กมธ.แรงงาน วุฒิฯ เข้มสกัดกั้นแรงงานเข้าไทย-คุมการเคลื่อนที่ของแรงงานในพื้นที่เสี่ยง

กมธ.แรงงาน วุฒิฯ เข้มสกัดกั้นแรงงานเข้าไทย พร้อมควบคุมการเคลื่อนที่ของแรงงานในพื้นที่เสี่ยง ป้องกันโควิดกระจาย

เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 22 ธันวาคม ที่รัฐสภา พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) แรงงาน วุฒิสภา แถลงข่าวการตรวจสอบแรงงานเมียนมาร์ที่ติดโควิด-19 ว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิดในช่วงที่ผ่านมา ได้มีการขยายตัวมากขึ้น ซึ่งในการขับเคลื่อนได้แนะนำให้ทางกระทรวงแรงงานดำเนินการ คือการสะกัดกลั้นการเข้ามาของแรงงาน ทราบว่ามีแรงงานจำนวนมากพยายามเข้ามาในพื้นที่ภาคเหนือ ทั้งที่จังหวัดเชียงราย แม่สอดจังหวัดตาก ซึ่งต้องมีการบูรณาการกับหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายความมั่นคงซึ่งต้องมีมาตรการเข้มงวดในการสะกัดกลั้นการเข้ามาของแรงงานทั้งเมียนมาร์ ลาวและกัมพูชา

พลตำรวจเอกอดุลย์ กล่าวต่อว่าการควบคุมไม่ให้เชื้อโควิดระบาดในพื้นที่เสี่ยงโดยเฉพาะจังหวัดสมุทรสาคร โดยยับยั้ง ควบคุมการเคลื่อนที่และมาตรการทางกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับแรงงาน ด้านสุขภาพอนามัย ความปลอดภัยในการทำงาน ซึ่งขอให้กระทรวงแรงงานบูรณาการด้านความปลอดภัยและสาธารณสุข ไปดำเนินการอย่างเข้มข้นเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดให้ได้ รวมทั้งการให้ความรู้ การแนะนำผู้ประกอบการและแรงงานให้เข้าใจว่าจะป้องกันโควิดอย่างไร โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะให้สถานการณ์นี้ยุติลงไป รวมถึงการทดแทนแรงงานที่อาจจะขาดแคลนในช่วงนี้ ดังนั้นขอให้มีการทบทวนมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการขยายเวลาให้แรงงานต่างด้าวได้ทำงานในประเทศต่อได้

ส่วนที่ตามวัฒนธรรมชาวเมียนมาร์จะไปพบปะกันในช่วงวันหยุดนั้น พลตำรวจเอกอดุลย์ กล่าวว่า ในขณะนี้กระทรวงแรงงานได้พยายามขับเคลื่อนโดยบูรณาการทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรมได้เข้าไปจัดการระเบียบแล้ว ซึ่งทางกมธ.ก็ได้พยายามกำชับว่าต้องดำเนินการอย่างเข้มข้น และการจัดระเบียบแรงงานในฐานข้อมูลทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 2,600,000 คน แต่ที่จังหวัดสมุทรสาครมีแรงงานอยู่ที่ประมาณ 200,000 คน ต้องใช้มาตรการตรงนี้ไปควบคุมไม่ให้แรงงานเคลื่อนที่ โดยเข้าไปให้ความรู้ในด้านต่างๆ ทั้งด้านที่พัก สุขภาพอนามัย สำหรับพื้นที่อื่นๆ ที่มีลักษณะคล้ายกัน เช่นในจังหวัดสมุทรปราการ ระยอง สงขลา ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีแรงงานอยู่เป็นจำนวนมากก็ต้องให้ความระมัดระวังด้วยเช่นกัน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon