แผนฟื้นฟู ขสมก. แท้ง! อีก เลขา ครม. แทงหนังสือให้คมนาคม ทบทวน

แผนฟื้นฟู ขสมก. แท้ง! อีก เลขา ครม. แทงหนังสือให้คมนาคม ทบทวน

แผนฟื้นฟู ขสมก. แท้ง !!! อีกรอบ เมื่อเลขา ครม. แทงหนังสือให้กระทรวงคมนาคม ทบทวน อ้างสารพัดส่วนราชการไม่เห็นด้วย ให้มีแผนแม้กระทั่ง ป้ายรถเมล์ ซึ่งอยู่ในมือของ กทม. ทั้งที่ รถเมล์เก่า ใช้มากว่า 20-30 ปี  ด้วยเครื่องดีเซล สร้างปัญหาปัญหามลพิษ PM2.5 ขณะที่รถเมล์ใหม่เป็นพลังงาน NGV และ พลังงานไฟฟ้า EV กลับถูกยื้อ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นางอุดมพร เอกเอี่ยม รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการคณะรัฐมนตรี  ทำหนังสือถึงกระทรวงคมนาคม  โดยอ้างว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งให้ส่งเรื่องแผนฟื้นฟูกิจการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) คืนกระทรวงคมนาคม เพื่อพิจารณาทบทวนการปฏิรูประบบรถโดยสารประจำทาง และแผนฟื้นฟูกิจการ โดยให้กรมการขนส่งทางบก และสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและการจราจร รับฟังความเห็น ของส่วนราชการต่าง ๆ ไปปรับปรุง ซึ่งเท่ากับเป็นการตีเรื่องกลับไปเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ ในแผนการฟื้นฟูกิจการ ขสมก.

ทั้งนี้ แผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก. ได้ถูกดำเนินการยกร่างมาตั้งแต่ปี 2561 ผ่านมา 2 ปี 2 รัฐบาล ยังไม่สำเร็จ ประชาชนต้องทนใช้บริการ รถเมล์เก่า เส้นทางวิ่งที่ไม่ตอบสนองต่อการเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ ที่เปิดให้บริการมากขึ้นในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล

สำหรับแผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก. หลักใหญ่ ประกอบไปด้วย 1.การเปลี่ยนรถเมล์ใหม่ทั้งหมด ด้วยวิธีการเช่าวิ่งตามระยะทาง ซึ่งมีความจำเป็นต้องเร่งดำเนินการ เนื่องจาก ขสมก.ขาดทุนสะสมมานาน และรถเมล์ที่ให้บริการประชาชน จำนวนหนึ่งมีอายุมากถึง 30 ปี แต่ยังต้องใช้บริการประชาชน เพราะไม่มีงบประมาณซื้อรถใหม่

2.รถเมล์ทั้งหมดเป็นระบบพลังงานสะอาดเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยกำหนดให้ใช้เพียงพลังงานก๊าซ NGV และ พลังงานไฟฟ้า EV เท่านั้น 3.มีการปฏิรูปเส้นทางเดินรถใหม่ ลดการวิ่งในเส้นทางที่ซ้ำซ้อนจนทำให้เกิดการวิ่งแข่ง ปาดหน้ากัน ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้โดยสาร  ลดปริมาณรถเมล์บนท้องถนน แก้ปัญหารถติด และสอดรับกับการเดินทางเชื่อมต่อกับเส้นทางรถไฟฟ้าในกรุงเทพมหานคร

4.นำระบบตั๋วรถเมล์อัจฉริยะ e-Ticket มาใช้ เพื่อความสะดวกรวดเร็ว และ 5.ค่าบริการเหมาจ่าย วันละ 30 บาท ตลอดทั้งวัน ไม่จำกัดจำนวนเที่ยว  โดยหากซื้อเป็นรายเดือน จะมีส่วนลด รวมทั้งนักเรียน นิสิต นักศึกษา ผู้พิการ หรือสูงอายุ และมีตั๋วแบบเที่ยวเดียวราคา 15 บาท

รายงานข่าวแจ้งว่า การตีกลับแผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก. มีการอ้างถึงข้อคิดเห็นของส่วนราชการ ที่ต้องการแผนงานที่ชัดเจนในหลายเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับ ขสมก. อาทิเช่น ความชัดเจนในเรื่อง ป้ายรถเมล์อัจฉริยะ ซึ่งเป็นอำนาจ และหน้าที่ ของกรุงเทพมหานคร ในการสร้างป้ายรถเมล์ประจำทาง รวมไปถึงระบบ ที่อ้างเรื่องการซื้อ e-ticket ที่มีแผนงานอย่างไรในการไม่ทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัด  และอ้างถึงระบบ จีพีเอส ที่จะบอกเวลารถเข้าป้าย ที่จะต้องมีระบบภาพ และเสียงด้วย โดยให้อยู่ในบริเวณป้ายประจำทาง ทั้งที่ปัจจุบัน ประชาชนใช้บริการดูรถเมล์ที่จะเข้าป้ายผ่านแอปพลิเคชัน ผ่านระบบมือถือ ซึ่งเป็นการบอกตำแหน่งรถเมล์ ในสายที่ต้องการจะขึ้นแบบปัจจุบัน (เรียลไทม์) ก่อนออกจากบ้านมารอรถอยู่แล้ว

รายงานข่าวแจ้งว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี วันอังคารที่ 29 ธันวาคม 2563 คาดว่าจะมีการหยิบยกเรื่องดังกล่าวขึ้นมาหารือในที่ประชุม เนื่องจากแผนฟื้นฟูฯ ขสมก. พิจารณากันมายาวนาน ล่าสุดมีการประชุมผ่านคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) มาแล้ว โดยมีการหารือในรายละเอียดกันมากว่า 9 ครั้ง ทำไมจึงยังไม่สามารถเดินหน้าตามแผนฟื้นฟูฯ ได้อีก ส่งผลให้การฟื้นฟูฯ กิจการ ขสมก. ล่าช้าออกไปจากแผนงาน ประชาชนกว่า 1.2 ล้านคนต้องเสียประโยชน์ ที่จะได้ใช้บริการ ขสมก. รูปแบบใหม่ ที่ทำให้การเดินทางของประชาชน มีความสะดวก สบาย  รวดเร็ว ปลอดภัย เชื่อมต่อการเดินทางจากระบบรถไฟฟ้าสายต่างๆ และไร้ปัญหามลพิษ PM 2.5 ซึ่งทำลายสุขภาพพี่น้องประชาชนในเขต กทม.และปริมณฑล จนอาจจะกระทบถึงคะแนนนิยมของรัฐบาล  โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยกว่า 1.2  ล้านคน ที่เป็นผู้โดยสาร ของ ขสมก.

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon