การออกโรงมา “วิเคราะห์” และชี้ “เบาะแส”สถานการณ์วางเพลิง วางระเบิด 17 จุด 7 จังหวัดของ นายถาวร เสนเนียม
น่าศึกษา น่าติดตาม
น่าติดตามเพราะ นายถาวร เสนเนียม ไม่เพียงเคยเป็น ส.ส.ในพื้นที่จังหวัดสงขลาซึ่งติดกับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
หากยังเป็น “รัฐมนตรี” ที่ดูแลงาน “ศอ.บต.”
และที่น่าศึกษา 1 เป็นการศึกษาประสบการณ์และความจัดเจนของ นายถาวร เสนเนียม 1 ศึกษาตัวตนของ นายถาวร เสนเนียม
ทิศทางการวิเคราะห์ของ นายถาวร เสนเนียม ก็เช่นเดียวกับทิศทางการวิเคราะห์ของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ
นั่นก็คือ เน้นประเด็น “การเมือง”
เป็นทิศทางเดียวกันกับที่เคยวิเคราะห์สถานการณ์วางเพลิงโคออป วางระเบิดห้างสรรพสินค้าบนเกาะสมุย เมื่อปี 2558
เป็น “พิมพ์”เดิม เป็น”พิมพ์”เดียว
คล้อยหลังสถานการณ์ 17 จุด 7 จังหวัดเกิดขึ้นเพียง 1 วัน นายถาวร เสนเนียม ก็ออกโรง
หน่วยความมั่นคงยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับ 3 จังหวัดชายแดน
จึงเหลือทางเดียว คือ เรื่องการเมืองที่ขัดแย้งมายาวนานตั้งแต่ปี 2549 และจากปัญหาทางการเมืองหลังจากมีการลงประชามติรับ ร่างรัฐธรรมนูญ
“เป็นความพยายามของกลุ่มที่อยากมีอิทธิพลและอยากมีอำนาจต่อ จึงดิสเครดิตคสช.และรัฐบาล”
ไม่มีการระบุว่าเป็น “กลุ่มการเมือง”ใด
แต่เมื่อออกมาจากปาก นายถาวร เสนเนียม ก็เป็นเช่นเดียวกับ ปาก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ
เพื่อให้ชัด นายถาวร เสนเนียม จึงพูดอีก 2 วันต่อมา
เป็นกลุ่มการเมืองที่เป็นกลุ่มอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลและเป็นกลุ่มที่มุ่งเน้นไม่เอารัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกลุ่มการเมืองหลัก
ส่วนจะเป็นใครทุกคนทราบดี
เชื่อว่ากลุ่มก่อเหตุใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มที่ก่อเหตุระเบิด 7 จังหวัด แม้ว่าจะมีอุดมการณ์ที่แตกต่างแต่ผลประโยชน์ก็ลงตัว
โดยกลุ่ม 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จะได้ประโยชน์ 2 เด้ง
ได้แก่เรื่องของการแสดงศักยภาพและผลประโยชน์จากการว่าจ้างให้รับงานมี 4 กลุ่มที่ลงมือ ได้แก่
ผู้ว่าจ้าง ผู้ประกอบระเบิด ผู้นำระเบิดไปส่งและผู้วางระเบิด
หากมีการจับกุมได้ก็คงจะไม่สามารถเชื่อมโยงอะไรถึงกันได้เพราะถูกตัดตอนทั้งหมดแล้ว
ตอนนี้ “ทหาร” และ “ตำรวจ” มุ่งไปยัง “ผู้วางระเบิด”อย่างเป็นด้านหลัก
หวังจะโยงไปยัง ผู้นำระเบิดไปส่ง
หวังจะโยงไปยัง ผู้ประกอบระเบิด และที่สำคัญก็คือ “ผู้ว่าจ้าง”
ตามทิศทางของ นายถาวร เสนเนียม

