว่า ให้กองทัพบกพิจารณาความเหมาะสมในการสนับสนุนงบประมาณค่ากระแสไฟฟ้า และน้ำประปา ตลอดจนค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จำเป็นต่อการพักอาศัยตามความจำเป็นและเหมาะสม
จากนั้น วันที่ 4 พฤศจิกายน ศาลรัฐธรรมนูญเผยแพร่เอกสารข่าวเพื่อยุติการไต่สวน และนัดอ่านคำวินิจฉัย โดยระบุว่า ศาลได้ประชุมปรึกษากันแล้วเห็นว่า คดีมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้
แน่นอน เมื่อผู้ที่เกี่ยวข้องทำคำชี้จากแก้ต่างให้ พล.อ.ประยุทธ์ พรรคเพื่อไทยในฐานะผู้ยื่นร้อง พล.อ.ประยุทธ์ ย่อมมีความเห็นทางกฎหมายโต้แย้ง

ในบทความ : “ประยุทธ์” อยู่บ้านพักฟรี จากภาษีใคร ? ที่เผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์พรรค โต้แย้งความพยายามของกองทัพบก โดยนายทหารชั้นผู้ใหญ่ถึง 2 คนว่า การอยู่บ้านพักทหารของ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นเรื่องของ “ระเบียบที่ได้รับการยกเว้น”
แต่ นายประเสริฐ ยังยืนยันตามข้อกฎหมายเช่นกันว่า ตามระเบียบการพักอาศัยของ ทบ. มีข้อหนึ่งระบุอีกว่า ระหว่างรับราชการอยู่ หากอยู่บ้านพักสวัสดิการของราชการ ต้องไม่มีบ้านอยู่ใน กทม. แต่ พล.อ.ประยุทธ์ มีบ้านอยู่ในเขตนี้ เหตุใดยังอยู่บ้านหลวง ทั้งยังเคยอ้างถึงการพักอยู่ในค่ายทหารมีความปลอดภัยกว่า แล้วนายกฯท่านอื่นๆ เช่น พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีต ผบ.ทบ. และอดีตนายกฯ ไม่เคยพักบ้านหลวง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ อยู่ในสถานการณ์การเมืองร้อนแรง มีม็อบชุมนุม ก็ไม่เคยทำเช่นนั้น ยังอยู่บ้านของตัวเอง
“ส่วนการดูแลความปลอดภัยของนายกฯ ไม่ใช่หน้าที่ของกองทัพบก แม้นายกฯ และคนในรัฐบาลเคยชี้แจงถึงความจำเป็นในการรักษาความปลอดภัย ต้องอาศัยอยู่ในบ้านหลวงในกรมทหารราบที่ 1 แต่ความจริงศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) มีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของนายกฯ เพราะฉะนั้นข้ออ้างดังกล่าวจึงฟังไม่ขึ้น”
ถือเป็นไทม์ไลน์จาก 2 มุมมองทางกฏหมาย ก่อนที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คนจะลงมติชี้ชะตา พล.อ.ประยุทธ์ ว่าจะ “ร่วง” หรือ “รอด” ท่ามกลางสถานการณ์ร้อนทางการเมือง โดยม็อบราษฎรประกาศจุดยืนนัดชุมนุมที่ห้าแยกลาดพร้าว เพื่อติดตามผลจากคดีดังกล่าว
เป็นการติดตาม โดย พริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำราษฎรยืนยันอย่างเสียงแข็งว่า ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ร่วง เราจะฉลองชัย แต่ถ้า พล.อ.ประยุทธ์รอด เราจะไล่กันต่อไป
ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
: ‘บิ๊กตู่’ ระทึก ศาลรธน. รับคำร้อง ปมอยู่บ้านพักทหาร
: “บิ๊กตู่” อ้างปัญหาการรักษาความปลอดภัย จึงจำเป็นต้องอยู่บ้านพักค่ายทหารต่อ

