บทนำ : กลัวโรค-ไม่กลัวคน

26.12.20 | 13:05 น.

การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในกลุ่มแรงงานเมียนมา ซึ่งบางส่วนเข้าประเทศโดยไม่ผ่านขั้นตอนการคัดกรอง ทำให้สังคมไทยบางส่วนเกิดความหวาดผวา และเกิดปัญหา เมื่อเกิดการแสดงออกจากบุคคลบางกลุ่มในลักษณะกล่าวหาว่า แรงงานเหล่านี้เป็นต้นเหตุของการระบาด และแสดงท่าทีรังเกียจ อย่างไรก็ตาม สังคมไทยโดยรวม มีความเข้าใจว่า แรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านเหล่านี้ มีส่วนอย่างมาก ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยเข้ามาใช้แรงงานในธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ และกลายเป็นส่วนที่จะขาดหายไปไม่ได้จากระบบเศรษฐกิจ และธุรกิจระดับต่างๆ ของประเทศ

ภาครัฐระบุว่า การเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายของแรงงานบางส่วน มีผลอย่างมากทำให้เกิดการแพร่ระบาด แต่ก็ไม่อาจกล่าวโทษแรงงานเหล่านี้ได้เต็มปาก เพราะปัจจัยสำคัญ ก็คือการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกำลังเป็นที่วิจารณ์ว่า หละหลวม หรือเกิดการทุจริตหรือไม่ เพราะกว่าจะเดินทางเข้ามาจากชายแดน จนถึงพื้นที่ใจกลางประเทศอย่างสมุทรสาคร จะต้องผ่านเขตปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย ขณะที่พรมแดนประเทศไทยกับเพื่อนบ้านในทุกด้าน มีลักษณะเป็นภูมิประเทศต่อเนื่อง ไม่มีสิ่งกีดขวาง เมื่อเจ้าหน้าที่มีความหละหลวม หรือไม่มีมาตรการป้องกันที่ดี ก็เอื้ออำนวยให้สามารถเดินเท้าเข้าออกได้โดยสะดวก

ในเรื่องนี้ ทางกระทรวงสาธารณสุขได้เข้าไปดูแล โดย พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เผยว่า มีการประเมินความเครียด ความกังวลใจของกลุ่มแรงงานในพื้นที่ และประสานกลุ่มแกนนำให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง ส่วนปัญหาการตีตรากล่าวหา ต้องบอกว่า เราก็กลัวเขา เขาก็กลัวเรา ทั้ง 2 ฝ่าย ต้องกลับมาที่หลักการต้องเข้าใจกัน และช่วยกันควบคุมป้องกันโรค น่าจะเป็นความปลอดภัยมากกว่าเราไปกดดันเขา ทำให้เขารู้สึกว่าแปลกแยก เลยไม่อยากให้ความร่วมมือในการป้องกันโรค ซึ่งจะให้ผลลัพธ์ในทางตรงกันข้าม ดังนั้นวันนี้เรากลัวโรค แต่อย่ากลัวคน ไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นใคร ถ้าเรามีมาตรการในการที่ตัวเราเองดูแลตัวเอง ด้วยหน้ากากผ้า หน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง และล้างมือให้บ่อย ยิ่งไม่ได้เข้าพื้นที่เสี่ยงก็อยู่ในความปลอดภัยอยู่แล้ว