หน้าแรก การเมือง บุตรชาย &#821...

บุตรชาย ‘ขุนนิรันดรชัย’ หนึ่งใน ‘คณะราษฎร2475 ‘ แถลงขอพระราชทานอภัยโทษแทนบิดา

26.12.20 | 21:06 น.
บุตรชาย ‘ขุนนิรันดรชัย’ หนึ่งใน ‘คณะราษฎร2475 ‘ แถลงขอพระราชทานอภัยโทษแทนบิดา
บุตรชาย ‘ขุนนิรันดรชัย’ หนึ่งใน ‘คณะราษฎร 2475 ‘ แถลงขอพระราชทานอภัยโทษ แทนบิดา ระบุบิดาสำนึกผิดก่อนเสียชีวิต

เมื่อวันที่26 ธันวาคม ที่ห้องพินนาเคิล 1 – 2 โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ พล.ท.สรภฎ นิรันดร บุตรชายของ พ.ต.เสวก นิรันดร หรือขุนนิรันดรชัย หนึ่งในคณะราษฎร 2475 สายทหารบก แถลงข่าวขอสำนึกผิดแทนบิดา ที่ได้กระทำการมิบังควรต่อทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์มาเป็นของตนเองโดยมิชอบ

โดย พล.ท.สรภฎ กล่าวว่า ขณะบิดามียศเป็นร.ท.ได้ร่วมกับผู้บังคับบัญชา กระทำการเปลี่ยนแปลงการปกครองในนามคณะราษฎร 2475 สายทหารบก ต่อมาเมื่อรับราชการเป็นพ.ต. บิดาได้ลาออก เนื่องจากคณะราษฎร แต่งตั้งให้ท่านเป็นนายกองก่อตั้งอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ก่อสร้างอาคารบนสองฝั่ง ถ.ราชดำเนิน และท่านได้สร้างที่อยู่อาศัยของท่านเป็นตึก 4 ชั้น ตรงข้ามวังสวนจิตรลดา ปัจจุบันให้โรงเรียนเอกชนเช่า นอกจากนี้ บิดาได้รับแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการตรวจสอบพระคลังข้างที่กับทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ตั้งแต่ปี 2475 – 2491 และสมัยนั้นมีส.ส.อุบลนราชธานี อภิปรายถึงความไม่โปร่งใสของคณะกรรมการตรวจสอบพระคลังข้างที่ บิดาจึงจับส.ส.ท่านนั้นโยนน้ำหน้าตึกรัฐสภา ต่อมาบิดาได้ร่วมกับหลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ ก่อตั้งธนาคารนครหลวง กระทั่งบิดาได้เป็นประธานธนาคารนครหลวงในเวลาต่อมา

สิ่งที่อยากบอกคือสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่คู่กับประเทศไทยมานาน อยากให้เยาวชนศึกษาประวัติศาสตร์ให้ถ่องแท้ ว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ได้ร่วมสร้างบ้านเมืองมาตั้งแต่อดีต แม้ย้อนไปช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ประเทศไทยแพ้สงครามกองทัพสัมพันธมิตรเข้าสู่ประเทศไทยเต็มไปหมด ด้วยพระบารมีล้นเกล้า รัชกาลที่8 ท่านเป็นประธานสวนสนามต่อกองทัพพันธมิตร ซึ่งเป็นเกียรติประวัติแก่ประเทศไทย และอยากให้เยาวชนยึดถือพระราชดำรัสในหลวงรัชกาลที่ 9 ว่าการรับรู้สื่อต่างๆควรใช้สติรู้คิดปัญญารู้ตัว อย่าเชื่ออะไรง่ายๆ เพราะเยาวชนเป็นอนาคตคของประเทศ ซึ่งต้องดูแล และรักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ และรักษาบ้านเมืองไว้ตราบชั่วฟ้าดินสลาย

การปฏิวัติ 2475 ส่วนคุณพ่อได้สำนึกผิดก่อนเสียชีวิตในการกระทำ วันนี้ถ้าดวงวิญญาณคุณพ่อรับรู้คงไปสู่สุขคติ ผมได้ทำหน้าที่แทนคุณพ่อ และไม่สามารถตอบแทนคณะราษฎรหรือลูกหลานคณะราษฎรคนอื่นได้ อย่างไรก็ตาม จากที่มีโอกาสคุยกับบุตรของคณะราษฎรบางคน ก็รู้สึกสำนึกผิด และอยากขอพระราชทานอภัยโทษเช่นกัน แต่ไม่มีโอกาส” พล.ท.สรภฎ กล่าว

เมื่อถามว่า ผู้ชุมนุมบอกว่าจะปฏิรูปสถาบันมองอย่างไร พล.ท.สรภฎ กล่าวว่า ตนมองว่าเยาวชนมีความรักต่อสถาบัน แต่การแสดงออกของเขาในรูปแบบต่างๆตนก็ไม่เข้าใจ เพราะเขาเป็นอนาคตที่ต้องรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ให้ดำรงอยู่ต่อไป ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ยังมีสถาบันพระมหากษัตริย์หลังการแผ่อิทธิพลของจักรวรรดินิยม

Advertisement

เมื่อถามว่า ในอนาคตจะมีการคืนทรัพย์สินกลับไปหรือไม่ นายสรภฎ กล่าวว่า “ส่วนตัวไม่ขัดข้อง เพราะแม้แต่ชีวิตก็สละให้ได้ แต่ต้องถามความเห็นของหลานๆ และของที่คืนกลับไปต้องบริสุทธิ์ผ่องใส”  เมื่อถามการฟ้องร้องเกี่ยวกับคดีมรดกของครอบครัวเมื่อปี 2561 พล.ท.สรภฎ กล่าวว่า ภายหลังได้ถอนฟ้องแล้วในปี 2562 เนื่องจากพูดคุยเข้าใจกัน เป็นพี่น้องกันก็ถอนฟ้องหมด