‘ชูเวช สามัญชน’ ชี้ กม.คนพิการแค่ขยะ ถ้าประเทศไร้ปชต. เหตุบังคับใช้ไม่ได้จริง
เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม บริเวณหน้ากระทรวงพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ย่านสะพานขาว สถานที่จัดชุมนุมเรียกร้องสิทธิคนพิการ โดยมีการปราศรัยสลับกับการแสดงดนตรีตั้งแต่ช่วงเย็น
ต่อมา ในเวลาประมาณ 21.15 น. นายชูเวส เดชดิษฐรักษ์ นักร้องนำวงสามัญชน ขึ้นปราศรัย โดยกล่าวว่า คนพิการมีข้อจำกัดทางกายภาพ ซึ่งทางลาดไม่ดีพอ คนพิการไทยได้วีลแชร์ฟรี น้ำหนัก 20 กก. ซึ่งถือว่าหนักมาก นอกจากนี้ยังมีข้อจำกัดทางกฎหมาย ซึ่งมีการอธิบายว่า กฎหมายเราดีที่สุดในอาเซียน คือ พรบ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการดีกว่าญี่ปุ่นในแง่กฎหมาย แต่ในแง่การบังคับใช้ สมมติว่า เรามีแบบอาคาร 1 แบบ และจะก่อสร้าง ก็ต้องให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นเซ็นอนุมัติ แต่องค์การปกครองส่วนท้อวถิ่นไม่มีความรู้ด้าน Universal design ดังนั้น แม้มีกฎหมาย แต่คอนโดมีเนียมใหม่ๆ ในกทม. ก็ไม่เอื้อคนพิการ ข้อจำกัดอีกประการหนึ่งคือ การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร กรณีคนตาบอด ต้องใช้โปรแกรม Screen reader คืออ่านหน้าจอเพื่อให้มีเสียง แต่เอกสารทางราชการที่เป็นไฟล์ PDF และภาพกราฟิกไม่สามารถใช้โปรแกรมนี้อ่านได้ จึงเข้าถึงได้เฉพาะข้อมูลไฟล์ word เท่านั้น
“สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่ารัฐบาลไม่ได้มีความจริงใจ ในการแก้ปัญหาหรือพยายามสื่อสารกับคนพิการมากเพียงพอ จอล่ามภาษามือในบางประเทศมีการกำหนดเลยว่า ต้องใหญ่ขนาด 1 ต่อ 9 บางประเทศ 1 ต่อ 6 บาวประเทศระบุว่าครึ่งหนึ่งต้องเป็นจอล่ามภาษามือถ้าเป็นรายการข่าวสาร แต่ประเทศเราจอเล็ก และล่ามภาษามือในไทยที่สามารถแปลข่าวการเมืองได้อย่างจริงจัง มีน้อยมาก ไม่ถึง 10 คน เพราะฉะนั้นโอกาสที่คนพิการจะลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อผลักดันกฎหมายของตัวเอง ยากเย็นมาก ในอดีต ที่ต่อสู้ได้ คือพันโทต่อพงษ์ กุลครรชิต ซึ่งเป็นทหาร คือคุณต้องอยู่ในชนชั้นอะไรบางอย่าง ในประเทศนี้มีแค่ความพิการกับใจถึงๆ ไม่พอ หลังพันโทต่อพงศ์เสียชีวิต การเคลื่อนไหวของคนพิการซบเซา” นายชูเวช กล่าว
นายชูเวช กล่าวว่า ในรัฐธรรมนูญปี 50 มีรายละเอียดเกี่ยวกับคนพิการ 4-5 อย่างที่ก้าวหน้ามาก เช่น 1. คนพิการต้องเช้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการสาธารณะ แต่รัฐธรรมนูญ 60 มาตรานี้ทั้งมาตราหายไป 2. การบอกว่าประชาชนทุกคนต้องเข้าถึงสิทธิทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน รัฐต้องสนับสนุน โดยไม่กีดกันด้วยความพิการ แต่ในรัฐธรรมนูญ 60 ข้อความนี้หายไปหมดเลย ถ้าการต่อสู้ของเราไม่แคร์เสียงคนพิการ จะยิ่งตอกย้ำว่า ต่อให้มีประชาธิปไตย คนพิการก็ไม่มีชีวิตที่ดี นำไปสู่การเรียกร้องให้ทหารรัฐประหาร เรียกร้องให้ทหารพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เพราะฉะนั้นการต่อสู้ครั้งนี้เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ
“ถ้าเราจะต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ถ่วงดุลอำนาจรัฐ แล้วไม่เห็นคุณภาพชีวิตอยู่ในนั้น เราจะเสียมวลชน ในขณะเดียวกันถ้าเราสู้เรื่องคุณภาพชีวิตโดยไม่สนว่าประเทศจะมีประชาธิปไตยหรือเปล่า คนพิการ แกนนำคนพิการ ผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการคนพิการควรตระหนักรู้และสำนึกได้แล้วว่า ประเทศที่ไม่มีประชาธิปไตยตลอด 6 ปีนี้ กฎหมายคนพิการมันก็แค่ขยะ บังคับใช้อะไรไม่ได้เลย ถ้าคุณอยากมีคุณภาพชีวิตที่ดี สวัสดิการสังคมต้องตรวจสอบได้ ประเทศต้องเป็นประชาธิปไตย นโยบายต่างๆ ต้องออกมาจากคนพิการ สภาคนพิการต้องไม่ถูกควบคุมด้วยผลประโยชน์รัฐ ต้องเป็นสภาคนพิการที่มีศักดิ์ศรี มีอำนาจต่อรองกับรัฐ ไม่ใช้วิจารณ์รัฐ 1 ประโยค วันรุ่งขึ้นเอาดอกไม้ไปให้” นายชูเวสกล่าว
ทั้งนี้ นายชูเวช จบการศึกษาจากคณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นผู้แต่งเพลง ‘อยากจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้’ มีเนื้อหาเรียกร้องรัฐสวัสดิการ

