หน้าแรก การเมือง ครูใหญ่ขอนแก่...

ครูใหญ่ขอนแก่นรายงานตัวตามหมายเรียกคดีชุมนุมฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉิน ที่แยกราชประสงค์

9.12.20 | 10:39 น.

ครูใหญ่ขอนแก่นรายงานตัวตามหมายเรียกคดีชุมนุมฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉิน ที่แยกราชประสงค์

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 ธันวาคม ที่ สน.ลุมพินี นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือครูใหญ่ขอนแก่นพอกันที นายธานี สะสม และ นายณวรรษ เลี้ยงวัฒนา พร้อม น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาฐานร่วมกันชุมนุมโดยไม่แจ้งจัดการชุมนุมและไม่จัดให้มีมาตรการป้องกันโรคอันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จากกรณีการชุมนุมที่แยกราชประสงค์เมื่อวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา


นายอรรถพลกล่าวว่า ในวันนั้นเพียงเดินผ่านไปในที่ชุมนุมตรงแยกราชประสงค์เพื่อไปฟังการปราศรัย ก่อนจะมีคนเชิญให้ขึ้นปราศรัยแต่จำหัวข้อไม่ได้แล้วมาถูกหมายเรียกในคดีดังกล่าวโดยจะให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ซึ่งตอนนี้รวมแล้วมีหมายเรียกกับหมายจับในคดีการชุมนุมทางการเมืองรวม 5 หมาย วันนี้มีของ สน.ลุมพินี 1 หมาย และช่วงบ่ายจะไปรับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกในคดี ม.112 ที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ หลังจากที่เคยไปรายงานตัวในหมายเรียกคดี ม.116 ไปแล้วจากการชุมนุมที่สถานทูตเยอรมนี ทั้งนี้ตนยังมีกำลังใจดี และในวันที่ 10 ธันวาคมนี้ จะไปร่วมกิจกรรมที่ จ.มหาสารคาม

ต่อมาเวลา 11.00 น.นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาเดียวกัน พร้อมกล่าวว่า พวกตนถูกหมายเรียกฐานไม่แจ้งจัดการชุมนุมและฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยจะให้การปฏิเสธและให้ปากคำเป็นหนังสือต่อตำรวจอีกครั้ง ทั้งที่พวกตนมีเหตุที่ไม่แจ้งจัดการชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น เพราะมีหลักคิดเรื่องสิทธิเสรีภาพ ตราบเท่าที่การชุมนุมยังเป็นไปด้วยความสงบสันติ ฉะนั้น กฎหมายต่างๆ ที่ถูกบังคับใช้เป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน หากต้องไปขออนุญาต ตำรวจก็จะรู้ก่อนว่าจะมีชุมนุมที่ไหน ทั้งที่ประเทศไทยก็ไม่ได้มีพื้นที่สาธารณะมากมาย อีกทั้งยังเคยมีคนขอจัดกิจกรรมแล้วไม่ได้รับอนุญาต หมายความว่า สิทธิของเราขึ้นอยู่กับตำรวจ หากใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือมาจำกัด ไม่มองปัญหาที่พูดถึง ปัญหาและข้อเรียกร้องต่างๆ ก็จะไม่ได้รับการแก้ไข ซ้ำยังทำให้เราเสียเวลา แต่ยืนยันว่าก็ไม่มีใครถอย สำหรับการชุมนุมในวันพรุ่งนี้ (10 ธันวาคม) ก็ขอให้ติดตามกันต่อไป แต่ยืนยันจะไปเข้าร่วมด้วย

นายจตุภัทร์ กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องที่เคยมีนายตำรวจบอกให้ไปชุมนุมต่างสนามกีฬาหรือสถานที่ปิดไม่กระทบกับประชาชนนั้น ไม่ว่าพวกเราเคยชุมนุมในที่เปิดหรือปิด รัฐก็ไม่เคยรับฟังปัญหาของเรา อีกทั้งในการชุมนุมแต่ละสถานที่ก็ล้วนมีความหมาย เช่นสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ และธนาคารไทยพาณิชย์สำนักงานใหญ่ ก็ทำให้ผู้คนได้รู้ว่าแต่ละสถานที่นั้นมีความหมายอะไร

Advertisement