ก้าวไกล แนะรัฐ เร่งจูงใจแรงงานผิดกม. ขึ้นบนดิน หยุดใช้วิธีแบบทหาร ไล่ล่าจับกุม
วันนี้ (24 ธ.ค.) นายสุเทพ อู่อ้น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การแรงงาน ได้โพสต์ข้อเขียนถึงสถานการณ์แรงงาน หลังเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 โดยระบุว่า
“ผมคิดว่า จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาทำให้พี่น้องประชาชนหลายคนโทษแรงงานข้ามชาติแต่อาจลืมมองถึง ระบบการจัดการแรงงานที่เน่าเหม็นความคลั่งชาติจากประวัติศาสตร์ที่ผิดเพี้ยนจากความเป็นจริง คลั่งระบอบความมั่นคงทางการทหาร จนลืมคำนึงถึงความเป็นมนุษย์ของคน ผมขอยกตัวอย่างปัญหาการจัดการแรงงานข้ามชาติที่มีความสลับซับซ้อนหลายระบบในปัจจุบันจนอาจส่งผลถึงการจัดการด้านแรงงานในวันนี้
“ปัญหาแรก แรงงานข้ามชาติกลุ่ม บัตรชมพูใหม่ กำลังดำเนินการต่ออายุการทำงาน ตามขั้นตอนการดำเนินการ จะต้องตรวจสุขภาพและขอวีซ่าให้เสร็จภายใน 31 มกราคม 2564 จำนวนประมาณประมาณ 2.4 แสนคน และจะมีแรงงานข้ามชาติ ทั้งกลุ่มที่ต้องต่อวีซ่ารอบสอง กลุ่มใบอนุญาติทำงาน อีกจำนวนทั้งประเทศประมาณ 1.5 ล้านคน หมายความว่า
“จะต้องมีแรงงานข้ามชาติประมาณประมาณ 2.4 แสนคน + 1.5 ล้านคน ทั่วประเทศ จะต้องไปรอตรวจสุขภาพที่ รพ. และไปเข้าคิวแอดอัดที่ ตม. เพื่อขอต่อวีซ่าให้เสร็จภายในสิ้นเดือนมกรา และรวมถึงการไปถ่ายบัตรชมพูที่อำเภอ ทั้งหมดนี้ส่งผลให้เกิดความแออัดยุ่งยากในการควบคุมการแพร่ระบาด
“ผมพูดมายัง งงๆ ว่ามันมีระบบแยกการจัดการหลายประเภทอะไรมากมายหนักหนา ปัญหาความยุ่งยากในการจัดการความวุ่นวายเหล่านี้ยังคงไม่มีมาตรการใดๆ จากรัฐและกระทรวงแรงงาน ในการเข้ามาจัดการ แรงงานที่ไม่สามารถไปทำเอกสารต่ออายุได้จะกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายไปโดยทันทีจากความไร้ประสิทธิภาพของรัฐ
“ในสถานการณ์วิกฤติเช่นนี้ เราควรปรับวิธีคิดเรื่อง แรงงานข้ามชาตินี่เป็นสิ่งสำคัญ รัฐบาลจำเป็นต้องดึงแรงงานข้ามชาติที่อยู่นอกระบบให้เข้าสู่ระบบให้ได้มากที่สุด ทั้งการออกมาตราการจูงใจให้เเรงงานเข้าสู่ระบบ ในด้านต่างๆ เช่น การให้สวัสดิการแรงงานข้ามชาติ การสนับสนุนการรวมตัวของแรงงานข้ามชาติในรูปแบบสหภาพแรงงาน การยกเลิกค่าทำเนียมในการลงทะเบียนแรงงานข้ามชาติ รวมไปถึงมาตราการเร่งด่วนที่เราต้องทำในวันนี้คือ ยกเลิกการใช้วิธีป่าเถื่อนแบบทหารในการไล่ล่าจับแรงงานข้ามชาติแล้วออกนโยบายที่ดึงพวกเขาเข้าสู่ระบบเช่น การละเว้นโทษผู้หลบหนีเข้าเมืองหากยอมเข้าสู่ระบบการจัดการแรงงาน ยกเลิกขั้นตอนการลงทะเบียนที่ยุ่งยาก เป็นต้น ทั้งนี้ก็เพื่อการบริหารจัดการแรงงานให้อยู่บนดิน ควบคุมป้องกันการระบาดของโรค รวมไปถึงป้องกันการค้ามนุษย์ในอนาคต
“นโยบายการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติของประเทศไทยมีปัญหามาหลายยุคสมัย ผมว่า มันถึงเวลาแล้วที่เราจำเป็นต้องมาทบทวนกันใหม่ ลดความยุ่งยาก ลดช่องว่างที่อาจส่งผลให้เกิดการค้ากำไรจากแรงงานข้ามชาติ ป้องกันการค้ามนุษย์ ทวงคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้กับพวกเขาด้วยการนำพาพวกเขาเข้าสู่ระบบกฎหมายแรงงานเดียวกับแรงงานไทย เพราะทุกคนเป็นมนุษย์เหมือนกัน อย่าให้ความมั่นคงปลอมๆทางการทหารอยู่เหนือคุณค่าของความเป็นคน”

