กรณีของ ”รัฐธรรมนูญ” สัมพันธ์กับความพยายามในการผลักดันคณะกรรมการ ”สมานฉันท์” อย่างแนบแน่น ยากเป็นอย่างยิ่งที่จะแยกออกจากกันได้
เหมือนกับเส้นทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญโดยรัฐบาลจะดำเนินเดินหน้าไปด้วยความราบรื่น
หากฟังจากพรรคพลังประชารัฐประสานเข้ากับความมั่นใจเป็น อย่างสูงของ 250 ส.ว.ประสานเข้ากับการหนุนเสริมโดยพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทยพัฒนา
มีหรือที่พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล พรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติ พรรคเพื่อชาติ พรรคพลังปวงชนไทย จะสามารถแย่งซีนไปได้อย่างง่ายดาย
เกลือกว่าฝ่ายของรัฐบาลโดยเฉพาะพรรคพลังประชารัฐและ 250 ส.ว.จะบังเกิดความย่ามใจเป็นอย่างสูง แต่หากเหลือบชำเลือง ไปยังย่างก้าวของคณะกรรมการ”สมานฉันท์”แล้วจะต้องรู้สึก
เนื่องจากเส้นทาง ”สมานฉันท์” กับเส้นทาง ”รัฐธรรมนูญ” เป็นองค์เอกภาพซึ่งยากจะปัดปฏิเสธได้
แม้พลังที่พยายามผลักดัน ”สมานฉันท์” จะมาจากพรรคประชาธิปัตย์ โดย นายชวน หลีกภัย ในฐานะประธานรัฐสภาจะขานรับและเดินหน้าอย่างเต็มเรี่ยวแรง
กระนั้น ถามว่าวิถีแห่งคณะกรรมการ ”สมานฉันท์” ดำเนินไปราบรื่นเหมือนยืนอยู่บนเนินเขาหรือไม่
ประหนึ่งว่า กระแสต่อต้านจะมาจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกล ประหนึ่งว่ากระแสต่อต้านจะมาจากกวิ้น รุ้ง อานนท์ ไมค์ ฟอร์ด ไผ่ ครูใหญ่
แต่เอาเข้าจริงๆพรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องถามไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถามไปยัง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ว่าต้องการให้คณะกรรมการ ”สมานฉันท์” เกิดขึ้นในทางเป็นจริงหรือไม่
นั่นก็ต้องถามไปยัง 250 ส.ว.ถามไปยังพลังประชารัฐ
ในที่สุด อาการสะดุดของคณะกรรมการ ”สมานฉันท์” จะส่งผล กระทบไปยังกระบวนการแก้ไข ”รัฐธรรมนูญ” อย่างเลี่ยงไม่พ้น
ไม่ว่าคณะกรรมการ ”สมานฉันท์” จะเกิดขึ้นอย่างไร แต่คำถามหนึ่งก็คือ เป้าหมายแท้จริงของรัฐธรรมนูญคืออะไร ต้องการรักษาอำนาจและสืบทอดอำนาจหรือไม่
“อำนาจ” นั่นแหละคือสิ่งที่หลายคนที่ยึดกุมอยู่ไม่สามารถจะคายและคืนให้กับ ”ประชาชน” ได้

