ทั้งที่บรรดา “โฆษก” ทั้งหลาย ไม่ว่าจะระดับ “พลตรี” ไม่ว่าจะระดับ “พันเอก” ล้วนเน้นอย่างหนักแน่นและจริงจังว่า
ไม่ควรให้ “ความสำคัญ” กับ นายจตุพร พรหมพันธุ์
แต่ “ปฏิบัติการ” หลายอย่างในห้วงนับแต่วันที่ 29 มกราคม เมื่อ”ร่าง” รัฐธรรมนูญ “เปิดตัว”ออกมา
คล้ายกับ “สปอตไลต์” จะฉายจับ นายจตุพร พรหมพันธุ์
เอากันง่ายๆ กรณีที่มีการเชิญตัว นายจตุพร พรหมพันธุ์ เข้าหารือในกองทัพภาค ที่ 1 เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์
หากไม่ให้ “ความสำคัญ” จะ “เชิญตัว”ไปทำไม
ยิ่งกว่านั้น คล้อยหลังการหารือกันเป็นเวลาอันยาวนาน ยังมี “ข้อสังเกต” ตามมาอีกอย่างมีนัยสำคัญ
จากแถลงของ พ.อ.ปิยพันธุ์ กลิ่นจันทร์
“โฆษก” ท่านนี้ดำรงตำแหน่งเป็น รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11
ขณะเดียวกัน ก็ดำรงตำแหน่งเป็น รองหัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์
สำนักงานเลขาธิการ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ
เรียกตามแบบทหารว่า ศปช.สลธ.คสช.
“รายละเอียด” อันสะท้อนกิจกรรมในเชิง “เปรียบเทียบ” ระหว่าง นายจตุพร พรหมพันธุ์ กับ นายมีชัย ฤชุพันธุ์
ตรงนี้แหละที่ “สำคัญ”
ทาง 1 บอกว่า เมื่อออกจากกองบัญชาการกองทัพภาคที่ 1
ในช่วงบ่าย นายจตุพร พรหมพันธุ์ ก็ได้ไปทำกิจกรรมลงเรือ
รับประทานอาหาร ดื่มกินกันอย่างอิ่มหนำสำราญ
ทาง 1 บอกว่า เวลาเดียวกันนั้น นายมีชัย ฤชุพันธุ์ และคณะกำลังทำงานปรับร่างรัฐธรรมนูญรับฟังข้อคิดเห็นต่างๆ
เท่ากับ “สะท้อน” การทำงานของแต่ละกลุ่มแต่ละฝ่าย แตกต่างกัน
“เปรียบเสมือนเราทำนากำลังปลูกข้าวเพื่อเลี้ยงอาหารให้กับประชาชนเพื่อกินในอนาคต
เรากำลังเตรียมพื้นที่ทำทาง
แต่ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ยังนั่งอยู่บนเถียงนาในร่ม สูบบุหรี่แล้วมาชี้ว่าดำนาไม่ตรง ต้นข้าวไม่ตรง
แต่ไม่ได้มองว่าผลผลิตที่ออกมามันเป็นอย่างไร”
เป็น “อุปมา” ในเชิงเปรียบเทียบอันคมคายยิ่ง
“เราควรฟังคนที่ทำคุณประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง ไม่ใช่ว่าฝ่ายหนึ่งนั่งเรือสำราญและไปโจมตีว่าไม่ดี ไม่งาม
มองอีกฝ่ายหนึ่งกำลังนั่งทำงาน”
สอดรับกับ “คำเรียกร้อง”จาก”โฆษก”ระดับ “พลตรี”ที่ว่า
“อยากเรียกร้องสื่อมวลชน อย่าเปิดโอกาสให้สิ่งที่อยู่ตรงข้ามกับความดีงามได้ใช้พื้นที่
นำเสนอเรื่องราวที่ทำให้สังคมสับสน”
นั่นก็คือ ต้องจำแนกแยกแยะระหว่าง 2 พื้นที่
1 พื้นที่ของคนที่กำลังทำนา 1 พื้นที่ของคนที่นั่งอยู่บนเถียงนาในร่ม สูบบุหรี่
ในที่สุดแล้วก็เสนอทางเลือกระหว่าง 1 คนที่กำลังทำหน้าที่ในการ “ร่าง” รัฐธรรมนูญ
และ 1 คนที่กำลังทำหน้าที่ในการวิพากษ์วิจารณ์ต่อ “ร่าง” รัฐธรรมนูญ
เหมือนกับจะไม่ให้ “ความสำคัญ”
แต่ในความเป็นจริง ไม่ว่า”โฆษก”ระดับ”พลตรี” ไม่ว่า”โฆษก”ระดับ”พันเอก”ล้วนกำลังให้ความสำคัญ
ให้ “ความสำคัญ” และให้”ความหมาย”
ความสำคัญกับบทบาทของ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ความหมายกับบทบาทของ นายจตุพร พรหมพันธุ์
นั่นก็คือ บทบาทในทาง “ความคิด”
นั่นก็คือ บทบาทในทาง “การเมือง”
ทุกอย่างล้วน “แวดล้อม” และ “รวมศูนย์” ไปยังการวิพากษ์วิจารณ์”ร่าง”รัฐธรรมนูญทั้งสิ้น
“กลอง” ยิ่งตีก็ยิ่ง”ดัง”
บังเอิญกลองใบนี้มีชื่อว่า นายจตุพร พรหมพันธุ์ เท่านั้นเอง

