วันที่ 12 สิงหาคม 2559 จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ เข้าทำการตรวจยึดเอกสารและควบคุมตัวนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ม.ขอนแก่น อายุ 25 ปี หรือไผ่ ดาวดิน และนายวศิน พรหมณี อายุ 20 ปี นักศึกษาสาขาวิชาวิศวกรรมธรณี ชั้นปี 3 ม.เทคโนโลยีสุรนารี ในขณะที่ทั้ง 2 คนกำลังแจกเอกสารกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ 3 ชุดคือ เอกสารความเห็นแย้งฯ, 7 เหตุผลไม่รับร่าง รธน. และแถลงคณะนิติราษฏร์ อยู่ที่บริเวณตลาด อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา ศาลจังหวัดภูเขียวอนุญาตให้ประกันตัวทั้ง 2 คน แต่มีเพียงนายวศิน พรหมณี เท่านั้นที่ขอประกันตัวและได้รับการประกันตัวออกไป แต่นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน ไม่ขอใช้สิทธิประกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขออำนาจศาลฝากขังที่เรือนจำภูเขียว และมีข่าวว่านายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ได้อดอาหารประท้วงแพร่กระจายไปตามโลกโซเชียล
ล่าสุด นายวิบูลย์ บุญภัทรรักษา บิดาของนายจตุภัทร์ได้ออกมาเปิดเผยว่า ลูกชายตอนนี้ยังอยู่ในเรือนจำภูเขียว โดยมีแม่ ญาติพี่น้อง และกลุ่มเพื่อนๆ ทั้งจากกรุงเทพฯ จากเมืองเลย เดินทางไปเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเจ้าหน้าที่เรือนจำก็อำนวยความสะดวกให้ตามระเบียบ ส่วนตัวเองไปเยี่ยมบ้าง แต่แม่ไปเยี่ยมลูกทุกวัน ล่าสุดที่ได้เข้าเยี่ยมสภาพจิตใจยังคงเข้มแข็ง แต่สภาพร่างกายก็อ่อนเพลียลงมาบ้าง เนื่องจากการอดอาหาร ซึ่งจริงๆ แล้วเจตนาในการอดอาหารของเขาไม่ได้ต้องการเรียกร้องอะไร เพียงเพื่อสะท้อนสังคมไทยให้เห็นถึงกระบวนการยุติธรรมของไทยเท่านั้น
“ไผ่อดอาหารมาตั้งแต่ฝากขังวันแรกแล้ว ตอนนี้เข้าวันที่ 5-6 ไปเยี่ยมล่าสุดสภาพจิตใจเขายังปกติ ไม่เครียดไม่อะไร แต่สภาพร่างกายก็อ่อนเพลียเป็นธรรมดาของการอดอาหาร เขาไม่กินอาหาร กินแต่น้ำกับกินนม ส่วนเรื่องคดียังอยู่ในชั้นสอบสวน รอฝากขังครั้งที่ 2 วันที่ 19 สิงหาคม เพราะเขาไม่ขอยื่นประกันตัวทั้งที่ศาลอนุญาตให้ประกันตัว แต่เขาไม่ขอ ส่วนเพื่อนที่ถูกจับด้วยกันศาลให้ประกันตัวออกไปแล้ว” นายวิบูลย์กล่าว
นายวิบูลย์เปิดเผยอีกว่า เท่าที่คุยกันว่าทำไมเขาไม่ยอมขอประกันตัว และยอมที่จะอดอาหาร เขาบอกว่า การกระทำของเขาครั้งนี้ต้องการมารณรงค์เรื่องการออกเสียงประชามติ ไม่ได้เกณฑ์คนหรือใช้เครื่องเสียง เพียงแค่เดินแจกเอกสาร 3 อย่างอยู่สักพักแล้วก็จะเลิก ทำก็ไม่ได้แอบทำ ทำต่อหน้าในตลาด หน้าโรงพัก เขาจะทำแค่นี้จริงๆ พอเจ้าหน้าที่มาบอกว่าทำผิดก็ยอมให้จับ ไม่ว่าอะไร ส่วนเอกสารที่แจก ไม่ใช่เอกสารปลอมรัฐธรรมนูญ เป็นเพียงเอกสารความเห็นของนักวิชาการ ที่อื่นเขาก็แจกกัน ตามความความคิดเขานะ เขาก็อยากมารณรงค์ให้ประชาชนรับรู้ในมุมมองต่างๆ บ้าง ในฐานะเป็นนักศึกษา เมื่อกลับมาบ้านก็อยากทำประโยชน์ตรงนี้แค่นี้ เรื่องถูกจับไม่เท่าไร แต่การนำหมายศาลไปค้นบ้าน เจ้าหน้าที่ไปกันเป็นจำนวนมากเหมือนเป็นเรื่องใหญ่โต เหมือนมองเขากับครอบครัวเป็นอะไร เขาเกิดความรู้สึกแย่มาก เสร็จแล้วมาฝากขังกะศาล เขาก็ค้านการฝากขัง ชี้แจงเหตุผลต่างๆ แต่ไม่เป็นผล พอเจอเหตุการณ์อย่างนี้เข้า เขาก็เลยประท้วง นี่คือวิธีคิดของเขา ที่ทำไม่ได้มาเรียกร้องอะไร ทำเพื่อให้สังคม รวมถึงผู้ใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องฉุกคิดดูบ้างว่าเรื่องอย่างนี้มันใช่หรือไม่ และถ้าสังคมปล่อยให้เป็นไปอยู่อย่างนี้แล้วบ้านเมืองจะอยู่กันอย่างไร ความหมายของเขามีแค่นั้น ไม่ได้ต้องการเรียกร้องอะไร

