เริ่มมีท่าทีจากหลายประเทศต่อสถานการณ์การประท้วงในไทย โดยส่วนใหญ่สนับสนุนการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของเหล่านักเรียนนิสิตนักศึกษา รวมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลไทยรับฟังข้อเรียกร้อง ไปจนถึงหยุดการคุกคามการประท้วงทั้งการสลายการชุมนุม ไปจนถึงการใช้ข้อกฎหมายมาเล่นงานแกนนำ
ขณะที่รัฐบาลไทยและผู้สนับสนุนกองหนุนกองเชียร์ พากันออกมาชี้แจงตอบโต้ ไม่เห็นด้วยกับเสียงสะท้อนจากบุคคลทางการเมืองในหลายประเทศ
แต่ที่ฟังแล้วได้แต่ขบขัน คือ วิธีตอบโต้ว่า ต่างประเทศได้ข้อมูลไม่รอบด้าน ไม่เข้าใจสถานการณ์ในไทยเพียงพอ
คือโลกยุคนี้แล้ว เลิกพูดได้เลยว่า คนที่ไม่ได้อยู่ในประเทศไทย จะได้รับข้อมูลปัญหาในไทยอย่างไม่ครบถ้วนทุกด้าน
เอาง่ายๆ ในการชุมนุมเคลื่อนไหวของนักเรียนนิสิตนักศึกษาทุกครั้ง เราได้เห็นนักข่าวฝรั่งจากสำนักข่าวชั้นนำทั่วโลก มารายงานข่าวอย่างใกล้ชิด เดินกันว่อนไปหมด
มีทั้งคลิป มีทั้งไลฟ์สด แถมตามด้วยสกู๊ปข่าวแบบเจาะลึก
อีกทั้งข่าวสถานการณ์การเมืองในบ้านเราเวลานี้ ปรากฏในสื่อใหญ่ๆ ทั่วโลก ทั้งหนังสือพิมพ์ ทั้งสถานีโทรทัศน์ ทั้งสื่อออนไลน์ อย่างละเอียดยิบ
มีหรือคนในต่างประเทศที่ให้ความสำคัญกับเหตุการณ์ในไทยระยะนี้ จะไม่ได้รับข้อมูลครบถ้วนรอบด้าน
ไม่เท่านั้นหากเป็นบุคคลในแวดวงการเมืองในรัฐบาลของชาติชั้นนำ ยังมีรายงานข่าวกรอง ที่ส่งตรงจากสถานทูตในกรุงเทพฯ ตรงไปยังกระทรวงต่างประเทศ แบบมีเบื้องหลัง มีรายละเอียดลับๆ ครบถ้วน
เนื่องจากนักการทูตของชาติตะวันตกนั้น มักมีความสามารถในด้านการหาข่าว เจาะข่าวในระดับสายลับ ระดับซีไอเอ กันเลยทีเดียว
เพราะฉะนั้นจะตอบโต้อะไรกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากบุคคลทางการเมืองในต่างประเทศ ก็อย่าได้ไปพูดเลยว่า เขาคงได้ข้อมูลการเมืองไทยเพียงด้านเดียว ซึ่งเป็นไปไม่ได้อย่างสิ้นเชิง
อีกทั้งชาติที่เจริญแล้วในทางการเมือง มักมีวัฒนธรรมการตรวจสอบข้อมูลข่าวสาร เอาพยานหลักฐานข้อเท็จจริงมาประกอบ
มีแต่ชาติที่ล้าหลังไดโนเสาร์เต่าล้านปีเท่านั้น ที่รับฟังข่าวสารโดยเอาอคติเอาความเชื่อความงมงายมากำหนด จนได้ข้อมูลด้านเดียวจริงๆ
ที่สำคัญต้องตระหนักว่า การเคลื่อนไหวของนักเรียนนิสิตนักศึกษา ซึ่งดำเนินมา 4-5 เดือนนี้ กลายเป็นเหตุการณ์ที่โลกจับตามองกันอย่างจริงจังแล้ว
อีกทั้งการที่หลายประเทศบอกชัดว่า สนับสนุนการต่อสู้ของเด็กไทยเพื่อสร้างประชาธิปไตย
นั่นก็แปลว่า สายตาจากนานาชาติเห็นการเมืองไทยวันนี้ ไม่ใช่ประชาธิปไตยที่แท้จริง
แน่นอนเขาก็รู้กันหมด รู้กันทั่วโลกว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนขึ้นเพื่อให้คนกลุ่มเดียวอยู่ในอำนาจยาวนาน
แล้วยิ่งมีกลุ่ม ส.ว.ของบ้านเรา เพิ่งออกมาแถลงโต้ตอบ มติของคณะกรรมาธิการ วุฒิสภาสหรัฐ โดยอ้างว่า ประเทศไทยมีประชาธิปไตยเต็มที่ แต่ยอมรับว่า อาจจะมีสะดุดบ้างในปี 2557 ก็เพื่อการแก้ไขปัญหาทุจริตของนักการเมือง
แถลงโดยหารู้ไม่ว่า ชาติประชาธิปไตยทั่วโลกนั้น ไม่มีใครยอมรับได้ว่า การแก้ปัญหาการเมืองสามารถทำได้ด้วยการรัฐประหาร
ทั่วโลกตระหนักว่า การรัฐประหารเป็นเพียงข้ออ้างของกองทัพในการช่วงชิงอำนาจจากนักการเมืองเท่านั้นเอง
ทางที่ดีที่สุด ถึงเวลานี้ รัฐบาลไทยควรประเมินท่าทีจากหลายชาติต่อสถานการณ์การเคลื่อนไหวของเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้รอบคอบ
ไม่เช่นนั้นอาจจะไปถึงจุดที่ถูกต่างชาติแสดงปฏิกิริยาต่อรัฐบาลไทยมากขึ้นไปเรื่อยๆ กลายเป็นมีมาตรการเข้มๆ ที่จะยิ่งกระทบต่อการเมืองเศรษฐกิจไทยหนักหน่วง
สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

