ต้องยอมรับว่า “ปฏิบัติการ” ระหว่างวันที่ 11-12 สิงหาคมพร้อมๆ กันเป็นเรื่อง “ไม่ธรรมดา”
มิได้เป็นเรื่องที่ใครอยากทำก็สามารถทำได้
ปฏิบัติการอย่างมีลักษณะ “ประสาน” และ “ร่วมมือ” ลักษณะนี้เคยมี
แต่ก็มีเฉพาะพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
แม้กระทั่งในยุคที่พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ยังมีบทบาท
แต่ก็ไม่สามารถ “ทำได้” ระดับนี้
ทั้งๆ ที่มีกองทัพปลดแอกแห่งประเทศไทย (ทปท.) ทั้งๆ ที่มีแนวร่วมอย่างกว้างขวาง
เพราะถนัดแต่ในพื้นที่ “ป่าเขา” ไม่ใช่ “ในเมือง”
ในปัจจุบัน ปฏิบัติการอย่างนี้จะมีให้เห็นอย่างสม่ำเสมอก็แต่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น
เมื่อปะทุ 17 จุดใน 7 จังหวัดจึงน่าตื่นตระหนก
นักวิเคราะห์ “สถานการณ์” มีความเห็นหลากหลายภายหลังการเกิดขึ้นของ “สถานการณ์”
ที่เห็น “ร่วม” คือ ไม่น่าจะมาจาก “ต่างประเทศ”
ที่เห็น “ต่าง” คือ 1 เห็นว่าน่าจะมาจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 1 เห็นว่าน่าจะมาจากความขัดแย้งทางการเมืองภายในประเทศ
สมมุติฐาน ที่ว่าไม่น่าจะมาจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
คือ สมมุติฐานที่ว่า ตรัง หัวหิน สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พังงา ภูเก็ต อยู่นอกพื้นที่
จึงน่าจะมาจาก “การเมือง” เรื่อง “ประชามติ” มากกว่า
กระนั้น เมื่อย้อนไปยัง “สถานการณ์” บริเวณรามคำแหงปลายปี 2549 ต่อต้นปี 2550
ก็ “น่าคิด”
เพราะการจับกุมกลับเป็น “มือระเบิด” จาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
เหตุการณ์ที่สุราษฎร์ธานี เดือนเมษายน 2558 ก็เช่นกัน
เป็นเหตุการณ์ที่มีลักษณะประสาน 1 เผาสหกรณ์หรือโค-ออป สุราษฎร์ธานี 1 คาร์บอมบ์ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ เกาะสมุย
ตอนแรกก็พุ่งเป้าไปยัง “นักการเมือง”
แต่เมื่อตำรวจสอบสวน สืบสวน ลงไปกระทั่งสามารถจับกุมตัวผู้ร่วมปฏิบัติการได้
ก็ล้วนแต่มาจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
เพราะว่ามีแต่ “ขบวนการ” หรือ “กลุ่มคน” จาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้นที่สามารถ “ปฏิบัติการ” ระดับนี้ได้
17 จุด 7 จังหวัดพร้อมกัน
ปฏิบัติการระดับนี้จึงมิได้เป็นเรื่อง “บังเอิญ” หรือกระทำโดย “มือสมัครเล่น”
จำเป็นต้องเป็น “มืออาชีพ”

