สัญญาณการเมือง สำนักสุขิโต ส่งผ่านฤาษีเกวาลัน ณ หิมาลัย
คำทำนายอัน มาจากฤาษีเกวาลันแห่งเทือกเขาหิมาลัยยืนยันการอยู่ ยาวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มิได้มาจากคำวินิจฉัยของตุลา การศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม เท่านั้น
หากแต่รูปธรรมหนึ่ง คือ ความขัดแย้งภายในพรรคเพื่อไทยอันเผยแสดงผ่านการเลือกตั้งนายกอบจ.ที่จังหวัดเชียงใหม่
การที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ใช้สถานะแห่งประธานนปช.ออกมาให้การการันตีต่อ นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ ขณะที่พรรคเพื่อไทยยกขบวนไปช่วย นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นับว่าชัดเจน
เท่ากับ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประกาศแยกตัวออกจากพรรคเพื่อไทย โดยไม่สนใจว่า นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง จะให้การสนับสนุนใคร
ในเมื่อสถานีกลางของ ‘โหรวารินทร์’ ในการติดต่อกับฤาษีเกวาลันแห่งเทือกเขาหิมาลัย คือสำนักสุขิโตแห่งจังหวัดเชียงใหม่ จึงย่อมจะกระสาต่อกลิ่นทางการเมืองอย่างรวดเร็วยิ่ง
จึงกล้าฟันธงว่าบางส่วนของพรรคเพื่อไทยจะไปค้ำยันอำนาจในทางการเมืองให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หากทอดตามอง ไปยังความเป็นปึกแผ่นภายในรัฐบาล ภายในพรรคพลังประชารัฐ ก็จะประจักษ์ว่ารากฐานอันแข็งแกร่งมาจากคนซึ่งเคยอยู่พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทย
แม้ว่าพรรคพลังประชารัฐจะมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรคและหนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
อย่าลืมบทบาทของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อย่างเด็ดขาด อย่ามองข้ามบทบาทของ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน และที่สำคัญ นายอนุชา นาคาศัย คือเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ
ไม่ว่า นายวิรัช รัตนเศรษฐ ที่เป็นประธานวิปรัฐบาล ไม่ว่า ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ล้วนเคยอยู่พรรคเพื่อไทย
บทบาทของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ทางภาคเหนือเด่นชัด
ความสงสัยต่อสถานะ นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ ก็มาจากความสงสัยต่อสถานะของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นสำคัญ
อาการทางการเมือง อันสำแดงออกจากภายในพรรคเพื่อไทย อันปรากฏผ่านกระบวนการเลือกตั้งนายกอบจ.จึงเท่ากับเป็นเบาะแส อย่างสำคัญในทางการเมือง
ในที่สุดก็มีการส่งสัญญาณผ่านมาทาง ‘ฤาษีเกวาลัน’ ถึงทิศทางและวิถีดำเนินในปี 2564

