หมายเหตุ – ความเห็นบุคลากรทางการแพทย์ หอการค้า และสมาคมการท่องเที่ยว กรณีมติคณะรัฐมนตรีให้เปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 56 ประเทศเข้าไทยและขยายเวลาพำนักเพิ่มขึ้นนั้น
วโรดม ปิฏกานนท์
ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่

กรณี ครม.คลายล็อกนักท่องเที่ยวต่างชาติประเภทพิเศษ (STV) เปิดรับทุกสัญชาติ แต่ต้องกักตัว 14 วัน กระตุ้นท่องเที่ยวนั้น ถือว่าโอเค เหตุผลก็คือต้องการส่งเสริมการท่องเที่ยว การค้าการลงทุน ถ้าติดโควิด-19 เข้ามาก็ต้องโดนล็อกอย่างที่เราทำกัน ผมคิดว่าน่าจะเป็นสิ่งที่ดี เพราะตอนนี้ทั้งเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเรามันไม่มีเม็ดเงินจากต่างชาติเข้ามาเลยปกติ 2 ใน 3 ของเม็ดเงินด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยจะเป็นเงินที่มาจากต่างชาติ ปีหนึ่ง 3 ล้านล้านบาท เป็นท่องเที่ยวในประเทศ 1 ล้านล้านบาท อีก 2 ล้านล้านบาท เป็นเม็ดเงินจากต่างประเทศ พอต่างประเทศไม่เข้ามา 2 ล้านล้านบาท นี่มันหายไปเลย เหตุผลที่รัฐบาลจะปล่อยเข้ามาเพราะต้องการ 2 ล้านล้านบาท เริ่มทยอยเข้ามา ไม่อย่างนั้นเศรษฐกิจไทยเราจะไม่สามารถเดินหน้าไปได้ และไม่ใช่แค่การท่องเที่ยว มันหมายถึงการค้าการลงทุนด้วย เพราะคนที่เข้ามาจะไม่ใช่แค่นักท่องเที่ยว
แต่หมายรวมถึงนักลงทุนที่ประสานงานกับประเทศไทยเอาไว้ก่อนหน้าที่จะมีโควิด-19 พอมีโควิด ปุ๊บทั้งการค้าการลงทุนมันก็ชะงักหมดเลย
ถ้าปล่อยเข้ามานอกจากเม็ดเงินการท่องเที่ยว 2 ล้านล้านบาท ที่จะเริ่มเข้ามาแล้ว การลงทุนอื่นๆ ก็จะเริ่มเข้ามาด้วย
ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเป็นผลดีที่จะช่วยฟื้นการท่องเที่ยวและฟื้นการลงทุนของเราได้ เพราะเขาเข้ามาก็จะเข้ามาอยู่ภายใต้การควบคุมระบบสาธารณสุขของประเทศไทยอยู่แล้ว 14 วัน
ส่วนในแง่ของความปลอดภัย สังเกตไหมว่าที่ผ่านๆ มาเราก็มีชาวต่างชาติเข้ามาเรื่อยๆ และก็อยู่ภายใต้สเตตควอรันทีนหมดเลย เราควบคุมไว้หมด ไม่มีใครหลุดจากสเตตควอรันทีนออกมาเลย ถ้าเข้ามาอย่างถูกต้องตามช่องทางของประเทศทั้งสนามบินต่างๆ เขาจะมีช่องทางที่พานักท่องเที่ยวเหล่านี้ไปเข้าสเตตควอรันทีน 14 วัน ตรงนี้มั่นใจมากว่าประเทศไทยจะควบคุมดูแลได้ดี
สำหรับข้อเสียข้อกังวล คือ เมื่อปล่อยผ่านเข้ามาจะมีจำนวนที่มากขึ้น ก็จะมีความเสี่ยงจากคนที่มาจากประเทศที่ติดโควิดอยู่ก็อยากฝากให้ช่วยดูเรื่องความเข้มงวดต่อคนจากชาติที่มีความเสี่ยงติดโควิดมากนิดหนึ่ง พยายามอย่าให้หลุดออกมาจากสเตตควอรันทีน
ประเมินว่าถ้าเราเปิดให้เข้ามาในรอบนี้ จะมีนักลงทุนที่เขามีศักยภาพเข้ามาอย่างแน่นอน เพราะก่อนหน้านี้นักลงทุนก็เข้ามาในประเทศไทยอยู่แล้ว มาคุยด้านการลงทุนทั้งด้านการตั้งโรงงาน การนำเข้าส่งออก ซึ่งนักลงทุนก็จะมีที่เป็นกลุ่มที่เข้ามาแบบพำนักระยะยาว เพราะเขาชอบเชียงใหม่ มีบ้านในประเทศไทย มีลูกหลานมีครอบครัวในประเทศไทย
เจนศิลป์ เจริญบวรศักดิ์
ประธานหอการค้าจังหวัดพิจิตร

ผมเห็นด้วยกับ ครม. ที่ทำอย่างนั้นเนื่องจากประเทศไทยขณะนี้กำลังประสบปัญหาเศรษฐกิจย่ำแย่อย่างหนัก บ้านเมืองจะไปไม่รอดอยู่แล้ว หากรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาในประเทศไทยนั้นน่าจะดีขึ้น เนื่องจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเวลาเข้ามาในประเทศไทยจะอยู่นานจะทำให้การกระตุ้นเศรษฐกิจดีขึ้น
แต่รัฐบาลจะต้องมีมาตรการรองรับในเรื่องโควิด-19 เนื่องจากประเทศไทยนั้นกำลังมีโควิดระบาด แต่ถ้าเทียบกับประเทศอื่นๆ ประเทศไทยถือว่ายังน้อย ซึ่งรัฐบาลต้องมีแนวป้องกันที่ดี ต้องคัดกรอง ต้องกักตัว นักท่องเที่ยวที่เข้ามาในประเทศไทย หรือตรวจให้ดีเพื่อความปลอดภัยของคนไทย
ผมเองเชื่อว่าระบบการป้องกันของสาธารณสุขของประเทศไทยนั้นดีมาก ซึ่งไม่ว่าจะเป็นระบบคัดกรอง หรือการกักตัว หรือด้านการรักษา ดังนั้นยังมั่นใจว่าหากรัฐบาลเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศไทยมันจะเป็นผลดีกับด้านเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ร้านค้า หรือแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ
กิตติ ทิศสกุล
ที่ปรึกษาสมาคมสมาพันธ์การท่องเที่ยวภาคเหนือ

ในส่วนของเอกชนในพื้นที่ภาคเหนือและพื้นที่ จ.เชียงราย เห็นด้วยและพร้อมสนับสนุนกับแนวทางดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าเป็นแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวที่ดี แม้จะมีข้อเสียและความเสี่ยงอยู่บ้างในเรื่องความเชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่หรือนักท่องเที่ยวภายในประเทศ ซึ่งอาจมีความกังวลใจว่ากลุ่มคนเข้ามาจะนำเชื้อโควิด-19 เข้ามาระบาดให้กับพื้นที่
หากมีการดำเนินการจริง ภาครัฐหรือรัฐบาลเองก็ต้องมีการประกาศแผนการดำเนินการให้ชัดเจนและให้มีการประชาสัมพันธ์อย่างทั่วถึงเพื่อให้เข้าใจกันทุกฝ่าย
หากทำให้เกิดความวิตกกังวลจะเกิดผลเสียหายต่อนโยบายได้ ซึ่งโดยส่วนตัวเชื่อว่านักท่องเที่ยวที่เข้ามาอย่างน้อยจะถูกคัดกรองมาอย่างดี ก่อนจะเดินทางออกนอกประเทศนั้นๆ อาจต้องมีการกักตัวหรือตรวจสอบประวัติเบื้องต้นมาแล้ว และหากมาถึงเมืองไทยก็จะถูกกักตัวอีก 14 วัน ก่อนจะเดินทางไปเที่ยวยังที่ต่างๆ ได้ ทำให้มั่นใจว่าปลอดภัยแน่นอน
ก่อนหน้าทางภาคเอกชนเชียงรายก็เคยเสนอแผนให้กับทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาพิจารณา โดยใช้ภูเก็ตโมเดลเป็นต้นแบบ ซึ่งรู้ถึงข้อดีข้อเสียมาก่อน ซึ่งการนำมาใช้กับพื้นที่อื่นก็จะนำส่วนที่มาสานต่อและแก้ปัญหาอุปสรรคที่ภูเก็ตเคยประสบมา
ซึ่ง จ.เชียงรายเอง ก็มีศักยภาพที่จะรองรับการท่องเที่ยวลักษณะนี้ มีสถานที่กัก 14 วัน โดยจัดกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเล่นกอล์ฟ เล่นกีฬาหรือไปสถานที่ที่กำหนด เนื่องจากสภาพพื้นที่ของจังหวัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเกือบทั้งหมด เป็นสถานที่โล่งที่ไม่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ
เชื่อว่าหากมีการดำเนินการจะทำให้ฟื้นการท่องเที่ยวของ จ.เชียงราย ให้คืนมาได้อีกระดับหนึ่ง เนื่องจากนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาเที่ยวลักษณะนี้เป็นกลุ่มคนมีเงิน ซึ่งจะมีกำลังจ่ายสูง การเดินทางมาเที่ยวแต่ละครั้งจะใช้จ่ายคนละเป็นหลักล้านบาท
โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวแถบยุโรปที่ค่าเงินแพง ส่วนประเทศไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับกลางที่ค่าใช้จ่ายไม่สูงเชื่อว่าจะได้รับความนิยม ซึ่งการท่องเที่ยวลักษณะนี้ไม่เพียงฟื้นวิกฤตการท่องเที่ยวที่ชะลอตัวลงของการแพร่ระบาดของโควิด-19 หากยังทำให้เกิดความประทับใจ นักท่องเที่ยวเหล่านี้จะนำไปบอกต่อและดึงนักท่องเที่ยวกลับมาเที่ยวในประเทศอีกเป็นจำนวนมาก
นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์
อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.)

กล่าวถึงกรณีรัฐบาลได้มีมาตรการผ่อนปรนให้ชาวต่างชาติ 56 ประเทศ เข้ามาในราชอาณาจักร และขยายเวลาการพำนักออกไปอีกระยะหนึ่ง ในส่วนของการเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุขได้มีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง และถือว่าพร้อมมาก ทั้งสถานที่ บุคลากร เครื่องมือและอุปกรณ์
การผ่อนปรนนี้เป็นเพียงการอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติที่ต้องการเดินทางเข้าประเทศไทย ช่วยให้กระทรวงการต่างประเทศทำงานได้ และเพิ่มช่องทางให้ประเทศไทยมีรายได้เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ทุกคนที่เดินทางเข้าประเทศไทยจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขควบคุมโรคระบาดที่ทางการไทยกำหนดไว้ โดยเฉพาะเรื่องการยินยอมเข้าสู่ระบบการกักตัวเป็นเวลา 14 วัน การแจ้งสถานที่พำนักที่ชัดเจน หรือการรายงานตัวต่างๆ เป็นต้น
ในด้านการแพทย์และสาธารณสุขนั้น ขั้นตอนทุกอย่างยังปกติเหมือนเดิม ไม่ใช่ว่าคนเหล่านี้จะเข้าออกประเทศได้อย่างอิสระ เพียงแต่ในเรื่องของกลไกการขอออกเอกสารวีซ่าจะสะดวกมากขึ้น และข้อดีของการเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้าประเทศได้มากขึ้น หรืออยู่พำนักในประเทศไทยนานขึ้น จะยิ่งช่วยให้ประเทศไทยมีรายได้มากขึ้นด้วย
แม้จะมีการผ่อนปรนในเรื่องดังกล่าว แต่นักท่องเที่ยวจาก 56 ประเทศ ยังคงต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการขอวีซ่าของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด และที่สำคัญมาตรการด้านการแพทย์และสาธารณสุขไม่ได้ลดหย่อนลงแต่อย่างใด
วิชิต ประกอบโกศล
นายกสมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว (แอตต้า)

ตามที่คณะคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแก้ไขการเปิดรับนักท่องเที่ยวประเทศอื่นเพิ่ม จากเดิมที่ให้เฉพาะนักท่องเที่ยวที่มาจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ รวมถึงขยายระยะเวลาขอรับการตรวจลงตราประเภทนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ หรือวีซ่าพิเศษ STV นั้น ถือเป็นโอกาศที่ดีที่จะรับนักท่องเที่ยวจากต่างชาติได้มากขึ้น และเดินทางเข้ามาก็ต้องกักตัว 14 วัน คิดว่าโอกาสที่จะนำเชื้อโควิด-19 แทบจะไม่มี แต่เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด เพราะขณะนี้ขยายแบบไม่เลือกประเทศแล้ว รัฐบาลควรมีมาตรการในกักตัว 14 วัน ที่เข้มงวดอย่างมาก เนื่องจากกลุ่มพวกนี้อาจมีโอกาสที่เขาจะมีเชื้อโควิด-19 ติดตัวเข้ามาสูง
ส่วนข้อเสนอที่เคยเสนอให้จับคู่เปิดรับนักท่องเที่ยวกับประเทศความเสี่ยงต่ำ หรือทราเวล บับเบิลนั้น ขณะนี้ประเทศคู่ค้าอย่างประเทศจีน ได้ตอบรับมาว่าขอเวลาในการศึกษาและพิจารณาข้อเสนอก่อน เนื่องจากอยากให้ผ่านช่วงฤดูหนาวที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 ไปก่อน
ดังนั้น รัฐบาลจึงได้เปลี่ยนไปเสนอกับคู่ค้าประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำประเทศอื่นแทน อาทิ เวียดนาม สิงคโปร์ ซึ่งถือว่าดี เป็นการเพิ่มปริมาณนักท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจของไทย

