09.00 น. INDEX : กระบวนท่า ไพบูลย์ นิติตะวัน กระบวนท่า “ชิงสุกก่อนห่าม”

12.08.16 | 08:57 น.
ไพบูลย์ นิติตะวัน - พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา

คล้ายกับว่าการเปิดตัวของ “พรรคประชาชนปฏิรูป” จะเป็นมาตรการ “รุก” ทางการเมือง

“ขยายผล” จาก “ประชามติ”

อ่านเกมจากที่ 1 เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ และ 1 เห็นชอบคำ ถามพ่วง

เท่ากับสนับสนุน “คสช.”

ความหมายก็คือ มีเสียงอย่างน้อยกว่า 15 ล้านเสียงเป็นพื้นฐานให้กับ “คสช.”

Advertisement

เหมือนกับที่ “พรรคเพื่อไทย”เคยได้เมื่อเดือนกรกฎาคม 2554

มาตรการ”รุก” ทางการเมืองเช่นนี้มีความสำคัญและทรงความหมาย

แต่ก็มี “จุดอ่อน” ขึ้นมาจนได้

จุดอ่อนอย่างสำคัญอยู่ตรงที่เป็น นายไพบูลย์ นิติตะวัน อยู่ตรงที่เป็น นพ.มโน เลาหวณิช

สะท้อนลักษณะ “ชิงสุกก่อนห่าม”

น่าเห็นใจ นายไพบูลย์ นิติตะวัน น่าเห็นใจ นพ.มโน เลาหวณิช อย่างยิ่ง

น่าเห็นใจเพราะ “ผิด” จังหวะ

หากฟังจากน้ำเสียงของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประสาน กับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา

น่าเชื่อว่า 2 ท่านนี้ “ไม่รู้”

ยิ่งหากฟังจากน้ำเสียงของ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ยิ่งน่าเป็นห่วง

น่าเป็นห่วง นายไพบูลย์ นิติตะวัน

เพราะบทสรุปของ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ต่อ นายไพบูลย์ นิติตะวัน คือ

“การเสนอประเด็นนี้อาจเคลือบแคลง สงสัย”

ความเคลือบแคลงสงสัย 1 คือ ความเคลือบแคลงสงสัยต่อท่าทีโดย นายไพบูลย์ นิติตะวัน

ไม่ว่าจะเป็นเพราะ 1 รับงานมาหรือไม่

ไม่ว่าจะเป็นเพราะ 1 เป็นการช่วงชิง “ตีเหล็ก”ขณะกำลัง”ร้อน”

เล่นบทเป็นฝ่ายรุก เป็นฝ่ายกระทำ

อย่างน้อย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คงจะอ่านออกและรับรู้ว่าเป้าหมายและความต้องการของ นายไพบูลย์ นิติตะวัน เป็นอย่างไร

แต่ 1 ก็คือจะเป็นการรุก”เร็ว”เกินไปหรือไม่

ขณะเดียวกัน การอ้าง 15 ล้านเสียง”ประชามติ”ก็ดำเนินไปอย่างล่อแหลมต่อการเปรียบเทียบ

เปรียบเทียบกับ 15 ล้านเสียงเมื่อปี 2554

เปรียบเทียบกับ 19 ล้านเสียงเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2548 ของ พรรคไทยรักไทย

ตกลง”เสียงส่วนใหญ่”สำคัญหรือไม่