หน้าแรก การเมือง เปิดใจหนุ่มโพ...

เปิดใจหนุ่มโพสต์แกนนำม็อบพิษณุโลกถูกอุ้ม เจอข้อหาหนัก ติดคุกฟรี3เดือน สุดท้ายรอด!

7.12.20 | 15:24 น.
เปิดใจหนุ่มพิษณุโลก ตร.ระดมข้อหาหนักคดีการเมือง อัยการสั่งไม่ฟ้อง ติดคุกฟรี3เดือน

หากยังจำกันได้ กรณีการนัดชุมนุมชูสามนิ้วต้านรัฐบาลที่จังหวัดพิษณุโลก ช่วงต้นเดือนสิงหาคม ก่อนการจัดชุมนุม เกิดเหตุเยาวชน แกนนำกลุ่มพิษณุโลกคนกล้าฯ หายตัวลึกลับ ท่ามกลางคำถามว่าหายไปไหน

ต่อมาเพจ “พิษณุโลกคนกล้า ไม่ก้มหน้าให้เผด็จการ” โพสต์ข้อความสรุปได้ว่า มีเหตุการณ์แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมถูกกลุ่มบุคคลซึ่งเชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ นำตัวไปจากบริเวณลานจอดรถวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วรมหาวิหาร หรือวัดใหญ่ ต.ในเมือง อ.เมือง เพื่อให้งานล่ม ไม่ให้เกิดการชุมนุมขึ้นในวันที่ 9 ส.ค. โดยระบุว่ามีการนำตัวแกนนำไปในค่าย ตชด.เจ้าพระยาจักรี (กก.ตชด.31) มีส.ส.และสื่อมวลชนนำเสนอข่าวดังกล่าว

ถัดมา เจ้าหน้าที่ตำรวจออกมายืนยันไม่มีการควบคุมตัวแกนนำ และจะเอาผิดคนโพสต์ข้อความดังกล่าว ด้วยพรบ.คอมพิวเตอร์ จากนั้นไม่กี่วันถัดมาก ตำรวจพิษณุโลก ร่วมกันแถลงจับกุม นายเวหา หรืออาร์ท แสนชนชนะศึก อายุ 36 ปี ชาว อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ผู้ต้องหาตามหมายจับ ที่ 183/2563 ลงวันที่ 13 ส.ค.2563 ซึ่งกระทำความผิดฐาน “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน”

“เวหา” ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว พร้อมยืนฝากขังในเรือนจำ ต่อเนื่องกันถึง 4 ครั้ง ตามกฎหมายจะครบกำหนดฝากขัง ราวต้นเดือนตุลาคม แต่เขาถูกขังอยู่นานถึงต้นเดือนพฤศจิกายน จากนั้นอัยการก็มีคำสั่งไม่ฟ้องในคดี พรบ.คอมพิวเตอร์ เพราะข้อกล่าวหาไม่เข้าความผิด

เรื่องยังไม่จบ ตำรวจพิษณุโลก เดินหน้าแจ้งเอาผิดตามมาตรา 116 ประมวลกฎหมายอาญา ข้อหา ยุยงปลุกปั่น อันก่อให้เกิดความกระด้างกระเดื่อง ระหว่างที่เขาถูกฝากขังในเรือนจำ ซึ่ง อัยการก็สั่งไม่ฟ้องอีก

Advertisement

“สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2563 ชุดจับกุมของตำรวจภูธรภาค 6 ได้นำกำลังกว่า 20 นายเข้าบุกค้นและจับกุมผมที่บ้าน ตามหมายจับของศาลจังหวัดพิษณุโลก ที่ 183/2563 ข้อหา นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยข้อความอันเป็นเท็จ อันจะทำให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ (พรบ. คอมพิวเตอร์ มาตรา 14(3)) ในกรณีที่ผมเผยแพร่ข้อความว่ามีนักเรียนและประชาชนในจังหวัดพิษณุโลกถูกคุกคามในระหว่างการชุมนุมทางการเมือง ระหว่างที่ผมถูกควบคุมตัวที่ สภ. เมืองพิษณุโลก เจ้าหน้าที่ได้แถลงข่าวการจับกุมต่อสื่อมวลชน โดยที่ผมไม่สามารถให้การหรือให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับสื่อมวลชนได้” เวหา เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟัง

เขาเล่าต่อว่า  “หลังจากการแถลงข่าว ผมถูกควบคุมตัวอยู่ในห้องขังของ สภ. เมืองพิษณุโลก เป็นเวลา 2 คืน เพื่อดำเนินการสอบปากคำ หลังจากนั้นได้นำตัวผมไปขอฝากขังต่อศาลจังหวัดพิษณุโลก พร้อมทั้งคัดค้านการประกันตัว ทำให้ผมต้องเข้าเรือนจำตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2563 ในระหว่างนั้น พนักงานสอบสวนได้มาแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมที่เรือนจำ ในข้อหาความมั่นคงตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 116 เพิ่มอีกข้อหาหนึ่ง และยังคงฝากขังต่อไปเรื่อยๆ” เวหากล่าว

เขาถูกขังในเรือนจำเป็นเวลานานจนผิดสังเกต ตำรวจไม่มายื่นฝากขังเพิ่ม เขาจึงให้ญาติ ไปสอบถามกลับศาล ในวันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา สุดท้ายได้คำตอบว่า อัยการสั่งไม่ฟ้องนานแล้วตั้งแต่เดือนตุลาคม แต่ไม่มีใครมาแจ้ง ขณะที่เขาอยู่เรือนจำ ไม่รับทราบข่าวใดๆ มีเพียงเพื่อนผู้ต้องขังและเจ้าหน้าที่เรือนจำที่บอกให้ฟังว่าตร.มีอำนาจฝากขังได้สูงสุดได้  7 ครั้ง  วันเดียวกันนั้น จึงมีคำสั่งปล่อยตัว เวหา ออกจากเรือนจำ

เขาเล่าว่า  “ในวันที่ 1 ตุลาคม 2563 เป็นวันที่ครบกำหนดการฝากขัง แต่ไม่มีการเรียกตัวผมไปฝากขังเพิ่มเติม แต่ผมก็ยังไม่ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำ โดยที่ผมเองก็ไม่ทราบถึงความคืบหน้าและขั้นตอนใดๆของคดี เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่มีการแจ้งให้ทราบ และการถูกคุมขังในเรือนจำทำให้ผมสิ้นอิสรภาพและเสรีภาพในการติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอก”

“จนเวลาล่วงเลยไปเป็นเดือน ญาติของผมจึงได้ไปสอบถามความคืบหน้าที่ศาลในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 ปรากฏว่า คดีนี้อัยการไม่สั่งฟ้อง เนื่องจากผมไม่ได้กระทำความผิดครบองค์ประกอบความผิดของข้อกล่าวหา และข้อความที่เผยแพร่นั้นไม่ได้เป็นความเท็จแต่อย่างใด อีกทั้งไม่ได้กระทำการอันเป็นการยุยงปลุกปั่นใดๆ ญาติของผมจึงดำเนินการขอปล่อยตัว ทำให้ผมได้รับการปล่อยตัวในช่วงค่ำของวันนั้น รวมระยะเวลาที่ผมถูกคุมขังในเรือนจำ 2 เดือน 25 วัน” เวหาเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟัง

นายเวหา หรืออาร์ท แสนชนชนะศึก

คดียังไม่จบ ล่าสุดตำรวจยังแจ้งข้อหา ทำผิดพรบ.ชุมนุมสาธารณะ ซึ่งอัยการกำลังนัดฟังคำสั่งว่าจะฟ้องหรือไม่ฟ้อง

“ในวันนี้ (7 ธันวาคม 2563) พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก ได้นำตัวผมเข้ามาพบอัยการคดีศาลแขวงพิษณุโลก เพื่อรายงานตัวและส่งสำนวนฟ้องใหม่ โดยตั้งข้อกล่าวหากระทำผิด พรบ. ชุมนุม ฐานไม่แจ้งการชุมนุมต่อเจ้าหน้าที่รัฐ เบื้องต้นผมให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาเนื่องจากไม่ได้เป็นผู้จัดการชุมนุมและไม่ได้อยู่ในที่ชุมนุม โดยพนักงานอัยการคดีศาลแขวงพิษณุโลก ได้นัดฟังคำสั่งในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564” เวหา กล่าวยืนยัน

วันนี้ เวหา ไม่ต้องถูกขังในเรือนจำอีก เขาหลุดพ้นจาก 2 ข้อกล่าวหาใหญ่ ทั้ง พรบ.คอมพิวเตอร์ และ มาตรา 116 ฐานะปลุกระดมก่อเกิดความไม่สงบ  เหลือแค่คดี ชุมนุมสาธารณะ หากผิดจริงโทษก็ไม่หนัก แต่เขาก็ยืนยัน ว่า เขาไม่เกี่ยว ไม่ได้ไป ไม่ได้นัดใคร และ ไม่ได้อยู่ในที่ชุมนุม

เวหา เล่าให้ฟังว่า แม้เขาจะดีใจที่สุดท้ายแล้วเขาไม่ได้ทำผิดตามข้อกล่าวหา แต่ตลอดเวลาเกือบสามเดือน เขาต้องทุกข์ทน จากการถูกจำกัดอิสรภาพ  เสียเวลาและโอกาสต่างๆ  ระหว่างเขาถูกดำเนินคดี แม้หลายคนจะให้กำลังใจ แต่ ในช่วงแรก ญาติพี่น้องคนรอบข้างเขาหลายคน ถึงกลับอันเฟรนด์เขาจากโลกสังคมออนไลน์

เมื่อถามว่า ความรู้สึกในวันนี้เป็นอย่างไร เวหา กล่าวสวนกลับทันทีว่า “ยิ่งโกรธมากกว่าเดิม” เพราะเขาเองเป็นคนถูกกระทำเสียเอง ชีวิตเขาประกอบอาชีพเป็นเกษตรกร ที่ผ่านมาไม่เคยร่วมชุมนุมทางการเมืองกลับใคร แค่สนใจปัญหาและประเด็นทางการเมือง วันนี้ เมื่อถูกกระทำเสียเอง นอกจากความรู้สึกอยุติธรรมจะไม่ลดลงแล้ว เขากลับยิ่งโกรธแค้นมากกว่าเดิมเสียอีก