สุรชาติ ชี้มติส.ว.มะกัน จี้ฟังม็อบ แค่เสียงเตือนระลอกแรก แนะรบ.ตั้งหลักคิด รับระเบียบใหม่

สุรชาติ ชี้ มติส.ว.มะกัน จี้ฟังม็อบ แค่สัญญาณเตือน ระลอกแรก แนะตั้งหลังคิด พร้อมรับระเบียบโลกใหม่ 

วันนี้ (5 ธ.ค.) ดร.สุรชาติ บำรุงสุข ศาสตราจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับรายการ The Politics ข่าวบ้าน การเมือง ชี้สัญญาฯเตือนรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จากสหรัฐ กรณีที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ วุฒิสภา สหรัฐอเมริกา แสดงจุดยืนสนับสนุนขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตยในไทย พร้อมขอผู้นำไทยฟังเสียงประชาชน

ย้อนอ่าน : แทมมี ดักเวิร์ธ สว.มะกันเชื้อสายไทย ร่วมออกมติวุฒิสภา จี้รบ.ไทยฟังเสียงผู้ชุมนุม เคารพหลักปชต.

ดร.สุรชาติ ชี้นัยยะดังกล่าว มาพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่วอชิงตัน เพราะถอยกลับไป หลังชัยชนะของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเห็นได้ว่า นโยบายที่สนับสนุนความเป็นประชาธิปไตยที่สหรัฐฯ เคยดำเนินมาในยุครัฐบาลประธานาธิบดีโอบามา หรือก่อนหน้านั้นเกือบทั้งหมด มันตกหล่นหายไประหว่างทางในช่วงของทรัมป์ เห็นชัดว่า นโยบายต่อเอเชียไม่มีความชัดเจน เว้นแต่เพียง 2 เรื่อง คือ นโยบายสงครามการค้ากับจีน และนโยบายที่เกี่ยวข้องกับอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ พ้นจากนี้เราแทบไม่เคยเห็นอะไรจริงจัง หากเมื่อย้อนกลับไปนโยบายในสมัยประธานาธิบดีโอบามา จะเห็นความต่างชัดเจนมาก

– ปธน.ใหม่ นโยบายเปลี่ยน หวนกลับปชต.

“ผมคิดว่า สัญญาณพวกนี้เป็นสัญญาณในเวทีระดับโลก ถามว่า เป็นอะไรที่ต่างจากเดิมในนโยบายของสหรัฐไหม ถ้าเรายอมรับว่า ตั้งแต่ในยุคหลังสงครามเย็นหรือสงครามคอมมิวนิสต์ กระแสประชาธิปไตยเป็นกระแสที่อเมริกันมีส่วนในการผลักดันมาก อาจจะต้องยอมรับว่า ในส่วนหนึ่ง สหรัฐฯ เชื่อว่า ประชาธิปไตยจะเป็นเครื่องมือในการต่อสู้กับการก่อการร้าย จะเห็นกระแสแบบนี้เกิดขึ้นมากในโลกอาหรับ

“อีกส่วนหนึ่งเชื่อว่า ประชาธิปไตยจะเป็นเครื่องมือในการพัฒนาประเทศ เพราะเปิดให้การมีส่วนร่วมของประชาชนในทางการเมือง รวมถึงอีกส่วนหนึ่ง เชื่อว่า ประชาธิปไตยจะเป็นเครื่องมือในการพัฒนาเศรษฐกิจ จะเป็นโอกาสในการลดช่องว่างทางเศรษฐกิจ ในกระแสโลกาภิวัตน์ ผมคิดว่ าเราเห็นกระแสใหญ่ หลังการสิ้นสุดของสงครามคอมมิวนิสต์ เป็นกระแสการเมืองเสรี และเศรษฐกิจเสรี สหรัฐมีส่วนที่จะผลักดันอันนี้”      

“แต่คำว่าผลักดัน ไม่ใช่ว่า รัฐบาลสหรัฐเข้าไปจุ้นจ้าน หรือที่ปีกขวาไทยชอบคิด วันนี้ความน่าสนใจคือ ปีกขวาไทยคิดไปไกลมาก เชื่อว่าทุกอย่าง สหรัฐอยู่เบื้องหลังทั้งหมด จนเหมือนเรากำลังดูหนัง สายลับซีไอเอทำได้ทุกอย่าง แต่เอาเข้าจริงๆ ผมคิดว่า อาจจะต้องถอยกลับมา เพื่อจะตั้งสติในการมอง”

– ดึงสติปีกขวาไทย อย่าดูหนังเยอะ บุกสถานทูต 

“แน่นอน ผมคิดว่า ไม่ใช่สหรัฐเท่านั้น แต่ประเทศตะวันตกแล้ว ประเทศเสรีทั้งหมด รวมทั้งญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สหภาพยุโรปด้วย อยากเห็นไทยเป็นประชาธิปไตย สิ่งที่ประเทศเหล่านี้เห็นแย้งคือ เขาไม่เห็นด้วยกับรัฐประหารในปี 2549 เพราะมันคือการสะท้อนถึงภาวะถดถอยของการเมืองไทย ขณะเดียวกัน ในระยะไม่ถึง 10 ปี พอถึงปี 2557 เราก็มีรัฐประหารครั้งใหม่ ในขณะที่ภาพของการเมืองในภูมิภาคกลับมีลักษณะที่เราเห็นชัด พม่ามีประชาธิปไตยมากขึ้น แต่การเมืองไทยกลับถดถอยความเป็นประชาธิปไตยลงไป นี่จึงทำให้ประเทศตะวันตกหลายประเทศ พยายามผลักดันให้ไทย กลับมาเดินบนเส้นทางที่เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น”

“ต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมาเราพยายามสร้างแนวกันชนของเราด้วย หากประเทศตะวันตก ทั้งสหรัฐ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สหภาพยุโรป ไม่เห็นด้วยกับทิศทางที่ไทยจะเป็น ระบอบอำนาจนิยมไทยก็จะมุ่งไปหารัฐบาลที่พร้อมสนับสนุนไทย ในกรณีของปักกิ่ง หรือ มอสโคว์ พอมาถึงจุดนี้ พอการเมืองที่ทำเนียบขาวเปลี่ยน เพราะการมาของโจ ไบเดน จึงเชื่อว่า หลังพิธีสาบานตัวในช่วงกลางเดือนมกราคม ปี 64 ไปแล้วจะมีความชัดเจนมากขึ้น แต่ขณะเดียวกัน ผมคิดว่า ปีกอนุรักษ์นิยมไทย ก็อาจจะต้องตั้งสติเหมือนกัน เพราะว่าถ้าไม่อย่างนั้น ปีกอนุรักษ์นิยมไทย คงต้องเดินไปหน้าสถานทูตอเมริกากันอีกหลายรอบ เพราะว่า ตัวนโยบาย อาจจะไม่เรียกร้องไทยประเทศเดียว แต่เป็นภาพรวม อย่างล่าสุดที่เราเห็นเอกสารของวุฒิสภาอเมริกัน มันเป็นเรื่องไทยพอดี อันเป็นเหตุที่เกิดจากการเมืองภายในของไทย”

– นี่แค่สัญญาณเตือนระลอกแรกจากวอชิงตัน  

“ตอนนี้ไบเดน ยังไม่ได้สาบานตนเข้ารับตำแหน่งเต็มตัว เพราะฉะนั้น นโยบายจริงๆ ของรัฐบาลยังไม่ออกมา อาจจะพูดได้ว่า นี่เป็นระลอกแรก แต่อย่างน้อย ท่าทีพวกนี้ ผมคิดว่าคือสัญญาณต่อรัฐบาลที่กรุงเทพฯ ถึงกลุ่มการเมืองในประเทศไทยเหมือนกัน ยกเว้นแต่เราจะเชื่อว่า ไม่เป็นไร อเมริกันจะส่งสัญญาณอย่างไร ความจริงไม่ใช่แค่อเมริกัน สิ่งเหล่านี้มาจากประเทศตะวันตกในหลายครั้งแล้ว ถ้าเราคิดว่า เราก็หันไปอยู่กับจีนแทน ผมคิดว่า ไม่ใช่ทางเลือกที่ถูกและทางเลือกที่ดี วันนี้ผู้นำไทยอาจจะต้องเริ่มคิดใหม่มากขึ้น ปีกขวาไทยในอดีตอยู่กับอเมริกัน ในวันนี้ความน่าสนใจคือ ปีกขวาไทยเป็นปีกขวาที่เกลียดอเมริกัน ปีกขวาไทยในอดีตเกลียดจีนรักอเมริกัน โลกของการเมืองไทยกำลังกลับหัวกลับหาง มันเหลืออย่างเดียว ทำอย่างไรสังคมไทยจะมีสติในการคิด เผชิญกับความเปลี่ยนแปลง ในเวทีการเมืองโลก จะใช้วิธีเดินไปด่าอเมริกันหน้าสถานทูต ผมคิดว่า ไร้เหตุผล”

– แนะรบ.ตั้งหลักคิด รับระเบียบโลกที่เปลี่ยนไป 

“วันที่ทรัมป์ขึ้นมา มันสอดรับกับการถดถอยของประชาธิปไตยในการเมืองโลก วันนี้ปีกอนุรักษ์นิยมไทยคงต้องยอมรับว่า การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของสหรัฐ มันคงถอยกลับไปสู่วาระหลัก วาระหนึ่งที่สังคมอเมริกัน และสังคมตะวันตก ผลักดันมาในยุคสงครามเย็นและโลกาภิวัตน์ คืออยากเห็นประชาธิปไตยเติบโตหลังการสาบานตัว คงเห็นนโยบายที่ชัดเจนขึ้น ไม่ใช่แค่นโยบายของสหรัฐต่อไทย แต่รวมถึงนโยบายของสหรัฐต่ออาเซียนด้วย

“ผมคิดว่า วันนี้ปัญหาเฉพาะหน้ามีอย่างเดียว คือปัญหาระดับรัฐบาล ผู้นำต้องตั้งหลักคิดมากกว่านี้ เราเห็นการอภิปรายของส.ว.บางส่วน หรือส.ส.บางคน ที่เชื่อว่า อเมริกันเข้ามาแทรกแซง ผมคิดว่า สิ่งที่เป็นไปได้มากที่สุด ไม่ว่า จะเป็นระดับนายกฯ สภาความมั่นคง ผู้นำทหารไทยต้องเริ่มคิดจริงๆว่า ตกลงเราจะเชื่อข่าวลือกันไปเรื่อยๆ หรือเราจะเชื่อโดยไม่มีหลักคิด แล้วพาประเทศไทยไปอย่างที่เราเห็น คือการไม่มีทิศไม่มีทางในนโยบายต่างประเทศ วันนี้อาจต้องเรียกร้องให้กระทรวงการต่างประเทศไทย คิดได้มากกว่านี้ โดยเฉพาะในระดับตัวรัฐมนตรีเอง

“ซึ่งวันนี้ผมไม่แน่ใจว่า เมื่อความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแล้ว ตัวนายกฯ หรือรมต. มีความพร้อม และเหมาะสม จะรับมือกับความเปลี่ยนแปลงนี้มากเพียงใด” สุรชาติ ทิ้งท้าย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เชียงรายปิดสถานบันเทิง 4 แห่งผู้ติดเชื้อทำงานและไปใช้บริการ
บทความถัดไปก๊าซรั่วเหมืองถ่านหินจีน ดับคนงาน 18 ศพ