คสช.แถลงลั่น บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม ไม่ได้พูดชี้นำ ยังไม่ยืนยันเกี่ยว นปช. ปลุกปชช.ดูแลประเทศ

คสช.กำชับ กกล.รส.รักษาความปลอดภัยเข้ม แจง “บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม” ไร้พูดชี้นำกลุ่มการเมืองหนุนหลังอยู่เบื้อง ลั่นไม่จับแพะ

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 15 สิงหาคม ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมสำนักงานเลขาธิการคสช.

โดยพ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคสช. กล่าวภายหลังการประชุมถึงการดูแลสถานการณ์ความสงบ ว่า ในส่วนของการรักษาความปลอดภัยสถานที่สาธารณะและพื้นที่ต่างๆ นั้น พล.อ.ธีรชัย กำชับให้ทุกส่วนยังคงต้องดูแลให้มีความต่อเนื่อง โดยมอบหมายให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.)ทุกพื้นที่ประสานการทำงานร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการเพิ่มความเข้มข้นในมาตรการรักษาความปลอดภัย และมาตรการเฝ้าระวังที่มีอยู่เดิม ให้รัดกุมยิ่งขึ้น รวมทั้งการใช้พนักงานรักษาความปลอดภัยภาคเอกชน และอาสาสมัครระวังภัยประจำท้องถิ่นเข้ามาช่วยเสริมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ในการเฝ้าสังเกตสิ่งผิดปกติในอาคารสถานที่ที่ตนรับผิดชอบ นอกจากนี้มอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าให้คำแนะนำและให้ความรู้กับภาคเอกชน เจ้าของอาคารสถานที่ ห้างสรรพสินค้า แหล่งท่องเที่ยว ให้มีการบริหารจัดการระบบเฝ้าตรวจความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ การอบรมพนักงานรักษาความปลอดภัยให้มีทักษะในการปฏิบัติงาน การใช้และปรับปรุงระบบกล้องวงจรปิดให้เป็นเครื่องมือในการเฝ้าระวังเหตุขณะเดียวกัน กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จะเพิ่มการตรวจตราโดยเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบ ในการเฝ้าระวังเหตุในพื้นที่ต่างๆ ยิ่งขึ้น เพื่อดูแลและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนอย่างเต็มที่

ด้าน พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธ์ ทีมโฆษกคสช. กล่าวว่า ขณะนี้ผลการสืบสวนทางด้านคดีมีความก้าวหน้าไปตามลำดับ ส่วนในเรื่องรายละเอียดนั้น ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงานเพื่อความสะดวกและมีประสิทธิภาพมากที่สุด ทั้งนี้หากมีความคืบหน้าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นผู้ชี้แจง ในส่วนการดูแล ผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ทุกกระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้อง จะดูแลในเบื้องต้น ในเรื่องการทำศพ ค่ารักษาพยาบาล ค่าบำรุงขวัญ จนกว่าสภาพจิตใจจะเข้าสู่สภาวะปกติ

พ.อ.ปิยพงศ์ กล่าวต่อว่า สถานการณ์โดยทั่วไปในทุกจังหวัดขณะนี้ เริ่มเข้าสู่สภาวะปกติ โดยมีทางผู้ว่าราชการจังหวัด ตำรวจภูธรจังหวัด ทหาร คอยประสานงานเพื่อให้เกิดความเรียบร้อย โดยมีภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ทั้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลดภัยห้างร้าน วินรถจักรยานยนต์ อาสาสมัครชุมชน ประชาชน และหน่วยกู้ภัย ซึ่งมีความเข้มแข็งในการร่วมปฏิบัติงานกับส่วนราชการ ตั้งแต่วันที่เกิดเหตุจนถึงปัจจุบัน ในส่วนการรักษาความปลอดภัย ทางพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มอบหมายให้ ทางพล.อ.ธีรชัย ได้จัดกำลังสารวัตรทหาร สุนัขทหาร ชุดตรวจค้นเก็บกู้วัตถุระเบิด ชุดข่าว เสริมดูแลในเรื่องความมั่นคงในทุกพื้นที่ทุกจังหวัด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

เมื่อถามว่ากรณีที่อดีตนักการเมือง และกลุ่มการเมืองบางกลุ่ม กล่าวพาดพิง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช และ พล.อ.ประวิตร ในการพูดชี้นำ ว่ามีบุคคลใดบุคคลหนึ่งอยู่เบื้องหลัง และสนับสนุน เหตุการณ์ในช่วงที่ผ่านมานั้น พ.อ.ปิยพงศ์ กล่าวว่า ยืนยันว่า ตลอดระยะเวลา 3-4 วันที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจยังทำหน้าที่สืบสวนสอบสวน ผู้บังคับบัญชาระดับสูง ยังไม่ได้ให้ความเห็นชี้นำไปยังบุคลกลุ่มต่างๆแต่อย่างใด เพราะจะไปกระทบต่อรูปคดี ส่วนจะเกี่ยวข้องกับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปช.) หรือไม่นั้นตนยังไม่สามารถตอบได้ ต้องรอความชัดเจนจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งนี้ขอให้ประชาชนทั้งประเทศ ได้ลุกขึ้นมารวมใจในการแสดงตนเป็นเจ้าบ้านดูแลพื้นที่ของตนเอง เพื่อเสริมกำลังป้องกันบ้านเมือง ให้มีความเข็มแข็ง

เมื่อถามต่อว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รายงานผลความคืบหน้าการสอบสวนคดีหรือไม่ พ.อ.ปิยพงศ์ กว่าว่า ตนขอยืนยันว่าผลการสอบสวนมีความคืบหน้าไปมาก แต่ไม่สามารถให้รายละเอียดได้ เพราะจะกระทบต่อรูปคดี รวมถึงป้องกันความสับสน ส่วนการดูแลรักษาความปลอดภัยในสถานที่ท่องเที่ยว ที่ใกล้จะมาถึงในปลายปีนี้ ทาง หัวหน้า คสช.ได้มอบหมายให้ทุกกระทรวงทบวงกรมได้ดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนในทุกพื้นที่ ทั้งการเดินทาง การจราจร ส่วนพื้นที่ใดที่มีช่องว่า ก็จะให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วม

พ.อ.ปิยพงศ์ กล่าวชี้แจงการเผยแพร่จุดเฝ้าระวังในพื้นที่ กทม. กว่า 10 จุดทางโซเชียลนั้นเป็นข้อมูลเก่า ขอให้ยุติการเผยแพร่ เพื่อป้องกันการตื่นตระหนก พร้อมทั้งขอความร่วมมือประชาชนในการรับข้อมูลที่ถูกต้อง ส่วนการตั้งจุดตรวจจุดสกัดนั้นมีการดำเนินการมาก่อนหน้านี้อยู่แล้ว พร้อมทั้งยืนยันว่างานด้านการข่าวขณะนี้ยังไม่พบสิ่งผิดปกติที่ที่จะทำให้เกิดเหตุรอบใหม่ในเวลาอันใกล้นี้

“ยอมรับว่าหลังจากเกิดเหตุ ทหารได้เชิญตัวกลุ่มบุคคลส่วนหนึ่งมาหาข้อมูล ซึ่งมีการบิดเบือนว่าทหารอุ้มคนหายไป ผมขอชี้แจงว่า หลังเกิดเหตุเรามีข้อมูล ที่พบความเชื่อมโยงของกลุ่มบุคคล จึงเชิญตัวผู้ต้องสงสัยมาให้ข้อมูล พร้อมทั้งขอยืนยันว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ทหาร และได้รับการดูแลอย่างดี โดยการดำเนินการทุกอย่างยึดตามกรอบกฎหมายมที่มีอยู่ แต่ไม่สามารถบอกได้ว่ามีกี่คน เพราะอาจกระทบต่อรูปคดีได้ ทั้งนี้ขอให้เชื่อมั่นการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าทำงานอย่างเต็มที่ และอีกไม่นานนี้จะมีสิ่งดีๆเกิดขึ้น เพียงแต่ขอเวลาในการทำงาน และทางตำรวจจะเป็นผู้มาตอบว่าเหตุการณ์ทั้งหมดว่ามีใครเกี่ยวข้องหรืออยู่เบื้องหลัง และเชื่อว่าคดีนี้ไม่มีการจับแพะ เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจจะไม่ทำในสิ่งที่ไม่ถูกกฎหมาย เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวมีความร้ายแรง และกระทบต่อขวัญกำลังใจของคนทั้งประเทศ พร้อมทั้งเชื่อมั่นว่าจะจับกุมคนร้ายมาลงโทษให้ได้” พ.อ.ปิยพงศ์ กล่าว

บทความก่อนหน้านี้เคสเร่งด่วน! ผู้ว่าฯสตูลสุดห่วงใย สั่งเร่งรักษา”ทารกน้อยซาไก”ป่วยวิกฤตต้องหาย!
บทความถัดไปทุกทิศ ‘ทั่วไทย’ สะท้อนอย่างไรเสียง ‘ประชามติ’