“หมอชลน่าน” ชี้ส.ว.อาจกังวลจำนวนผู้แปรญัตติจำนวนมาก ใช้เวลามากจึงทำให้ชุลมุน ชี้การพิจารณาในวาระ 2 ฝ่ายค้านเตรียมเทคนิคชี้แจงที่ประชุมแน่นอน
เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ …) พ.ศ…. ให้สัมภาษณ์ถึงการแปรญัตติพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญในวาระที่ 2 จะมีความชุลมุนอย่างที่ ส.ว.มีความกังวล หรือไม่ ว่า ความหมายของ ส.ว. คำว่าชุลมุนอาจจะเป็นแง่ของความเยอะหรือมากของผู้เสนอคำแปรญัตติ เพราะมีจำนวน 109 คน ความหมายของส.ว.อาจจะมองในมุมนี้ว่ามีจำนวนมากและอาจจะชุลมุนวุ่นวาย แต่ไม่น่าเป็นประเด็นในมิติของความเห็นเพราะการแปรญัตติสมาชิกก็มีช่วยร่วมในการพิจารณากฎหมายในวาระที่2 ในชั้นของกมธ. ได้มีการเสนอคำแปรญัตติเข้ามา ซึ่งกมธ.ก็จะดูว่าคำแปรญัตตินั้นเป็นไปในลักษณะเดียวกับร่างกมธ.ที่พิจารณาหรือไม่ อย่างไร กมธ.ข้างมากเห็นอย่างไร เสียงข้างน้อยเห็นอย่างไร ผู้แปรญัตติเห็นอย่างไร หากไปด้วยกันได้ก็จบ จบในแง่ของการที่เราจะนำมาเขียนเป็นร่างที่จะเสนอเข้าสู่รัฐสภาในข้อความหรือถ้อยคำที่เหมือนกัน เว้นแต่กมธ.ไม่เห็นด้วยกับผู้เสนอคำแปรญัตติ เช่นมีการเสนอสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มา 250 คน แต่เราบอกว่าเรายืนที่ 200 คน เขาก็มีสิทธิที่จะสงวนคำแปรญัตติไปบอกต่อรัฐสภาได้ว่าจะเอา 250 คน รัฐสภาเห็นด้วยหรือไม่หรือเห็นด้วยกับกมธ. นี่คือขั้นตอนการแปรญัตติ หากสมมติว่ามีผู้สงวนคำแปรญัตติจำนวนมากก็อาจจะต้องใช้เวลามากในการอภิปรายในวาระที่ 2 ความหมายของส.ว.อาจจะเป็นเช่นนั้น สำหรับการพิจารณาในวาระ 2 ที่จะมีการใช้เสียงข้างมาก ฝ่ายค้านจะมีเทคนิคมาชี้แจงต่อที่ประชุม แน่นอนอยู่แล้ว เพราะเป็นขั้นตอนของการพิจารณากฎหมาย การจัดทำกฎหมาย เมื่อสู้ในชั้น กมธ. สู้ไม่ได้ เหมือนที่ยกตัวอย่างของ ส.ส.ร.ไปข้างต้น สมมติว่าหากเราต้องการจำนวน ส.ส.ร.จำนวน 250 คน แต่กมธ.บอกเอาแค่ 200 คน กมธ.ผู้เสนอความเห็นก็สามารถเสนอความเห็นไปบอกต่อรัฐสภาได้ ว่ามีเหตุผลอะไรในการเสนอไปในจำนวนเท่านั้น หากรัฐสภาเห็นด้วยก็อาจจะแก้ไขในส่วนนั้นได้

