กลายเป็นปัญหาลึกๆ สำหรับการจัดงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ซึ่งศิษย์ของ 2 มหาวิทยาลัยมีกำหนดจัดการแข่งขันทุกปีเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรี โดยแต่ละปีจะสลับกันเป็นเจ้าภาพ ปีนี้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นเจ้าภาพ และการแข่งขันก็ดำเนินมาถึงปีที่ 71 แล้ว ทั้งนี้ก่อนมีการแข่งขันฟุตบอลนิสิตนักศึกษาจาก 2 มหาวิทยาลัยจะเดินพาเหรดเข้าสู่สนามกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะจัดขบวนอัญเชิญพระเกี้ยว ขณะที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จัดขบวนล้อเลียนการเมือง เสียดสีผู้บริหารประเทศในมุมมองของนิสิตนักศึกษา ส่วนบนอัฒจันทร์กองเชียร์ของจุฬาฯ และธรรมศาสตร์จะแปรอักษร สลับกับการเชียร์ซึ่งมีเชียร์ลีดเดอร์ที่คัดเลือกและฝึกซ้อมกันมาเป็นปีคอยทำหน้าที่อยู่ด้านหน้า
ปกติกิจกรรมและการแข่งขันฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์เกิดขึ้นและจบลงในห้วงเวลาสั้นๆ ขบวนล้อเลียนการเมืองก็จัดทำกันต่อเนื่อง เพียงแต่เมื่อการแข่งขันฟุตบอลประเพณีปีก่อน มีความพยายามจากฝ่ายบริหารประเทศที่จะคัดกรองขบวนล้อเลียนการเมืองของนักศึกษา แต่นักศึกษาก็พยายามนำเสนอ กระทั่งเกิดเหตุการณ์เซอร์ไพรส์ขึ้น โดยนักศึกษาลอบเอารูปล้อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีออกไปนำเสนอกลางสนาม จนกลายเป็นความวุ่นวายในภายหลัง กระทั่งการจัดกิจกรรมในปีนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวและ คสช. เพ่งเล็งการจัดขบวนล้อเลียนการเมืองอีกครั้ง
ความจริงแล้วการล้อเลียนการเมืองไม่ใช่เรื่องต้องมาห้ามปราม เหตุการณ์เมื่อปีที่แล้วก็ได้ข้อสรุปค่อนข้างชัดว่าเป็นการแสดงออกทางความคิดของนิสิตนักศึกษา แม้ความคิดเห็นอาจจะไม่ตรงกับ คสช. แต่ก็เป็นเพียงปรากฏการณ์ที่อยู่ในขอบเขตงานฟุตบอลประเพณี เมื่องานดังกล่าวจบลง กิจกรรมต่างๆ ก็ยุติ ดังนั้นในปีนี้จึงไม่จำเป็นที่จะต้องห้ามปรามการล้อเลียนการเมือง ขณะเดียวกัน น่าจะสนับสนุนให้นิสิตนักศึกษาแสดงความคิดเห็นออกมาได้ เพื่อยืนยันความเป็นประชาธิปไตยและการให้สิทธิเสรีภาพทางความคิดแก่ชาวโลกที่เฝ้ามองความเป็นไปในประเทศไทยอยู่ ยิ่งการแสดงออกนั้นเป็นการแสดงอารมณ์ขัน เป็นการล้อเลียนการเมืองที่ประเทศประชาธิปไตยต่างๆ กระทำกันอยู่เป็นนิตย์ ไม่ได้ทำให้เกิดความสั่นไหวของรัฐบาล ไม่ได้เป็นภัยความมั่นคง ยิ่งน่าจะปล่อยให้เป็นไปตามความนึกคิดของเยาวชน
