เครือข่าย กสม.ภาคปชช. ยื่นร้อง กมธ.กิจการศาล สอบการทำงานกสม. ประเทศไทย หลังพยายามล็อบบี้ปรับผลประเมิน
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 17 ธันวาคม ที่รัฐสภา นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรมหาชนและกองทุน สภาผู้แทนราษฎร รับยื่นหนังสือจาก นางชลิดา ทาเจริญศักดิ์ ผู้อำนวยการมูลนิธิศักยภาพชุมชน ตัวแทนเครือข่ายภาคประชาสังคมที่ทำงานร่วมกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประเทศไทย (กสม.) เพื่อขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่และสถานภาพของกสม. ซึ่งกำลังเป็นวิกฤตศรัทธาในขณะนี้

นางชลิดา กล่าวว่า ตามหลักแล้วกสม.ต้องปฏิบัติตามหลักการปารีส เผื่อผ่านการพิจารณาสถานภาพโดยอนุกรรมการพิจารณาสถานภาพของสหพันธ์สากล(SCA-GANHRI) โดยผลการประเมินกสม.ประเทศไทย ได้ระดับ A ในปี 2547 และถูกลดสถานภาพเป็น B ในปี 2558 เนื่องจากไม่ปฏิบัติตามหลักการปารีส และยังหมายถึงสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยอยู่ในสภาพที่น่าเป็นห่วง กสม.ประเทศไทยจึงได้ยื่นขอปรับสถานภาพเป็น A โดยจะทราบผลในวันที่ 22 ธันวาคมนี้ ทั้งนี้ ทราบว่ามีการล็อบบี้เกิดขึ้น เพื่อให้ได้สถานภาพเป็น A ทั้งที่ผลการประเมินต้องขึ้นอยู่กับการปฏิบัติหน้าที่ของกสม. ไม่ได้เกิดจากการล็อบบี้

“ที่ผ่านมา กสม.ในประเทศไทย ไม่ได้ทำหน้าที่ในการปกป้องพลเมืองในภาวะวิกฤต แต่กลับมีจุดยืนในการปกป้องรัฐบาล เห็นได้จากแถลงการณ์ของกสม. ที่ไม่ได้ยืนอยู่บนหลักการสิทธิมนุษยชน และไม่เป็นกลาง เรายินดีที่ กสม.จะได้ปรับสถานภาพเป็น A แต่จะต้องมาจากการปรับการทำงานอย่างมีเกียรติ” นางชลิดา กล่าว
ด้านนายจิรายุ กล่าวว่า กมธ.จะรับเรื่องไว้ โดยจะเชิญกสม. หน่วยงานทางผู้ร้องเรียน และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง เพื่อดูผลการปฏิบัติงานใน 3 ปีที่ผ่านมาว่าเป็นเพราะเหตุใดจึงถูกลดสถานภาพลง และกสม.ได้ปฎิบัติหน้าที่สมกับภาษีของประชาชนหรือไม่อย่างไร

