หน้าแรก การเมือง ภท.ซัดผู้ว่าฯ...

ภท.ซัดผู้ว่าฯกทม. พาดพิง ‘ศักดิ์สยาม’ แทรกแซง ขยายสัมปทานรถไฟฟ้า ยันเป็นอำนาจ

18.12.20 | 14:36 น.
ศุภชัย ใจสมุทร

“ศุภชัย” ซัดกลับ “อัศวิน” หลังพาดพิง “ศักดิ์สยาม” แทรกแซงขยายสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว ยันก.คมนาคมไม่เคยก้าวก่ายแต่เป็นอำนาจตามกม.

เมื่อเวลา 13.20 น. วันที่ 17 ธันวาคม ที่รัฐสภา นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย แถลงกรณีที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงความคืบหน้าการขยายสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวให้ บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTSC) โดยพาดพิงถึงนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ว่า เข้าไปแทรกแซงการปฏิบัติงานโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ว่า เรื่องนี้ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดต่อกระทรวงคมนาคม และนายศักดิ์สยาม เพราะไม่ได้เป็นไปตามข่าวที่เกิดขึ้น เหตุผลที่กระทรวงคมนาคมเข้าไปไม่ใช่เรื่องที่กระทรวงเข้าไปก้าวก่ายการทำงานของ กทม. แต่เป็นหน้าที่ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรื่องการดำเนินการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ข้อ 6 กำหนดให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาให้ความเห็นชอบ และหากเห็นชอบ ให้ดำเนินการต่ออย่างไร หากไม่เห็นชอบให้ดำเนินการอย่างไร ซึ่งเขียนไว้ในคำสั่งทั้งหมด การเจรจาของคณะกรรมการตามคำสั่ง คสช. ไม่ถือเป็นที่สุด และข้อเสนอของ กทม. ต้องได้รับความเห็นชอบจาก ครม. ซึ่งขณะนี้ รมว.มหาดไทย เสนอมาแล้ว หาก ครม.ไม่ให้ความเห็นชอบก็ต้องนำกลับไปพิจารณากันใหม่ โดยที่กระทรวงคมนาคม นำเสนอความเห็นในฐานะผู้มีส่วนร่วมพิจารณาให้ความเห็นชอบ และเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามที่สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ขอความเห็น ในฐานะที่กำกับดูลกรมการขนส่งทางราง ซึ่งต้องกำหนดมาตรฐานเกี่ยวกับการขนส่งทางราง มาตรฐานด้านความปลอดภัย มาตรฐานการบำรุงทาง มาตรฐานการประกอบกิจการ มาตรฐานผู้ประจำหน้าที่ รวมทั้งการกำกับดูแลให้เป็นไปตามมาตรฐาน

“กระทรวงคมนาคมไม่ได้ยุ่งหรือก้าวก่ายกิจการของ กทม. แต่เป็นการกำกับการประกอบกิจการของผู้ประกอบการ และกทม. ให้เป็นไปตามมาตรฐาน ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย และกทม.ในฐานะผู้ประกอบกิจการต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ได้รับสิทธิพิเศษหรือข้อยกเว้นใดๆ ให้อยู่เหนือกฎหมาย ซึ่งยืนยันว่ากระทรวงคมนาคมเสนอความเห็นโดยคำนึงถึงประโยชน์ของรัฐและประชาชนเป็นสูงสุด ไม่ใช่ประโยชน์ของเอกชนสูงสุด” นายศุภชัยกล่าว