กลุ่มประชาคมศิลปากรฯ ยื่นหนังสือ กมธ.ศาสนา จี้ ตามหาหมุดคณะราษฎร-อนุสาวรีย์ปราบกบฏ

‘กลุ่มประชาคมศิลปากรเพื่อประชาธิปไตย’ ยื่นหนังสือถึง กมธ.ศาสนา-ศิลปวัฒนธรรม จี้ ตามหาหมุดคณะราษฎร-อนุสาวรีย์พิทักษ์ รธน.

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 23 ธันวาคม ที่รัฐสภา น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ส.ส.นครปฐม พรรคก้าวไกล ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร รับยื่นหนังสือจากนายสหรัฐ จันทสุวรรณ์ ตัวแทน กลุ่มประชาคมศิลปากรเพื่อประชาธิปไตย เพื่อขอให้ดำเนินการติดตามหาสาธารณสมบัติที่สาบสูญ

โดยนายสหรัฐได้อ่านแถลงการณ์ ระบุว่า สืบเนื่องจากเหตุการณ์วันที่ 28 กันยายน 2563 ทางกลุ่มประชาคมศิลปากรเพื่อประชาธิปไตยได้มีการยื่นหนังสือในการติดตามการสูญหายของมรดกสาธารณสมบัติ 2 อย่าง คือหมุดคณะราษฎรและอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ หรืออนุสาวรีย์ปราบกบฏ ต่อกรมศิลปากรซึ่งรับผิดชอบในการดูแลสาธารณสมบัติที่มีความสำคัญต่อบ้านเมือง สองสิ่งดังกล่าวนับว่ามีความสำคัญในร่องรอยของการต่อสู้และความเปลี่ยนแปลงภายในสังคมไทย สร้างคุณค่าและเป็นร่องรอยแห่งความทรงจำของประชาชนชาวไทยทุกคน

นายสหรัฐกล่าวว่า การสูญหายในครั้งนี้นับได้ว่าได้สร้างความเสียหายต่อความทรงจำในบริบททางการเมืองและสังคมไทยเป็นอย่างยิ่ง ทางประชาคมฯได้ยื่นคำขาดให้ทางกรมศิลปากรมีการชี้แจงต่อการสูญหายดังกล่าวต่อสาธารณชนภายในเวลา 14 วันนับตั้งแต่ยื่นหนังสือ ทั้งนี้ นับตั้งแต่วันที่ยื่นหนังสือมาวันนี้นับเป็นเวลามากกว่า 2 เดือนแล้ว ทางกลุ่มประชาคมฯได้เห็นถึงการกะทำเป็นทองไม่รู้ร้อนของกรมศิลปากร ไร้ซึ่งการชี้แจงความเคลื่อนไหวในการสูญหายของสาธารณสมบัติดังกล่าว อีกทั้งหนึ่งในนั้นยังมีกรขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเสียด้วยซ้ำไป อนุมานได้ว่า อาจเป็นการเพิกเฉยอย่างเจตนาที่สร้างความเสียหายให้แก่คุณค่าของประวัติศาสตร์ชาติไทย

อ่านข่าว : นศ.โบราณคดีวางหรีดหน้า ‘กรมศิลป์’ จี้ตามหาอนุสาวรีย์ปราบกบฏ-หมุดคณะราษฎร

นายสหรัฐกล่าวว่า ดังนั้น จากที่กล่าวมาข้างต้นทางกลุ่มประชาคมศิลปากรเพื่อประชาธิปไตยจึงขอให้ทางสภาผู้แทนราษฎรได้ตรวจสอบ ดำเนินการติดตาม และชี้แจงต่อสาธารณชนอย่างละเอียดต่อการสูญหายของหมุดคณะราษฎร 2475 และอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญอันเป็นสาธารณสมบัติที่มีคุณค่าต่อประวัติศาสตร์ชาติไทยและความทรงจำร่วมของประชาชนโดยเร็วที่สุด จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด อันจะเป็นประโยชน์ต่อความทรงจำร่วมของประชาชนชาวไทยทุกคน

ด้าน น.ส.สุธวรรณกล่าวว่า ในฐานะรองประธาน กมธ.ศาสนาฯ จากกรณีหมุดคณะราษฎรและอนุสาวรีย์ฯสูญหายนั้น มีประชาชนหลายกลุ่มออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบมากว่า 1 ปีแล้ว ซึ่งตามหลักการแล้ว หากโบราณสถานหรือโบราณวัตถุหายไป กรมศิลปากรต้องมีส่วนรับผิดชอบโดยตรง โดยเฉพาะอนุสาวรีย์ฯที่มีการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง ดังนั้น ตนจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุม กมธ.ศาสนาฯ เพื่อขอมติที่ประชุมในการเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจง และอาจส่งเรื่องเข้า กมธ.พัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน เช่นกัน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon