หน้าแรก การเมือง เจ๊หน่อย ลุยต...

เจ๊หน่อย ลุยตั้งพรรคเอง ‘วัฒนา’ เผยรอแค่ กกต.ไฟเขียว รับขัดแย้งความคิดเพื่อไทย

9.12.20 | 10:09 น.

เจ๊หน่อย ลุยตั้งพรรคเอง ‘วัฒนา’ เผยรอแค่ กกต.ไฟเขียว รับขัดแย้งความคิดเพื่อไทย บิ๊กตู่ชี้โหรทำนายอยู่ยาวแค่คาดเดาสิ่งที่ยังไม่เกิด ป้อมบอกไม่ไหวให้อยู่ยาว

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม กรณีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ได้ลาออกจากสมาชิกพรรคพร้อมแกนนำพรรค จนมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจมีความขัดแย้งเกิดขึ้นภายในพรรค ในขณะที่คุณหญิงสุดารัตน์ยังไม่ได้ออกมาชี้แจงเรื่องการลาออก ล่าสุดนายวัฒนา เมืองสุข แกนนำกลุ่มสร้างไทย ให้สัมภาษณ์วันที่ 8 ธันวาคมผ่านรายการ เจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ ถึงกรณีลาออกจากสมาชิกพรรค เพื่อไทย (พท.) ว่า ที่ทิ้งช่วงเวลาไป 7 วัน โดยไม่ได้ชี้แจงเหตุผลการลาออกนั้นถือว่าไม่นาน รอให้สังคมตกผลึก ให้ทุกฝ่ายได้ออกมาแสดงความคิดเห็นกันก่อน จะได้อธิบายทีเดียว

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานก่อตั้งสถาบันสร้างไทย ยกเลิกการแถลงข่าวนั้น ต้องบอกว่าไม่มี คุณหญิงสุดารัตน์ไม่เคยบอกว่าจะตั้งโต๊ะแถลงข่าว แค่ลือกันไปเอง โดยลาออกมาพร้อมกัน ไม่ได้ตกลงกันว่าให้ตนชี้แจง เพราะเป็นคนสาธารณะ ถ้ามีอะไรเคลื่อนไหวทางการเมืองก็ควรจะให้ประชาชนได้รับรู้ ไม่ต้องให้ใครมาวิจารณ์ พูดกันเองได้ ยืนยันว่าที่ลาออกมาจากพรรค พท. ไม่ได้ทะเลาะ ไม่ได้แตกกันเรื่องอื่น แต่ขัดแย้งกันเรื่องความคิดเชิงหลักการ ถ้าจะบอกว่าไม่มีอะไร แล้วจะออกมาทำไม ก็เพราะคิดไม่เหมือนกัน การเมืองเหมือนกับนั่งรถคันเดียวกัน คนนั่งอยากเลี้ยวซ้าย คนขับอยากเลี้ยวขวา มีทางเดียว ไม่ลง ก็แย่งพวงมาลัยกัน ตนไม่คิดจะไปแย่งพวงมาลัยด้วย

  • โละกก.ยุทธศาสตร์ปมแยกทาง

นายวัฒนากล่าวว่า หลักคิดในเชิงหลักการที่ไปด้วยกันไม่ได้ อย่างเรื่องยุทธศาสตร์ ส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องที่พรรคการเมืองต้องมี และพรรค พท.คือพรรคการเมืองแรกที่ใช้คำว่ายุทธศาสตร์ จนกระทั่งทุกพรรคการเมืองมีประธานยุทธศาสตร์ ซึ่งเคยเป็นคณะยุทธศาสตร์ ทำหน้าที่ขับเคลื่อนการเมืองแบบวันต่อวัน แต่ในแง่ของพรรคการเมือง คิดว่ากรรมการยุทธศาสตร์ไม่จำเป็น จะเปลี่ยนไปเป็นกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ขึ้นมาดูแลแทน แต่ กก.บห.ไม่ได้ดูแลปัญหาวันต่อวัน ก็คิดว่าไม่ใช่ จึงลาออกเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องที่คิดไม่ตรงกันแล้ว

ในเรื่องยุทธศาสตร์ทางการเมืองมองว่าการแก้ปัญหาของประเทศนี้ต้องเริ่มต้นด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะการคืนอำนาจให้แก่ประชาชน โดยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ซึ่งเป็นคนผลักดัน ทำในขณะที่ไม่มีใครเชื่อว่าจะทำได้ และทำจนสำเร็จ กระทั่งรัฐบาลยอมรับแล้วใช้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เหมือนกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของฝ่ายค้าน

  • ยื่นตั้งพรรคใหม่รอกกต.รับรอง

เมื่อถามว่า การเดินหน้าการเมืองหลังจากนี้จะมีการตั้งพรรคใหม่หรือไม่ นายวัฒนากล่าวว่า หลังจากนี้จะทำการเมืองแบบไหน คงไปตั้งพรรค ลาออกกันเป็นหมู่คณะแบบนี้จะบอกว่าไปร่วมหุ้นตั้งร้านก๋วยเตี๋ยวคงไม่มีใครเชื่อ การสื่อสารทางการเมืองที่ดีคือการพูดอย่างตรงไปตรงมา คงจะไปตั้งพรรคการเมือง และไม่ได้ออกมาเพื่อจะไปรวมกับใคร อย่าไปจินตนาการ และไม่ได้ออกมาเพื่อแตกแบงก์ย่อย เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ หากยังไม่ได้แก้ไขโดย ส.ส.ร. ทั้งรูปแบบการเลือกตั้งใบเดียวที่ออกแบบกันให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สืบทอดอำนาจ ฉะนั้นไม่ต้องไปจินตนาการ เรื่องเป็นพรรคสาขาของพรรค พท. ก็เป็นไปไม่ได้ พรรคใหม่ที่คุณหญิงสุดารัตน์จะไปตั้ง ส่วนตัวไม่ได้ลงรายละเอียด แต่ยอมรับว่ามีการคุยกัน ไม่ได้มีการไปตั้งพรรคใหม่ ก่อนลาออกจากพรรค พท. ตอนที่ออกมาบอกว่าคงต้องทำในเรื่องนี้แล้ว ไม่เช่นนั้นจะถูกตีความไปต่างๆ นานา รอให้ตั้งพรรคให้สำเร็จก่อน ฝากถามคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ด้วย ถ้ากระบวนการเร็วก็จะเปิดตัวได้เร็ว เพราะตอนนี้ยื่นคำขอไปยัง กกต.แล้ว

Advertisement
  • ปัดขัดแย้งแม้ว-หญิงอ้อ

เมื่อถามว่า พรรคใหม่จะเปิดตัวเมื่อใดนายวัฒนากล่าวว่า ต้องรอความพร้อม คาดว่าจากนี้ไปประมาณ 1 ปีครึ่ง น่าจะมีการเลือกตั้ง ระหว่างนี้ก็เตรียมตัว ส่วนพรรคใหม่จะขาดจากนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภรรยานายทักษิณ อย่างสมบูรณ์แบบหรือยังมีเยื่อใยอยู่นั้น ต้องบอกว่าเป็นตัวของตัวเองแน่นอน ออกมาขนาดนี้ จะไปอยู่ใต้ร่มเงาของใคร ต้นไม้ใหญ่ขึ้นใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ไม่ได้หรอก

“ผมไม่ได้ไปขัดแย้งกับนายทักษิณหรือคุณหญิงพจมาน ผมขัดแย้งทางความคิดกับผู้บริหารพรรค เมื่อคิดไม่เหมือนกัน จะอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร ก็ต้องไปหาที่ใหม่ เพราะผมอายุ 63 ปีแล้ว ไม่มีเวลาให้ไปทดลองทางการเมือง อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราอยากทำอะไรแล้ว ขณะนี้ผมใช้ชื่อกลุ่มสร้างไทยไปก่อน” นายวัฒนากล่าว

  • บิ๊กตู่แจงโหรบอกอยู่ยาว

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม กรณีนายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ โหรคณะมนตรีความมั่นแห่งชาติ (คมช.) ออกมาทำนายว่าจะอยู่ยาว จนถึงการเลือกตั้งในสมัยต่อไป และ 3 ป. (พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย) ยังมีชื่ออยู่ต่อว่า เป็นการคาดเดาในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น เป็นเรื่องคำทำนายก็ว่ากันไป แต่เรื่องอื่นๆ เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการ คงไม่ได้ทำตามคำนายทั้งหมด เพราะต้องใช้หลักการในการบริหารราชการแผ่นดินของตน

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีโอกาสไปสมัครเป็นสมาชิกพรรค พปชร.หรือไม่ เพื่อที่จะได้ลงสมัครเป็นนายกรัฐมนตรีในระบบบัญชีรายชื่อต่อ พล.อ.ประยุทธ์ หยุดฟังคำถามก่อนที่จะเดินหนีออกจากโพเดียมแถลงข่าวทันที โดยไม่ตอบอะไร

พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตัดสินใจเลือกบุคคลเป็นตัวแทนเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการสมานฉันท์ว่ากำลังพิจารณากันอยู่ โดยมอบหมายให้คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) เตรียมเสนอขึ้นมา เดี๋ยวก็คงทราบกัน

  • ชวนครม.ดูซีรีส์สตาร์ตอัพ

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุม บรรยากาศโดยรวมเป็นไปด้วยดีไม่มีความตึงเครียด โดยช่วงหนึ่งนายกฯได้แนะนำให้รัฐมนตรีไปดูซีรีส์เกาหลีเรื่อง Start-Up เพราะเป็นเรื่องที่ดังมากใน Netflix ที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจของคนรุ่นใหม่ และสามารถดูผ่านมือถือได้ นายกฯได้พูดเรื่องนี้เป็นครั้งที่สอง เพราะเคยแนะนำซีรีส์เรื่องนี้ให้ที่ประชุม ครม.ไปดูมาก่อนแล้ว

  • บิ๊กป้อมบอกไม่ไหวให้อยู่ยาว

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีที่นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ หรือโหร คมช. ทำนายว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะอยู่ยาวถึง 2 สมัย ว่า ต้องไปถามนายวารินทร์ดู ไม่ใช่โหรจึงไม่รู้ ผู้สื่อข่าวถามว่าหากจะต้องอยู่ถึง 2 สมัย พล.อ.ประวิตรยังไหวอยู่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวสวนตอบทันทีว่า ผมไม่ไหว
เมื่อถามว่าเมื่อประเมินจากสถานการณ์แล้วมีความเป็นไปได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าหรอก เมื่อถามย้ำว่าจากการที่นายกฯ รอดพ้นจากคดีต่างๆ ถือว่าเสถียรภาพของรัฐบาลยังดีอยู่หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ก็รักษาเสถียรภาพอยู่แล้ว เมื่อถามว่า ขณะนี้ได้พูดคุยกับนายกฯ เรื่องของการสมัครเป็นสมาชิกพรรค พปชร. เพื่อเตรียมเล่นการเมืองเต็มตัวหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่ต้องคุยด้วย แล้วแต่ตัวนายกฯ ก็ลองไปถามดู

  • ทวีซัดกมธ.ล็อกแก้รธน.ยาก

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคประชาชาติ (ปช.) ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. … ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณาของ กมธ.ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ข้อเสนอของ กมธ.บางคนที่ยึดร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมรัฐบาล ที่เสนอให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญยากกว่าเดิม โดยกำหนดคะแนนเสียงเห็นชอบในวาระที่ 1 และวาระที่ 3 ต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบจำนวนไม่น้อยกว่า 3 ใน 5 ของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภานั้น ปัจจุบันมีสมาชิกรัฐสภาที่เหลือสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้จำนวน 732 คน (จากจำนวนเต็ม 750 คน) แบ่งออกเป็น ส.ว. 245 คน ที่มาจากการแต่งตั้งของหัวหน้า คสช. ส.ส.จำนวน 487 คน ร่างของรัฐบาล คะแนนเสียงเห็นชอบการแก้ไขเพิ่มเติมต้องใช้คะแนนเสียง 3 ใน 5 คือเห็นชอบจำนวนไม่น้อยกว่า 440 คน ดังนั้นเสียงของ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล + ส.ว.รวมแล้วมีมากถึง 522 คน เกินไปจำนวน 82 คน ขณะที่คะแนนเสียงของพรรคฝ่ายค้าน มีเพียง 212 คนเท่านั้น ไม่สามารถแก้รัฐธรรมนูญได้เลย

  • ชี้เอื้อฝั่งรบ.-ส.ว.ดันรื้อรธน.

พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า ส่วนร่างแก้รัฐธรรมนูญของพรรคฝ่ายค้านเสนอ ในวาระที่ 1 เสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดของทั้งสองสภา วาระที่ 2 เสียงข้างมากเป็นประมาณ และวาระที่ 3 คะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดของทั้งสองสภา ซึ่งข้อเสนอของพรรคฝ่ายค้านจะเหมือนกับรัฐธรรมนูญในอดีตจำนวน 7 ฉบับ คือ รัฐธรรมนูญปี 2517, ปี 2519, ปี 2521, ปี 2534, ปี 2540, ปี 2550 และฉบับชั่วคราว ปี 2557 กำหนดคะแนนเสียงเห็นชอบ วาระที่ 1 ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดของทั้งสองสภา วาระที่ 2 เสียงข้างมากเป็นประมาณ และวาระที่ 3 มากกว่ากึ่งหนึ่ง (รัฐธรรมนูญปี 2517, ปี 2519 และปี 2557 ใช้คำว่า ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง) ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดของทั้งสองสภา คะแนนเสียงกึ่งหนึ่งของรัฐสภาปัจจุบัน จำนวน 366 คน ที่พรรคฝ่ายค้านประสงค์จะแก้รัฐธรรมนูญแม้เสียงไม่พอจำเป็นต้องรวมกับ ส.ส.พรรคฝ่ายรัฐบาล

และหากตัดพรรค พปชร.ของ พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรีออกจำนวน 120 คนออกแล้ว ส.ส.ที่เหลือจะมีจำนวน 369 คน ที่เกินไปเพียง 3 คน เท่านั้น ทั้งนี้หากเป็นไปตามข้อเสนอของ กมธ.ของพรรคร่วมรัฐบาลแสดงว่าอำนาจเบ็ดเสร็จยิ่งอยู่ในการครอบงำของ พล.อ.ประยุทธ์ สังคมจึงไม่อาจคาดหวังอะไรจาก ส.ว.และพรรครัฐบาลได้ เพราะมีผลประโยชน์ทับซ้อนกันอยู่ การแก้ไขแทบทำไม่ได้เลย เป็นเรื่องที่ โคตรยากและเป็นการปิดประตูตายไม่ให้ฝ่ายค้านเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าเป็นฝ่ายรัฐบาลกับ ส.ว.จะแก้ใขให้เป็นไปตามที่รัฐบาลต้องการจะเป็นเรื่อง่ายดายไม่ว่าในเรื่องใดที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ ไม่ต้องมีการลงประชามติ ย่อมสามารถกระทำได้ทุกเรื่อง เพราะคุมคะแนนเสียงรัฐสภาไว้เกินกว่า 3 ใน 5 อยู่แล้ว