‘สมยศ’ เล่าความสัมพันธ์ ‘3 สหาย’ บอก เราถูกทำช้ำมาก ยกสุรชัยอุทิศชีวิตเพื่ออุดมการณ์

12.12.20 | 19:34 น.

‘สมยศ’ เล่าความสัมพันธ์ ‘3 สหาย’ บอก เราถูกทำช้ำมาก ยกสุรชัยอุทิศชีวิตเพื่ออุดมการณ์

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว ถนนราชดำเนินกลาง กรุงเทพฯ กลุ่มเพื่อนสุรชัย พร้อมด้วย กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย และ กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย จัดกิจกรรมรำลึก “2 ปี 3 สหาย” เพื่อระลึกถึง นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ (แซ่ด่าน), นายชัชชาญ บุปผาวัลย์ หรือ สหายภูชนะ และ นายไกรเดช ลือเลิศ หรือ สหายกาสะลอง ผู้ลี้ภัยการเมืองไทย ไปยังประเทศลาว หลังการรัฐประหาร ปี พ.ศ.2557

เวลา 17.27 น. นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย สวมเสื้อ “คิดถึง..สุรชัย” ขึ้นกล่าวภายรำลึก หลังมีการฉายบทสัมภาษณ์ ของนายสุรชัย โดยนายสมยศกล่าวตอนหนึ่งว่า ประยุทธ์พูดซ้าย จะไปทางขวา คือบุคคลหน้าไว้หลังหลอก มือถือปาก สากถือศีล

“คุณสุรชัย กับผม มีชะตากรรมร่วมกันหลายอย่าง แม้ไม่เคยเจอตัว คือบุคคลเหนือมนุษย์ เพราะน่าพิศวงมาก เข้าป่าตั้งแต่ ปี 2519 ถึง 5 ปี ชีวิตในป่าเขาไม่ง่าย เพราะไม่มีไฟฟ้าใช้ แต่คุณปราณี ด่านวัฒนานุสรณ์ ภรรยา ก็รอมาถึง 16 ปี ไม่หนีไปไหนเหมือนภรรยาคนอื่นๆ” นายสมยศกล่าว

จากนั้นเป็นการย้อนเล่าถึงการเคลื่อนไหวทางการเมือง และการใช้ชีวิตของนายสุรชัย จนถึงการถูกอุ้มหาย ก่อนพบเป็นศพ

นายสมยศกล่าวต่อว่า หลายคนเชื่อว่าคนเหล่านี้ยังไม่ตาย ยังปลอดภัย ไปหลบอยู่ แต่พวกเรานี้ช้ำมาก โดนอุ้มแล้ว เราบางคนยังเชื่อว่ามีชีวิตอยู่

Advertisement

“สุรชัยคือคนที่มีอุดมการณ์ อุทิศชีวิตด้วยอุดมการณ์ฝ่ายซ้าย คือคนที่ต้องการทำให้สังคมไทยมีความเท่าเทียมกัน แนวคิดนี้กลับมาสู่สังคมไทยใหม่ และถูกพูดคุยอย่างกว้างขวาง โดยกลุ่มเยาวชน เราที่นี่จะขอสืบทอด เป็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์สืบไป” นายสมยศกล่าว

จากนั้น เวลา 18.22 น. ทาทา ศิษย์สุรชัย กล่าวว่า  คนที่ยังมีลมหายใจ ยังปลอดภัยอยู่ ลุกขึ้นมาเรียกร้องให้ยกเลิก ม.112 อ.สุรชัย สอนให้รู้ว่า เราสามารถใช้สิทธิ-เสียงได้อย่างเปิดเผย ต้องอย่ากลัวอำนาจที่พยายามกดหัวเรา ตั้งแต่ 10 ปี ที่รู้จักอาจารย์สุรชัยมา เรายังไม่หยุดรณรงค์ให้ยกเลิก ม.112 อาหารมื้อสุดท้ายที่อาจารย์ทำให้กิน คือแกงเหลืองหน่อไม้ดอง ที่บ้ายริมน้ำ จ.ลาว ซึ่ง ณ เวลานั้นเราหลบภัยด้วยมาตรา 112 เช่นกัน อาจารย์ไม่เคยบอกเราว่า เป็นเพราะปากแก เพราะแกพลาด แต่อาจารย์บอกว่า ถ้ารู้ว่าไม่ปลอดภัย บ้านนี้ยินดีต้อนรับเสมอ คือบ้านริมน้ำ ก่อนที่อาจารย์จะหายตัวไป

“ช่วงที่หลายคนรู้สึกไม่ปลอดภัย จึงตัดสินใจมาพักกับอาจารย์  อาจารย์ยื่นเงินให้ 1,000 บาท ให้ไปใช้ชีวิตต่อ และยังบอกเสมอว่า ถ้ารู้สึกไม่ปลอดภัย กลับบ้านไม่ได้ บ้านนี้ยินดีต้อนรับเสมอ

คำพูดสุดท้ายของพี่กาสะลอง และภูชนะ คือ ‘ทาทา เดี๋ยวแกก็กลับมา’ เขาะยายามจะบอกว่า ม.112 ไม่ปลอดภัยกับใคร คือเหตุที่หลายคนจะต้องลี้ภัย หรือแม้แต่ถูกอุ้มหาย เวลานี้ ม.112 ก็ยังไม่ปลอดภัย เพราะน้องๆ หลายคนที่พูดถึง ม.112 เยอะขึ้น ก็กำลังจะถูกดำเนินคดีมากขึ้น”

“การยกเลิก ม.112 ไม่ได้พูดแต่ในเมืองไทย เมื่อมีโอกาส ได้พูดคุยกับนักสิทธิมนุษยชน ระดับสากล แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ต่างประเทศ เราพูดเสมอว่า ม.112 นี้ อันตราย และยังกดขี่ ทำให้เราไม่สามารถพูดได้ ต่างประเทศทราบดี แต่ไม่สามารถก้าวก่ายได้ โดยเฉพาะระบอบ ประเพณี วัฒนธรรม แต่เขาพร้อมที่จะสนับสนุนในบางเรื่อง และให้กำลังใจ

10 ปีนี้เราเห็นอะไร เราเห็น คนพูดถึงมาตรา 112 ครั้งแรกที่น้ำตาไหล คือ 10 ข้อ จากเวทีธรรมศาสตร์ เป็นวันที่น้ำตาไหลและนึกถึง อ.สุรชัย ดีใจพร้อมน้ำตา จนถึงวันที่ 19 กันยายน ที่สนามหลวง เราน้ำตาไหลอีกครั้ง ขอบคุณที่ทำให้เราเติบโต และหยัดยืน มาบอกน้องๆ อีกหลายคนได้ว่า ม.112 เลวร้ายมาขนาดไหน” ทาทากล่าว