“ธนาธร” ลุยการเมืองท้องถิ่น พร้อมชิงเก้าอี้ทุกสนาม
หมายเหตุ…นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมของการลงรับเลือกตั้งสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) และนายกอบจ. ของคณะก้าวหน้าทั้ง 42 จังหวัด ในวันที่ 20 ธันวาคมนี้ รวมถึงแนวทางการขับเคลื่อนการเมืองท้องถิ่นนับจากนี้
บรรยากาศการลงพื้นที่หาเสียงอบจ. เป็นอย่างไร และประชาชนตื่นตัวมากแค่ไหน หลังไม่ได้เลือกตั้งมานานหลายปี
การเลือกตั้งท้องถิ่นในระดับจังหวัดที่จะเลือกตั้งในวันที่ 20 ธันวาคม 2563 นี้จะเป็นการเลือกตั้งท้องถิ่นในรอบกว่า 8 ปี นับจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยึดอำนาจในเดือนพฤษภาคม 2557 เพราะเมื่อยึดอำนาจก็ยุติการเลือกตั้งทุกระดับ ไม่ใช่แค่ในระดับชาติ แต่รวมถึงระดับท้องถิ่นด้วย การที่ไม่ได้จัดเลือกตั้งมานานทำให้ผมเชื่อว่าจะทำให้คนตื่นตัวและสนใจการเลือกตั้งท้องถิ่นมากขึ้น การเลือกตั้งท้องถิ่นในระดับจังหวัดของรอบที่ผ่านมามีผู้ออกมาใช้สิทธิ์คิดเป็น 50 กว่าเปอร์เซ็นต์ หากเทียบกับการเลือกตั้งระดับชาติ เมื่อเดือนมีนาคม 2562 ที่มีผู้ออกมาใช้สิทธิ์กว่า 76 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นครั้งนี้ผมจึงหวังว่าจะมีคนออกมาใช้สิทธิ์มากขึ้น
ผมเชื่อว่าคณะก้าวหน้านำเสนอนโยบายได้ครอบคลุมและเป็นรูปธรรมที่สุดจากที่ลงพื้นที่หาเสียงมา แต่พอเป็นการเมืองท้องถิ่นจึงยังมีประชาชนที่ยังอิงกับระบบอุปถัมภ์เดิมๆ คือสนใจเรื่องนโยบายน้อยมาก แต่ทั้งนี้ไม่มากก็น้อยผมเชื่อว่าคณะก้าวหน้าจะทำให้คนมาสนใจการเมืองท้องถิ่นที่นโยบายมากขึ้น ในประเทศที่พัฒนาแล้วส่วนใหญ่ทั้งในสหรัฐอเมริกา ฝั่งยุโรป หรือฝั่งเอเชีย อย่างเช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวัน ทุกประเทศมีการเมืองท้องถิ่นที่เข้มแข็ง เพราะการเมืองท้องถิ่นที่เข้มแข็งนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนนำมาซึ่งบริการสาธารณะที่มีคุณภาพการเมืองท้องถิ่นจึงมีความสำคัญกับชีวิตของผู้คนไม่น้อยกว่าการเมืองระดับชาติ แต่การเมืองท้องถิ่นของประเทศไทยไม่ได้เป็นแบบนั้น เราพยายามรณรงค์และบอกพี่น้องประชาชนว่า กลับมาสนใจการเมืองท้องถิ่นกันเถอะ โดยหนึ่งอย่างที่พวกเราทำสำเร็จ คือ การบอกว่างบประมาณของท้องถิ่นมีเท่าไหร่ เพื่อให้คนสนใจว่างบประมาณนี้คือภาษีของตัวเอง ตัวอย่างองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เป็นอบจ. ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ปีหนึ่งได้งบประมาณกว่า 3,500 ล้านบาท แต่คนไม่รู้กัน งบประมาณ 4 ปีรวมแล้วกว่า 12,000 ล้านบาท ใครได้เป็นนายกอบจ. รอบนี้จะได้เข้าไปบริหารงบประมาณในส่วนนี้ ผมเชื่อว่า คณะก้าวหน้าได้มาเติมสีสัน เติมความคึกครื้นให้กับการเลือกตั้งท้องถิ่นรอบนี้
วิธีการที่ใช้หาเสียงของคณะก้าวหน้าเป็นอย่างไร และเข้าถึงประชาชนได้มากแค่ไหน
เราหวังว่าการสื่อสารของเราจะเข้าถึงประชาชนได้ อย่างไรก็ตามก็ไม่ได้วัดว่าพี่น้องประชาชนจะสนใจกับนโยบายของเรามากน้อยแค่ไหน แต่เราสัมผัสได้จากการลงพื้นที่ที่ได้พูดคุยถึงเรื่องแม่น้ำลำคลองว่าจะทำอย่างไรให้แม่น้ำลำคลองกลับมาสะอาดและกลับมาเป็นวิถีชีวิตได้อีกครั้ง นอกจากนี้เรายังได้พูดถึงเรื่องโรงเรียนและพื้นที่สาธารณะเพื่อให้เด็กๆ และเยาวชนได้แสดงออกเพื่อไม่ให้พวกเขาหันหน้าเข้าหายาเสพติด บางทีเราไปพูดถึงเรื่องสวนสาธารณะเพื่อให้มีพื้นที่ในการผ่อนคลายหรือออกกำลังกาย เพื่อให้สุขภาพของคนดีขึ้น เรื่องต่างๆ ที่เราได้ไปพูดกับประชาชน พวกเขาก็บอกกับเราว่าไม่เคยมีใครทำมาก่อน และไม่รู้เลยว่าอบจ. ทำสิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้ ผมจึงบอกว่า อบจ. ทำได้ถ้าการเมืองดีสิ่งต่างๆ เหล่านี้จะดีขึ้นด้วย ยกตัวอย่าง อบจ.นนทบุรี มีโรงเรียนอยู่ภายใต้สังกัดถึง 30 โรงเรียน แต่คนก็ไม่รู้กัน หากผมเป็นผู้ปกครองของนักเรียนที่เรียนอยู่ในสังกัดของอบจ. ถ้าอยากให้การศึกษาของลูกตัวเองดีก็ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งรอบนี้ และไปถามผู้สมัครอบจ. แต่ละคนเลยว่าจะพัฒนาโรงเรียนอย่างไรให้เด็กได้พัฒนาและเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ ไม่ต้องไปหากระทรวงศึกษาธิการ
การปรับตัวของของอิทธิพลเก่า ทั้งการทำนโยบาย และวิธีการหาเสียง
เราเคยบอกไว้ว่าเราจะเขย่าการเมืองท้องถิ่น แต่พรรคอนาคตใหม่โดนยุบ จากนั้นคณะก้าวหน้าจึงประกาศตัวออกมาว่าจะมาทำงานการเมืองท้องถิ่น ผมคิดว่า วันนี้ทุกคนคงได้เห็นแล้วว่าโฉมหน้าการเมืองท้องถิ่นได้เปลี่ยนไปเพราะมีคณะก้าวหน้าเป็นผู้เล่น การเมืองท้องถิ่นจะมีสิ่งที่เรียกว่าบ้านใหญ่ หรือตระกูลการเมืองที่สืบทอดตำแหน่งทางการเมือง จากรุ่นพ่อไปสู่รุ่นลูก ซึ่งคนในกรุงเทพมหานครอาจจะไม่รู้จัก แต่ในต่างจังหวัดจะรู้ว่ามีบ้านใหญ่ อย่างไรก็ตามผมไม่ได้บอกว่าการสืบทอดตำแหน่งทางการเมืองเป็นเรื่องที่ผิด ตราบใดที่ไม่ใช้อิทธิพล ไม่ซื้อสิทธิ์ซื้อเสียง ไม่ทุจริตคอร์รัปชั่น ไม่กีดกันผู้เล่นรายใหม่โดยใช้วิธีที่ไม่ถูกต้อง ตัวอย่างตระกูลแคนนาดี ในสหรัฐอเมริกา หรือ ตระกูลคานธี ในอินเดีย บ้านใหญ่ของไทยใช้สิ่งต่างๆ ที่กล่าวมาครบหมดเลย มีทั้งซุ้มมือปืน หลายบ้านใช้อิทธิพลซื้อสิทธิ์ซื้อเสียง บางที่ทุจริตคอร์รัปชั่น ยกตัวอย่างในจังหวัดสมุทรปราการที่ตระกูลใหญ่ของจังหวัดนี้มีเรื่องการทุจริตคลองด่าน ส่วนรุ่นลูกถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเพราะไปซื้อสิทธิ์ซื้อเสียง ผมจึงอยากถามว่า แล้วเราจะเอาการเมืองท้องถิ่นแบบนี้ต่อไปหรือ เวลาที่ผู้สมัครของคณะก้าวหน้าปักป้ายหาเสียงเมื่อไหร่ ป้ายก็จะโดนอุ้ม ตั้งป้ายปุ๊ปป้ายหาย ขับรถไปในจังหวัดสมุทรปราการก็แทบจะไม่เหลือป้ายแล้ว นี่เป็นวิธีของการเมืองเก่า สิ่งต่างๆ เหล่านี้มันกัดกร่อนคุณภาพของประชาธิปไตย และการเมือง ถามพ่อแม่พี่น้องจริงๆว่า คนที่ใช้อิทธิพลทำงานการเมืองแบบนี้ พวกเขาจะตั้งใจเข้าไปรับใช้ประชาชนจริงหรือ
ผมไม่อยากเห็นการเมืองท้องถิ่นที่จังหวัดแต่ละจังหวัดเป็นทรัพย์สมบัติของตระกูลใดตระกูลหนึ่ง แต่อยากเห็นการเมืองที่จังหวัดนั้นๆ เป็นของคนทุกคน 20 ธันวาคม มีโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลง ที่จะยุติการเมืองผูกขาดในท้องถิ่น ยุติการเมืองอิทธิพล ยุติการเมืองซื้อสิทธิ์ซื้อเสียง ประชาชนเลือกเองได้
การทำงานการเมืองของคณะก้าวหน้าในฐานะกลุ่มการเมืองแตกต่างจากสมัยเป็นพรรคการเมืองอย่างไร
ต่างกันครับ เพราะตอนที่เป็นพรรคการเมือง นโยบายเป็นในระดับชาติ และใหญ่มาก การจะทำสิ่งต่างๆ ได้ ถ้าไม่ได้เป็นรัฐบาลหรือมีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ก็ต้องทำผ่านการแก้ไขกฎหมาย หรือการตรากฎหมายขึ้นมาใหม่ ดังนั้น นโยบายจึงไกลจากประชาชนมาก ยกตัวอย่างสภาผู้แทนฯ ชุดนี้ทำงานมาปีครึ่ง เห็นกฎหมายอะไรที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประชาชนจากสภาฯ ชุดนี้หรือยัง คำตอบคือ ยังไม่ผ่านกฎหมายอะไรที่เป็นประโยชน์กับประชาชนเลย มีกฎหมายงบประมาณ ซึ่งก็เป็นกฎหมายภาคบังคับทุกปี ไม่เช่นนั้นงบประมาณก็ใช้ไม่ได้ การทำงานการเมืองในสภาฯ จึงมีข้อจำกัดอยู่มาก แต่หากทำสำเร็จจะสามารถผลักดันและทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่ การทำงานท้องถิ่นคือ การทำนโยบายระดับชาติมาเป็นท้องถิ่น ทำนโยบายจากใหญ่มาประยุกต์ให้กับพื้นที่ เช่น ตอนเป็นพรรคอนาคตใหม่ นโยบายหนึ่งอย่างเช่น การคมนาคมขนส่งสาธารณะเพื่อทุกคน ดูเป็นนามธรรม แต่พอลงมาถึงระดับจังหวัด การคมนาคมขนส่งสาธารณะที่ดี คือการมีรถเมล์เชื่อมโยงกันทุกอำเภอเพื่อให้คนได้มีตัวเลือกในการเดินทางมากขึ้น ไม่ต้องใช้รถยนต์ส่วนตัว ลดความแออัด ลดรถติดบนถนน ลดมลภาวะ ลดอุบัติเหตุ และที่สำคัญคือลดภาระค่าใช้จ่ายของคนที่ต้องผ่อนรถยนต์ ผ่อนรถมอเตอร์ไซด์ และค่าน้ำมัน หากมีระบบคมนาคมขนส่งที่ดีภายในจังหวัด เราอาจจะไม่ต้องมีรถมอเตอร์ไซด์ก็ได้ แต่ทุกวันนี้ทุกบ้านต้องมีรถยนต์ หรือรถมอเตอร์ไซด์ เพราะการเดินทางคือการเข้าหาโอกาส หากเดินทางไม่ได้ก็ไม่มีโอกาสในชีวิต เราจะเห็นว่า พอเป็นพรรคอนาคตใหม่ เวลาเสนอนโยบายการขนส่งสาธารณะเพื่อทุกคน พอมาลงเป็นอบจ. เราจะแปลงมาเป็นนโยบายที่คนจับต้องได้ ดังนั้นการเมืองท้องถิ่นจึงใกล้ชิดกับประชาชนมากกว่า เพราะเป็นเรื่องการบริการสาธารณะ และเป็นเรื่องคุณภาพชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงเข้านอน มันมีความต่างกันอยู่ ความต่างอีกอย่างคือ ความเป็นคณะที่ไม่ใช่พรรค จึงมีความยืดหยุ่นกว่าเยอะ ไม่ต้องไปรายงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทุกกิจกรรมที่ทำ ก็เป็นข้อดี แต่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงในระดับประเทศได้ มีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน
ใช้จิตใจแบบไหนในการทำงานการเมือง
ก็เหมือนเดิมครับ เรามีแต่ความปรารถนาดี หลายคนกล่าวหาว่าพวกเราชังชาติ จริงๆ แล้วพวกเรามีแต่ความปรารถนาดี และความหวังดีต่อประเทศ ต่อคนรุ่นต่อไป อยากจะสร้างสังคมที่ดี อยากจะสร้างประชาธิปไตยที่เป็นประชาธิปไตย และเป็นประเทศที่แข่งขันกับโลกภายนอก และโลกาภิวัตน์ได้ แต่การทำแบบนี้ภายใต้สถานการณ์การเมืองที่ไม่เป็นประชาธิปไตย บรรยากกาศที่ผู้มีอำนาจไม่ต้องการให้ประชาชนเป็นเจ้าของประเทศร่วมกัน ทำให้เราต้องเผชิญกับอุปสรรคต่างๆ นานา สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำให้เราท้อถอย แต่กลับทำให้หนักแน่น และยืนหยัดขึ้น การที่ได้รับกำลังใจจากประชาชน ไปตลาดไหนก็มีคนให้น้ำ แม่ค้าขายขนมครกก็เอาขนมครกมาให้ บางทีก็ได้ดอกไม้ และรอยยิ้ม เป็นสิ่งที่ค้ำยันให้เราเดินหน้าต่อไป เพราะเรารู้ว่าพี่น้องประชาชนอีกกว่าล้านคนที่ฝากความหวังไว้กับเรา ตราบที่ยังมีอิสรภาพอยู่ก็จะทำต่อไป
ข้อดี ข้อเสีย ของการเป็น ‘ธนาธร’ ในเส้นทางการเมือง
ผมว่าในความเป็นธนาธร เราอยากจะสื่อสารอะไรกับสังคม เราก็จะทำให้ได้อย่างที่พูด เราไม่ย่อท้อ และเน้นการทำงานเป็นทีม ผมคนเดียวมาไม่ถึงจุดนี้ ยังมีนายปิยบุตร แสงกนกกุล ยังมีน.ส.พรรณิการ์ วานิช ยังมีนายชำนาญ จันทร์เรือง ยังมีเพื่อนร่วมงานและทีมงานอีกเยอะ ทั้งทีมกฎหมาย ทีมสื่อ ทีมนโยบายที่ช่วยผลักดันนโยบายให้เราได้รับการยอมรับขนาดนี้
ส่วนข้อเสียผมว่า ผมถูกทำให้เป็นปีศาจ ทำให้ผมกลายเป็นคนที่ถ้ามีคนรักก็รักเลย ถ้ามีคนเกลียดก็เกลียดไปเลย นั่นคือสิ่งที่ผู้มีอำนาจทำสำเร็จ ที่สร้างภาพให้ผมเป็นผู้ที่นำความแตกแยกมาสู่สังคม ซึ่งผมไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้นเลย เพราะเราอยากจะเห็นประเทศนี้เป็นประชาธิปไตย ที่ประชาชนป็นเจ้าของประเทศร่วมกัน ไม่ได้มีความคิดที่จะทำให้สังคมแตกแยกอย่างที่เขากล่าวหา เมื่อถูกใส่ร้ายป้ายสีทำให้ภาพลักษณ์เป็นแบบนี้ บางครั้งทำให้เราติดต่อคนยาก บางครั้งอยากเข้าไปคุยกับชุมชน ก็ถูกกีดกันจากผู้ใหญ่บ้าน บางครั้งการไปติดต่อกับหน่วยงานของรัฐเพื่อขอข้อมูล หลายครั้งเจ้าหน้าที่ก็ไม่กล้ามาพบกับพวกเรา บางครั้งจะขอใช้สถานที่เพื่อจัดกิจกรรม ที่ของรัฐก็ไม่ให้ใช้ ที่ของเอกชนก็ไม่ให้ใช้ เพราะกลัว แต่อย่างที่บอกว่าก็ไม่ได้ทำให้พวกเราท้อถอย
ดูเหมือนว่าผู้มีอำนาจมีความพยายามไม่ต้องการให้ธนาธร และคณะเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมืองเลย เห็นได้จากการตรวจสอบการทำตัวเสมือนพรรคการเมือง ข้อกล่าวหาการทำธุรกิจของน้องชาย และการอ้างชื่อว่าอยู่เบื้องหลังการชุมนุม
เราตั้งข้อสงสัยไว้ว่า ทำไมถึงมาพูดเรื่องการทำเสมือนพรรคการเมืองในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้ง อบจ. ผมประกาศและทำทุกอย่างอย่างเปิดเผย รายงานความคืบหน้าให้สังคม และสื่อมวลชนทราบตลอดเวลา ว่าเราจะทำงานการเมืองแบบนี้ และทำการเมืองท้องถิ่นแบบนี้ ถ้าไม่ได้ ทำไมไม่บอกตั้งแต่แรก เราตั้งข้อสงสัยว่าเป็นความพยายามต้องการทำให้ประชาชนตั้งข้อสงสัย ต้องการให้ประชาชนไม่เชื่อมั่นในตัวพวกเรา หรือต้องการให้ประชาชนหวั่นเกรงว่าหากเลือกพวกเราแล้วคะแนนจะเสียไป นี่คือเจตนาหรือไม่ แต่เรียนพ่อแม่พี่น้องประชาชนว่า พวกเรายังหนักแน่น เพราะพวกเขาสอบสวนเรื่องของธนาธร ของปิยบุตร และของพรรณิการ์ ไม่เกี่ยวกับผู้สมัครของเรา การที่เขาบอกว่าเราทำตัวเสมือนพรรคการเมืองนั้น ก็อยากจะบอกว่า สิทธิที่ถูกตัดไป มีเพียงการห้ามลงสมัครรับเลือกตั้ง เช่น ส.ส. หรือผู้ว่ากรุงเทพมหานคร การห้ามเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพรรคการเมือง หรือครอบงำพรรคการเมือง แต่ผมยังมีสิทธิของการเป็นพลเมืองเหมือนทุกคนในประเทศไทย เมื่อเราบอกว่าจะทำการเมืองท้องถิ่น ใครเห็นด้วยหรือมีจุดยืนประชาธิปไตย ไม่ซื้อสิทธิ์ซื้อเสียง ไม่ทุจริตคอร์รัปชั่นก็มาทำงานด้วยกัน มาสร้างการเมืองที่สร้างสรรค์ และการเมืองที่ดีร่วมกัน กลุ่มอื่นก็รวมกลุ่มกันส่งอบจ. เยอะแยะไปหมดไม่เห็นมีใครไปตั้งคณะกรรมการสอบสวนเลย เราก็รวมตัวทำเหมือนกับกลุ่มอื่น เพียงแต่ส่งหลายจังหวัดเท่านั้น ถ้าผมผิดกลุ่มอื่นทั่วประเทศก็ผิดด้วย ดังนั้น จึงเป็นเจตนาซ้อนเร้นอย่างอื่นมากกว่า
ในปัจจุบันมีการตื่นรู้ของประชาชนและเยาวชน ส่งผลต่อการเมืองระดับประเทศหรือการทำงานการเมืองของคณะก้าวหน้าอย่างไร
ผมว่ามีข้อดี เพราะหากย้อนหลังกลับไปก่อนที่จะมีการชุมนุมของเยาวชน นิสิตนักศึกษา เกิดขึ้น ดูเหมือนว่าพวกเราจะกลายเป็นแกนนำของการเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย แต่วันนี้แกนนำมีหลายแกน และทำกันคนละบทบาท พรรคก้าวไกล ทำงานการเมืองในสภาฯ คณะก้าวหน้า ทำงานการเมืองระดับท้องถิ่น ส่วนกลุ่มนิสิตนักศึกษา ก็มีกลุ่มที่ขับเคลื่อนเชิงประเด็น เช่น กลุ่มขับเคลื่อนต่อต้านนิคมอุตสาหกรรมจะนะ กลุ่มนักเรียนเลว ที่ออกมาเรียกร้องสิทธิเสรีภาพในโรงเรียน ผมคิดว่า การเดินทางเพื่อสร้างสังคมที่เท่าเทียมเป็นธรรม สังคมที่คนเสมอภาคกัน สังคมที่อำนาจเป็นของประชาชน ไม่ใช่การสู้รบครั้งเดียวจบ แต่เป็นการเดินทางระยะยาว ซึ่งผมยินดีที่เห็นสังคมตื่นตัว และชื่นชมกับความกล้าหาญของทุกคนที่ลุกขึ้นมาทวงคืนอนาคตด้วยมือของพวกเขา ทุกสมรภูมิ ทุกสนาม ทุกกาละ ทุกเทศะ ต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือ และขับเคลื่อนไปด้วยกัน ถ้ากลุ่มต่างๆ เหล่านี้เคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องสิ่งเดียวกัน และปล่อยให้การเดินทางครั้งนี้สะสมทั้งปริมาณ และคุณภาพมาอยู่ฝั่งเรา ผมคิดว่าสังคมที่ดีกว่านี้ และเป็นประชาธิปไตยจะเติบโตและงอกงามขึ้นมาเอง
แผนการทำการเมืองท้องถิ่นในสนามต่อไป
ในปี 2564 ผมคิดว่าเป็นปีที่สำคัญมาก อย่างน้อยที่สุดจะมีการเลือกตั้ง 3-4 สนามที่สำคัญคือ การเลือกตั้งเทศบาล การเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นในช่วงเดือนมีนาคม หรือเมษายน จากนั้นจะเป็นการเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพมหานคร และผู้ว่าเมืองพัทยา ที่คาดว่าจะมีขึ้นช่วงกลางปี ส่วนปลายปีน่าจะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) หากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่าน จะเป็นปีที่น่าจะสนุก ตื่นเต้น และเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของประชาธิปไตยไทย

