วันนี้ 4 แกนนำราษฎรรับหมายเรียก ‘ม.112’ -3 เยาวชน ‘นักเรียนเลว’ สู้คดีขัด พรก.ฉุกเฉิน

วันนี้ 4 แกนนำราษฎรรับหมายเรียกข้อหา ‘ม.112’ ที่ สภ.เมืองนนท์-3 เยาวชนกลุ่ม นร.เลว สู้คดีขัด พรก.ฉุกเฉิน

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม เวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 4 แกนนำราษฎร นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน, นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์, น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง และนายชินวัตร จันทร์กระจ่าง หรือไบร์ท เมืองนนท์ จะเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหามาตรา 112 ที่ สภ.เมืองนนทบุรี พร้อมนัดผู้ชุมนุมไปเป็นสักขีพยาน หลังรับข้อทราบข้อกล่าวหาแล้วตำรวจจะนำตัวไปฝากขังต่อ

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม นายพริษฐ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า วันที่ 8 ธันวาคม เวลา 10.00 น. ตน พร้อมไมค์, รุ้ง และไบร์ท จะไปรับทราบข้อกล่าวหามาตรา 112 ที่ สภ.เมืองนนทบุรี ซึ่งตำรวจโทรมาแจ้งกับทนายล่วงหน้าว่าจะนำตัวพวกตนไปขอให้ศาลฝากขัง อาจทำให้ต้องเสียอิสรภาพอยู่ในเรือนจำ ท่ามกลางข่าวลือว่าจะมีการใช้กำลังกับเรา จึงขอแรงทุกคนมาเป็นสักขีพยานความอยุติธรรมที่อาจเกิดขึ้น

ขณะที่ น.ส.ปนัสยา ก็โพสต์ภาพหมายเรียก และข้อความว่า “ไม่ให้ได้พักได้ผ่อนเลยเลยนะคะ ทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งกับทนายของพวกเราล่วงหน้าว่าทาง สภ.เมืองนนท์จะนำตัวเราไปศาลเพื่อขอฝากขังอีก จึงขอให้พี่น้องประชาชนทุกท่านช่วยมาเป็นหูเป็นตา มาช่วยเราสังเกตการณ์การสอบสวน โดยมีความหวังว่าตำรวจจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยุติธรรมกับเรา และไม่นำตัวเราไปขอฝากขังดังที่ สน.ชนะสงคราม ได้ปฏิบัติอย่างยุติธรรมกับพวกเรา”

รายงานข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) แจ้งว่า เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม สภ.เมืองพิษณุโลก ออกหมายเรียก น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง แกนนำกลุ่มราษฎร 63 กระทำผิดมาตรา 112 ที่นางแน่งน้อย อัศวกิตติกร อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) แจ้งความไว้ โดยให้ น.ส.ปนัสยา เดินทางไปรายงานตัวกับพนักงานสอบสวนวันที่ 21 ธันวาคม เวลา 10.00 น.

ด้าน นายอานนท์ นำภา แกนนำราษฎร ก็โพสต์ภาพหมายเรียก ข้อหากระทำผิดมาตรา 112 จาก สภ.เมืองพิษณุโลก เป็นหมายเดียวกับที่ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง ได้รับ ทั้งนี้ นับเป็นหมายเรียก มาตรา 112 คดีที่ 3 ของนายอานนท์ และเป็นคดีที่ 4 ของ น.ส.ปนัสยา

ขณะที่ นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข อดีตบรรณาธิการบริหารนิตยสารวอยซ์ ออฟทักษิณ และแกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ที่เคยร่วมชุมนุมกับกลุ่มราษฎร ก็โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่าได้รับหมายเรียกจากตำรวจคดีมาตรา 112 จากสน.ชนะสงคราม

ด้าน พ.ต.ท.ธรรมรักษ์ เรืองดิษฐ์ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.บางโพ กล่าวว่า ได้รับการประสานจากทนายความของนายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี หรือฟอร์ด น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์ และ น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ หรืออั๋ว แกนนำกลุ่มราษฎร ขอเลื่อนวันนัดรายงานตัวตามหมายเรียกความผิดตาม มาตรา 112 กรณีการชุมนุมที่หน้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา

วันเดียวกัน เยาวชน 3 คนกลุ่มนักเรียนเลว เดินทางพบเจ้าหน้าที่คุมประพฤติสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร หน่วยบริการธนบุรี เพื่อสืบเสาะประวัติ เพื่อนำไปประกอบสำนวนคดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ กรณีจัดกิจกรรมทางการเมือง ที่แยกราชประสงค์เมื่อวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา


น.ส.คุ้มเกล้า ส่งสมบูรณ์
ทนายความ กล่าวว่า เยาวชนทั้ง 3 คนมาสอบประวัติพร้อมกับผู้ปกครอง เกี่ยวสภาพการเลี้ยงดู อาชีพ และเหตุที่ทำให้เยาวชนเข้าร่วมเคลื่อนไหวทางการเมือง จากนั้นพนักงานคุมประพฤติจะส่งข้อมูลไปให้พนักงานสอบสวนเพื่อรวบรวมในสำนวน ส่งให้พนักงานอัยการเพื่อพิจารณาสั่งฟ้อง

“เป็นคดีแรกที่รัฐดำเนินคดีการเมืองกับเยาวชน ขณะนี้มีเยาวชนถูกดำเนินคดี 5 คน โดย 3 คนเป็นกลุ่มนักเรียนเลว ส่วนอีก 1 คน ถูกจับพร้อมนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน ที่ร่วมชุมนุม บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และอีก 1 คน เป็นเยาวชนอายุ 17 ปี ที่ถูกออกหมายเรียกให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาฐาน ยุยงปลุกปั่น ตามมาตรา 116 ที่ สภ.เมืองนนทบุรี วันที่ 8 ธันวาคม กรณีที่ร่วมชุมนุมเมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมาพร้อมกับนายชินวัตร จันทร์กระจ่าง แกนนำกลุ่มคนรุ่นใหม่นนทบุรี” น.ส.คุ้มเกล้ากล่าว

เยาวชนคนหนึ่งในกลุ่มนักเรียนเลว กล่าวว่า จะทำกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมืองต่อไป เพราะรัฐบาลพยายามยัดเยียดข้อกล่าวหาต่างๆ ให้ ทั้งๆ ที่เป็นการชุมนุมตามสิทธิและกฎหมาย ก่อนหน้านี้รัฐบอกจะไม่ดำเนินคดีกับเยาวชน แต่สุดท้ายแจ้งความกับคนที่ออกมาแสดงความเห็นและเคลื่อนไหวตามสิทธิ ถือว่าเป็นคดีแรกที่ตำรวจดำเนินคดีทางการเมืองกับเยาวชน ซึ่งเป็นความผิดทางอาญาที่จะนำสู่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง

ด้าน นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า กรณีที่จะดำเนินคดี เว็บไซต์นักเรียนเลว ที่เปิดเผยรายชื่อผู้อำนวยการโรงเรียน และครูที่ลงโทษนักเรียนแต่งชุดไปรเวตมาโรงเรียนเมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่่ผ่านมานั้น หลังจากตนดูข้อมูล และหารือกับฝ่ายกฎหมายแล้ว คิดว่าหาทางออกได้ โดยไม่ต้องฟ้องร้อง แต่จะพยายามหาทางแก้ไขปัญหาอย่างนุ่มนวลที่สุด อย่างไรก็ตาม ถ้ายังทำผิดกฎหมาย จะต้องดำเนินคดี

“ผมมองว่าต้องแก้ไขปัญหาโดยการพูดคุยอย่างมีเหตุผล และสร้างความเข้าใจก่อน เร็วๆ นี้ ผมจะหารือ และทำความเข้าใจกับกลุ่มนักเรียนเลวว่าสุดท้ายเรื่องเหล่านี้สร้างความเสียหายให้กับประเทศ สร้างความเสียหายให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน เพื่อหาทางออก และหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกันต่อไป” นายณัฏฐพลกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon