โฟกัสรายภาค แต้มคำถามพ่วง
ผลจากการประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 2559 และคำถามพ่วง ที่ว่า ท่านเห็นชอบหรือไม่ว่า เพื่อให้การปฏิรูปประเทศเกิดความ
ต่อเนื่องตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ สมควรกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลว่า ในระหว่าง 5 ปีแรก นับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ ให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับความเห็นชอบไปเมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา
โดยคะแนนรายภาค จาก ภาคเหนือ จำนวน 17 จังหวัด มีจังหวัดที่ไม่เห็นชอบกับคำถามพ่วง 7 จังหวัด และเห็นชอบกับคำถามพ่วง
10 จังหวัด โดยจังหวัดที่ไม่เห็นชอบเป็นจังหวัดที่อยู่ภาคเหนือตอนบน ซึ่งเป็นพื้นที่ของพรรคเพื่อไทย โดยบางจังหวัดอย่างเช่นจังหวัดน่าน และลำปาง ลงมติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ แต่ไม่เห็นชอบกับคำถามพ่วง

ภาคกลาง 26 จังหวัดรวมกรุงเทพมหานคร เห็นชอบกับคำถามพ่วงทุกจังหวัด แต่มีบางจังหวัดที่คะแนนสูสีระหว่างเห็นชอบกับไม่เห็นชอบ เช่น ปทุมธานี สุพรรณบุรี อ่างทอง ส่วนจังหวัดอื่นคะแนนต่างกันอย่างชัดเจน
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มี 20 จังหวัด โดย 18 จังหวัดไม่เห็นชอบกับคำถามพ่วง มีเพียง 2 จังหวัดเห็นชอบ นครราชสีมา และบุรีรัมย์ ขณะที่จังหวัดอำนาจเจริญ อุบลราชธานี และเลย ที่รับร่างรัฐธรรมนูญ แต่ไม่รับคำถามพ่วง

ภาคใต้ มี 14 จังหวัด มี 11 จังหวัดที่เห็นชอบกับคำถามพ่วง โดยมีคะแนนสูงทุกจังหวัด มีเพียง 3 จังหวัด คือ นราธิวาส ปัตตานี และยะลา ที่ไม่รับคำถามพ่วงและไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีคะแนนมากกว่า 60% ทั้ง 3 จังหวัด
โดยรวมทั้งประเทศ มีผู้ที่เห็นชอบกับคำถามพ่วง มีจังหวัดที่รับคำถามพ่วง 49 จังหวัด และไม่รับคำถามพ่วง 28 จังหวัด คำถามพ่วงมีผู้เห็นชอบทั้งหมด 15,132,050 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 58 ส่วนคะแนนไม่เห็นชอบมีทั้งสิ้น 10,926,648 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 41.93
อย่างไรก็ตาม ตามที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตกรรมาธิการ

ยกร่างรัฐธรรมนูญ ชุดนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ออกมาระบุว่าจะตั้งพรรคการเมือง และสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีคนนอก หลังจากที่มีการเลือกตั้งปลายปี 2560 เพราะประชาชนมีฉันทามติ 15 ล้านเสียงที่เห็นชอบกับคำถามพ่วง แสดงว่าประชาชนต้องการนายกรัฐมนตรีคนนอกนั้น ก็ยังไม่แน่ชัดว่าประชาชนต้องการที่จะแสดงออกอย่างนั้นหรือไม่ เพราะอย่างน้อยยังมีประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงอีก 20 ล้านคน ที่ไม่ได้มาใช้สิทธิ และยังมีประชาชนอีก
10 ล้านคน ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ และไม่รับคำถามพ่วง ดังนั้นตัวชี้วัดที่แท้จริงอยู่ที่วันเลือกตั้งที่จะมีขึ้นว่าประชาชนต้องการที่จะให้ประเทศดำเนินไปในทิศทางใด

