หน้าแรก การเมือง เปิดใจ &#8216...

เปิดใจ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ หลังผ่านวิกฤตโควิดในชีวิต พร้อมเปิดมุมมองต่อการเมืองไทยปี 64

1.01.21 | 10:01 น.

เปิดใจ “ทักษิณ ชินวัตร” หลังผ่านวิกฤตโควิดในชีวิต พร้อมเปิดมุมมองต่อการเมืองไทยปี 64

หมายเหตุ – นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ให้สัมภาษณ์ผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอร์เร้น ถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 การรับมือ และการเตรียมความพร้อมทางเศรษฐกิจเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาด และการเมืองไทยในปี 2564

  • ประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 รอบสองในประเทศไทยอย่างไรบ้าง

อย่าไปตกใจมาก จริงๆแล้วมันอยู่ที่ทัศนคติในการทำงานว่าอยากจะเป็นในลักษณะให้ควบคุมหรือป้องกัน ซึ่งการควบคุมเชื้อโรคมันสั่งไม่ได้ เชื้อโรคไปได้ทุกที่ทุกเวลา แต่คนที่เชื้อโรคจะมาติดนั้นถ้าให้ความรู้กับเขาดีๆ เขาจะไม่ตกใจ จะเข้าใจ และป้องกันตัวเองได้ ตอนนี้ที่ทั้งโลกตกใจเพราะรอบแรกที่ระบาดนั้นไวรัสมันมีหลายตัว ส่วนใหญ่เรามีภูมิคุ้มกัน เช่น เหมือนไข้หวัดใหญ่เมื่อก่อนก็คล้ายๆไวรัสตัวนี้ เราไม่มีความรู้เราก็เลยกลัวไปหมดจนมีวัคซีนเกิดขึ้นวิธีการรักษาง่ายขึ้นคนก็ไม่กลัว ฉะนั้นแล้วมันเป็นเรื่องที่เราชินกับมันแล้วร่างกายเรามีภูมิคุ้มกันก็เลยหยุดกลัว ส่วนไวรัสโควิด-19 เกิดขึ้นใหม่ ซึ่งมนุษย์ยังไม่มีภูมิคุ้มกัน และเกิดได้ในหลายรูปแบบ ตอนนี้ร่างกายเรายังสู้ไม่ได้ คนที่ตายจริงๆแล้วส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนที่เรียกว่า เปราะบาง เช่น ผู้ที่มีอายุเกิน 70 ปี มีโรคประจำตัวเช่น โรคอ้วน เบาหวานหัวใจความดันสูง ดังนั้น ถ้าเราให้อำนาจในการคิดการตัดสินใจกับประชาชนโดยการให้ความรู้การป้องกันจะดีกว่าการควบคุม เช่น ที่ดูไบมีการเสียชีวิตจากโควิด 600 กว่าคน ก็ถือว่าไม่มาก แต่เขาเปิดประเทศเลย เพราะเขาหากินกับการท่องเที่ยว เปิดประเทศโดยวิธีป้องกันคือใครเข้าประเทศก็ตรวจหาเชื้อเลย นั่นจึงเป็นระบบป้องกันมากกว่าระบบควบคุม ซึ่งการควบคุมมันมีราคาแพงต้องใช้เจ้าหน้าที่ และเจ้าหน้าที่เองก็ไม่ใช่ว่าจะมีความรู้ไปทั้งหมดจึงทำให้การควบคุมแพงกว่าการป้องกัน ซึ่งวิธีการป้องกันนั้นมันเปิดเศรษฐกิจด้วย แต่วิธีการควบคุมเป็นการปิดเศรษฐกิจทั้งหมด

  • อยากเห็นเศรษฐกิจไทยในช่วงนี้ และหลังโควิดเป็นอย่างไร

อยากเห็นประเทศไทยใช้ระบบป้องกันให้ความรู้กับประชาชนอย่างชัดเจน อย่าตกใจ อย่ากลัว แล้วป้องกันการ์ดอย่าตกเท่านั้นเอง ผู้ที่เป็นกลุ่มเปราะบางก็ให้อยู่บ้านก็จะเป็นการป้องกัน อีกทั้งเศรษฐกิจก็เปิดประชาชนก็ไม่เครียดสามารถออกไปทำมาหากินได้ วันนี้ต้องหาความพอดีระหว่างความเป็นอยู่กับการป้องกันโรค ซึ่งจะเป็นวิธีไหนก็แล้วแต่รัฐบาล แต่ละรัฐบาลจะคิดบางทีเขาทำไปอาจจะมีเหตุผลของเขา ซึ่งผมก็ไม่อาจรู้ได้ถ้าดูจากภายนอกอยากเห็นเศรษฐกิจดีกว่านี้ ฉะนั้นต้องให้เศรษฐกิจเปิด ตลาดมันเดินไปได้ไม่เช่นนั้นคนหาเช้ากินค่ำจะอยู่กันลำบาก ดังนั้นต้องมีความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจกับการป้องกัน ไม่ใช่การควบคุมนั่นจะเอาไม่อยู่เพราะเชื้อโรคมันไม่เชื่อง แล้วเราก็ต้องมาใช้กำลังคนใช้เงินจำนวนมาก เราต้องเข้าใจว่าวันนี้เรามีปัญหาเชิงโครงสร้างเนื่องจากว่าหนี้สาธารณะ หนี้ครัวเรือนสูงขึ้น การกระจายรายได้ยังไม่ดีพอช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวยมีสูง โอกาสสำหรับคนระดับล่างไม่ดีพอ ดังนั้นต้องสร้างโอกาสให้กับคนเหล่านี้ อย่างคนระดับล่างที่ประกอบอาชีพเกษตร เราต่องให้โอกาสด้านการเกษตรดูแลเรื่องอุตสาหกรรมรายย่อยและรายกลาง ด้านการศึกษาในระยะยาว เพราะการศึกษาของเรามันล้าหลัง โลกมีการเปลี่ยนไปเยอะ ดังนั้นเราจำเป็นจะต้องเตรียมระบบการศึกษารองรับเพื่อผลิตแรงงานเพื่อรองรับอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนไปถ้าไม่ทำตรงนี้ก็จะมีการย้ายฐานผลิต ซึ่งโครงสร้างทางเศรษฐกิจเราต้องยกเครื่องหมดเลย เพราะเป็นโครงสร้างระบบโบราณ ระบบก่อนอานาลอคด้วยซ้ำ ฉะนั้นเราต้องรีบปรับโครงสร้างโดยด่วนตั้งแต่ระบบการศึกษา การผลิตแรงงาน เราต้องรู้เท่าทันต่างประเทศวันนี้ปลาใหญ่กินปลาเล็ก ปลาเร็วกินปลาช้ามันเป็นระบบทุนนิยมธรรมดาที่หนีไม่พ้น จะชอบหรือไม่ชอบก็ต้องเรียนรู้การอยู่ร่วมกับมัน วันนี้ต่างประเทศยื่นแขนขาผ่านคำว่าแพลตฟอร์มมาหากินจนถึงบ้านเราล้วงลับข้อมูล ล้วงทั้งกระเป๋าทั้งข้อมูลวันนี้ถ้าเรารู้ไม่เท่าทันก็จะโดนกินหรือปลาใหญ่ในกรุงก็จะกินปลาเล็กในต่างจังหวัดซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาของทุนนิยม แต่เราจะทำอย่างไรที่จะให้เรื่องธรรมดาเรานี้มันไม่เอาเปรียบคนด้านล่างจนเกินไปนั่นก็คือการสร้างความแข็งแรง

  • มองอย่างไรกับการปฏิรูประบบราชการในประเทศไทย

ทุกวันนี้ต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ดังนั้นจะปฏิรูปข้าราชการต้องใช้คนให้น้อยลงใช้ระบบเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้มากขึ้นก็จะทำให้ระบบของการทุจริตลดน้อยลง และการปรับปรุงระบบบริหารก็จะง่ายขึ้นเพราะเราสามารถตรวจสอบผ่านระบบคอมพิวเตอร์ได้ เราต้องสร้างแพลตฟอร์มของเราขึ้นมาโดยให้คนรุ่นใหม่ทำแพลตฟอร์มขึ้นมาถ้าแข็งแรงแล้วก็มีการเจรจาต่อรอง บางทีเราอ่อนแอเกินจนกว่าที่จะเจรจา ซึ่งเราก็จะเห็นทุกอย่างเป็นขนมหวานแต่ที่จริงแล้วมันเป็นยาพิษ ดังนั้นเราต้องสร้างของเราเองให้แข็งแรงนั่นคือ การส่งเสริมการทำแพลตฟอร์มของคนรุ่นใหม่ โดยต้องเข้าใจว่าวันนี้เราไม่สามารถทำการค้าแบบอนาล็อกได้เหมือนเดิมแล้ว หลังโควิดนี้เราจะเห็นพฤติกรรมของมนุษย์เปลี่ยนแปลงไป เปลี่ยนอย่างที่แรกคือ เวิร์คฟอร์มโฮมใช้คนงานน้อยลงราคาถูก สองเรียนที่บ้านซึ่งที่อเมริกาเขาไม่ได้ถามหาใบปริญญาเวลาไปสมัครงาน แต่จะถามหาประสบการณ์ ฉะนั้นต่อไปใบปริญญาจะสำคัญน้อยลง วันนี้ของเราแข่งกันเอาใบปริญญามาปิดฝาห้องเยอะๆ แต่ถามว่าได้อะไรไหมก็จะได้เป็นปริญญา หรือบางคนได้ใบปริญญาและได้ความรู้ บางคนได้ปริญญาได้ตำราหนังสือ แต่มีบางคนได้ปริญญาได้ทาเลนมามันมีน้อย ดังนั้นเขาส่งเสริมให้ทำจริงและเรียนรู้จากประสบการณ์ดีดี และวิธีการเรียนก็จะเปลี่ยนไปช้อปฟอร์มโฮมนั้นก็จะมากขึ้น ต่อไปศูนย์การค้าใหญ่ๆก็จะเป็นที่เดินเล่นแล้วซื้อของออนไลน์แทน และช่วงต่อไปนั้นจะทำมาหากินยากขึ้นจะมีหลายประเทศเขาสร้างระบบป้องกันตัวเอง แล้วเห็นแก่ตัวมากขึ้น

Advertisement
  • วันนี้เสถียรภาพการเมืองไทยยังไม่นิ่ง การเมืองไทยเป็นอย่างไร

วันนี้ประเทศไทยต้องรู้เท่าทันระบบทุนนิยม และต้องรู้เท่าทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปแล้วนำทุนนิยมรวมทั้งต้องเอาระบบการศึกษาและการเมืองดักล่วงหน้า อย่างประเทศจีนก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำเศรษฐกิจอันดับ 2 ของโลก และคิดว่าในอนาคตจะแซงสหรัฐอเมริกาได้ เพราะเขาเอาคนฉลาดที่ไปอยู่ในต่างประเทศกลับมาประเทศ จีนรู้ว่าอเมริกาจะทำอะไร เขาจึงรู้ว่าเขาต้องทำอะไร ประเทศไทยเราไม่ได้เป็นประเทศที่เล็ก เพียงแต่ไม่ได้ใหญ่มาก เราอย่ามัวอยู่แต่กับเรื่องเก่าๆ ที่เคยสำเร็จ ความสำเร็จในอดีตไม่จำเป็นต้องส่งผลความสำเร็จไปถึงอนาคต ดังนั้นจะต้องปรับตัวตลอดเวลา เพราะสัตว์โลกต้องมีการปรับเปลี่ยนต่อสิ่งรอบตัว

  • การพัฒนาคนไทยต้องเดินไปด้วยกัน แต่วันนี้คนในประเทศยังมีหลายสิ่งที่มองไม่ตรงกัน ตรงนี้จะเป็นปัญหาในการพัฒนาหรือรัฐบาลต้องปรับปรุงอะไรหรือไม่

ตอนผมเป็นนายกรัฐมนตรี ผมอ่านหนังสือและพบว่าถ้าใครคิดจะเปลี่ยนแปลง จะต้องเล่าเรื่องการเปลี่ยนแปลงให้ประชาชนเข้าใจ และเดินไปด้วยกัน ว่าสิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงนี้มันดีอย่างไร เมื่อประชาชน คิดเป็น เห็นด้วย และคล้อยตาม ก็จะเดินตามได้อย่างดี แต่เราจะไปสั่งเขาไม่ได้ โลกยุคใหม่ยุคที่มีโซเชียลเน็ตเวิร์คที่แข็งแรง ประชาชนเรียนรู้ได้หลายแหล่ง เพราะฉะนั้นทุกอย่างต้องเป็นความจริง ต้องรู้จริง อย่าโกหก อย่าเอาเรื่องรู้ไม่จริงมาพูด เพราะทุกอย่างมีบันทึกไว้หมด การรู้จริงและพูดจริงเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องการ เขาพร้อมเดินตามสิ่งที่เป็นอนาคตของพวกเขา เราจึงต้องทำให้เห็นว่าสิ่งที่เราทำนั้นเป็นประโยชน์ต่อพวกเขา

  • แต่การเมืองเป็นปัจจัยสำคัญในการที่จะทำให้คนเดินไปด้วยกันหรือสามารถขับเคลื่อนประเทศไปด้วยกันได้

อันนั้นแน่นอนอยู่แล้ว เพราะการบริหารประเทศนั้นจะต้องถูกนำโดยฝ่ายการเมือง ดังนั้น ฝ่ายการเมืองต้องมีคุณภาพ และถ้าการเมืองดี คุณภาพของคนก็จะเข้ามาได้มากขึ้น แต่ถ้าการเมืองไม่ดี คนที่มีคุณภาพก็จะถอยลงไป ไม่อยากเข้ามา ดังนั้นการเมืองจะต้องแข็งแรง การเมืองต้องมีความเป็นธรรม และเป็นประชาธิปไตยจริงๆ เพราะถ้าการเมืองไม่เป็นธรรม คนดีก็ไม่กล้าเข้ามา

  • เรายังมีความหวังว่าจะมีคนที่เก่งและดีเข้ามาบริหารประเทศหรือไม่

ต้องอยู่ที่ว่ารัฐธรรมนูญเป็นอย่างไรและรัฐธรรมนูญนั้นจะอยู่คงทนหรือไม่ เพราะรัฐธรรมนูญเราเปลี่ยนบ่อยๆ กว่ากฎหมายธรรมดาด้วยซ้ำ ถ้าเราได้รัฐธรรมนูญที่ดีและแข็งแรง ไม่มีการฉีกรัฐธรรมนูญเรื่อยๆ ตนคิดว่าการเมืองก็จะแข็งแรง

  • ขณะนี้เราก็อยู่ในกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีอะไรแนะนำหรือไม่

ผมคิดว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 เป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนจริงๆ ถ้ายึดเอารัฐธรรมนูญปี 2540 เป็นหลักแล้ว ปรับเอาจากรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 นี้ จะง่ายและเร็วขึ้น แต่ก็เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่เมื่อได้เปรียบอยู่แล้วก็ไม่อยากให้ความได้เปรียบนั้นหายไป ก็อยากรักษาความได้เปรียบนั้นไว้ต่อ รัฐธรรมนูญก็เลยกลายเป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมือง แต่ถ้าคิดว่าเรากำลังร่วมกันทำรัฐธรรมนูญฉบับนี้เพื่อประเทศของเราในระยะยาว เพื่ออนาคตของลูกหลาน เด็กวันนี้สามารถเข้าดูระบบการศึกษาที่ตัวเองกำลังเรียนอยู่ ดูระบบการสร้างงานในอนาคตที่ตัวเองเป็นอยู่ แต่ในวันนี้มองไม่เห็นอนาคต ตรงนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเด็กมองเห็นอนาคตได้ก็จะมีคนมาคอยผลักดันให้ประเทศก้าวหน้าต่อไปได้ แต่ถ้ามีความขัดแย้งกันอยู่เรื่อยๆ เด็กก็มองไม่เห็นอนาคต วันนี้เราไม่สามารถปกปิดเด็กได้ว่าอย่ารู้เรื่องนั้นอย่ารู้เรื่องนี้ เขาสามารถรู้ได้หมดจากการค้นคว้า ผู้ใหญ่วันนี้จึงต้องอยู่บนโลกของความเป็นจริง อยู่กับโลกที่อนาคตจะเปลี่ยนไป ต้องเข้าใจว่าอนาคตจะไปตรงไหน แล้วอยู่บนโลกแห่งความเป็นจริงนี้ อย่าไปอยู่บนโลกแห่งอดีตมากนัก แม้อดีตจะเป็นสิ่งที่เราควรเรียนรู้ แต่ไม่ใช่เป็นสิ่งที่เราคาดหมาย ดังนั้นเรียนรู้ได้แต่อย่าหลงใหล

  • มองการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนในช่วงนี้อย่างไร

ผมคิดว่าการที่คนมารวมตัวกันแล้วสะท้อนความคิดเห็น เป็นสิ่งที่ควรรับฟัง แต่อะไรทำได้หรือทำไม่ได้ก็ต้องอธิบายกันไป บางครั้งไม่ฟังเกินไปก็ทำให้เกิดการต่อต้าน แต่ถ้าฟังมากไป โดยไม่มีเหตุไม่มีผลก็ไม่ได้ ทุกอย่าง มีเหตุมีผลดังนั้นใครพูดอะไรก็มาฟัง ถ้าทำได้ก็ทำ ถ้าทำไม่ได้ก็ต้องอธิบาย ต้องมีการส่งสารที่ชัดเจนด้วย

  • เหตุใดจึงโดนตั้งข้อสังเกตว่าเป็นท่อน้ำเลี้ยงม็อบ

ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นแล้วคิดไม่ออก ก็ต้องคิดถึงผมไว้ก่อนอยู่แล้ว นี่ 10 กว่าปีแล้วนะ ลำพังผมอยู่เมืองนอกค่าใช้จ่ายก็สูงอยู่แล้ว ก็ต้องทำมาหากินอยู่เมืองนอก แล้วถามว่าผมได้อะไร บางทีบางครั้งคนก็ว่าไปเรื่อยเปื่อย มันไม่เกี่ยวกับผม ชีวิตผมนั้นเป็นชีวิตที่อิสระแล้ว เพียงแต่ว่าใจมันยังรักประเทศอยู่ ห่วงใยประชาชนไม่อยากให้เขาลำบากเท่านั้นเอง ยังเคารพสถาบันสูงสุดอยู่ตลอดเวลาไม่เปลี่ยนแปลง

  • ทำไมจึงยังมีข่าวตั้งรัฐบาลแห่งชาติหรือรัฐบาลปรองดองอยู่ตลอดเวลา

บ้านเรามองทุกอย่างให้เป็นการเมืองหมด ใครอยากปล่อยข่าวอะไรเพื่อเกิดประโยชน์อะไรก็ปล่อย เป็นการเมืองไปหมด การเมืองเยอะไป แต่การบ้านน้อยไป ถ้าการเมืองน้อยกว่านี้ แล้วการบ้านมากกว่านี้ ประเทศก็คงจะดี แม้กระทั่งไปนั่งกินกาแฟตอนเช้าก็ยังคุยแต่เรื่องการเมือง

  • อยากฝากอะไรถึงรัฐบาลโดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจหรือไม่

เราต้องยอมรับว่าประเทศไทยของเราเรื่องการท่องเที่ยวเป็นหัวใจสำคัญ ความเป็นคนไทยเรา มีน้ำจิตน้ำใจในการต้อนรับและให้บริการคนเป็นอย่างดี คนก็เลยอยากมาเที่ยวเมืองไทย เมื่อเรามีดีอยู่แล้ว ตรงนี้ควรเป็นเรื่องที่เราต้องส่งเสริม ส่วนเรื่องการส่งออกนั้นเราต้องถามว่าส่งออกอะไร ไม่ต้องไปเน้นปริมาณแต่ต้องเอาคุณภาพ ที่ได้เนื้อๆ บางทีส่งออกได้ไม่กี่ตังค์ ที่เหลือเข้าเป็นของเขาหมด อย่างไรก็ตามตอนนี้เทคโนโลยีเปลี่ยนใหม่แล้ว เราต้องมีส่วนเข้าไปในเทคโนโลยีตรงนั้นด้วย โดยเฉพาะการใช้เอไอ เมื่อเรารู้อยู่แล้วเราก็ต้องเริ่มสอนเด็กให้รู้จักเอไอมากขึ้น เมื่อเราเห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน เราก็ต้องทำให้ชัดเพื่อที่จะรักษารายได้ของประเทศ บุกยังไม่พอ เราต้องรู้จักตั้งรับด้วย คือแพลตฟอร์มอันไหนที่เข้ามากินเราเยอะไป เราจะจัดการอย่างไร เราจะสร้างแพลตฟอร์มไหนขึ้นไปชน การส่งเสริมเด็กๆ สำคัญวันนี้เขาเรียนรู้ได้เร็ว อย่างน้องไปป์ ลูกชาย นายกฯยิ่งลักษณ์ เขามาเรียนต่อมหาวิทยาลัยในอังกฤษ ผมนั่งคุยกับเขา ทั้งที่เพิ่งจบไฮสคูลแต่องค์ความรู้เหมือนจบปริญญาโทแล้ว เพราะเขาเรียนรู้สมัยคนรุ่นเรา มีข้อมูลเข้าไปในหัวเขามากกว่าคนรุ่นเรา คนรุ่นเราหมายถึงผมนะ ไม่ใช่พวกท่านทั้งหลาย จริงๆ ประเทศไทยเราทำได้เหมือนต่างประเทศหมด อย่างเฟซบุ๊ก เราเองก็สามารถทำของประเทศไทยได้ วันนี้เฟซบุ๊กรู้นิสัยคนไทยมากกว่ารัฐบาลไทยอีก เพราะเขารู้ว่าวัยขนาดไหนนอนหรือตื่นกี่โมง ชอบหรือไม่ชอบอะไร วันนี้ที่ษริษัทโฆษณาเจ๊ง เพราะยิงปืนลูกซองยิงสาดกระสุนเต็มไปหมดแต่ไม่ตายสักคน แต่ระบบนี้ยิงสไนเปอร์ รู้ว่ากลุ่มลูกค้าคนไหนชอบอะไร จึงยิงเข้าไปถูกจุด โดยใช้ระบบเอไอเข้ามาช่วย

  • มองการเมืองปี 2564 อย่างไร

ก็คงไม่ไปไหน จนกว่าข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมจะได้รับการแก้ไขในมุมกว้าง และทำให้การเมืองเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งการเมืองจะเปลี่ยนแปลงได้ก็อยู่ที่ไบเบิ้ลของมันก็คือรัฐธรรมนูญ

  • อะไรที่จะทำให้ประเทศไทยหลุดจากหล่มไปสู่อนาคต มีข้อเสนอให้รัฐบาลว่าจะต้องทำอะไรบ้าง เพื่อให้มีอนาคตที่ดีกว่านี้

โครงสร้างการบริหารจัดการจะต้องเป็นโครงสร้างที่เอื้ออำนวยให้เกิดคนที่มีคุณภาพเข้ามาทำหน้าที่บริหาร ถ้าเป็นระบบการเมืองที่อ่อนแออย่างนี้ จะมีโควตาในโควต้านั้นๆ ก็จะมีคนคุมโควตาอยู่ จะกลายเป็นว่าเราไม่สามารถจัดการอะไรได้ สังเกตได้จากสมัยที่พรรคไทยรักไทยได้รับชัยชนะมาก ทำให้เราเลือกคนได้เยอะขึ้น จึงทำให้เราได้คนที่สามารถบริหารจัดการได้มาช่วยทำงาน อันนี้อยู่ที่การเมืองไม่ได้อยู่ที่ตนเพราะตนไม่ได้เป็นคนเก่งกาจอะไร แต่เป็นจังหวะที่รัฐธรรมนูญแข็งแรง เราต้องทำให้โครงสร้างทางกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญเอื้ออำนวย ให้คนที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาช่วยบริหารจัดการประเทศ ต่อมาคือต้องสร้างบรรยากาศเศรษฐกิจ ให้เกิดการเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจมากขึ้น มีกิจกรรมที่ทำให้คนสามารถทำมาหากินได้ แล้วค่อยพัฒนาคุณภาพทางเศรษฐกิจให้มีคุณภาพที่ดีขึ้นต่อไป จากนั้นขั้นตอนตอนต่อไปคือการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ให้ช่องว่างทางรายได้ลดลง โดยระยะยาวที่ต้องเริ่มต้นเลยคือเรื่องของระบบการศึกษาในเรื่องของเทคโนโลยีที่ต้องเร่งปรับปรุงโดยด่วน สุดท้ายคือต้องทำทุกเรื่องด้วยความรู้เท่าทันทุนนิยมโลก และต้องรู้เท่าทันเทคโนโลยีที่จะเข้ามาแย่งชิงผลประโยชน์ให้กับประเทศ

  • ยังมีคนในตระกูลชินฯ ที่จะเข้ามาลงเป็นผู้นำการเมืองอีกหรือไม่

“พอก่อนครับ” (หัวเราะ)
“ตอนนี้คงต้องร้องเพลงเจ็บนี้อีกนาน”

  • ท่านออกจากประเทศไปนาน ได้มีการพูดคุยกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ หรือไม่ว่าเมื่อไหร่จะกลับมา

ถามว่าอยากกลับประเทศหรือไม่ ผมอยากกลับมาเลี้ยงหลานของผม วันนี้ผมมีหลาน 3 คน และกำลังจะมีคนที่ 4 ในเดือนหน้านี้แล้ว ผมแก่แล้วอยากเลี้ยงหลาน ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ตอนนี้ใครอยากจะขอคำปรึกษาหรืออะไรก็ตาม ในฐานะที่ผมเคยเป็นอาจารย์เก่า ผมชอบชอบอธิบายและสอนคนอยู่แล้ว ผมก็สามารถทำหน้าที่พวกนี้ได้ แต่เรื่องการเมืองนั้น ผมแก่แล้ว วัย 72 จะไปนั่งทำการเมืองอะไรอีก มีแต่ห่วงบ้านเมืองเท่านั้นเอง แต่จะกลับเมืองไทยเมื่อไรนั้น ไม่ใช่ผมเป็นคนกำหนด ผมไม่ได้เป็นคนกำหนด

  • แต่อยากกลับใช่หรือไม่

แน่นอน ผมอยากเลี้ยงหลาน วัยของผมนี้เรียกว่าวัยรักลูกหลงหลาน

  • อยากให้อวยพรปีใหม่คนไทย

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทุกท่านที่คิดว่าตนยังมีคุณค่าต่อประเทศอยู่ ตนอยากฝากว่าปีใหม่นี้ เป็นปีที่หนักหน่อย เพราะโลกทั้งโลกระบมกับโรคระบาดนี้ ถึงแม้จะมีวัคซีนแต่คน 100% ก็ไม่สามารถฉีดวัคซีนได้หมด บางประเทศก็ยังไม่สามารถให้วัคซีนฟรีกับประชาชนได้ ดังนั้นโรคมันทำให้โลกเปลี่ยนแปลงไปเยอะ ก็เลยอยากบอกกับทุกคนว่าอย่าประมาท อยากให้ทุกคนอยู่ให้แข็งแรงให้ปลอดภัย ต้องหมั่นออกกำลัง กินอาหารที่ถูกสุขลักษณะ อย่าการ์ดตก และรีบทำมาหากิน พยายามเรียนรู้ใหม่ จากแหล่งความรู้ต่างๆ เพื่อให้ตัวเองปรับตัว ทำมาหากินได้ ความอดทนและความพยายามเท่านั้นที่จะทำให้ท่านประสบความสำเร็จในโลกใหม่ ทั้งนี้ขอให้คนไทยทุกคนที่ผมรัก และคิดถึงพบสิ่งดีๆ และพบสิ่งที่เป็นปัจจัยที่จะทำให้ตัวเองทำมาหากินได้ในโลกยุคใหม่ และอยู่รอดไปกับมันให้ได้ ขอให้ทุกคนแข็งแรงปลอดภัย และเอาชนะทางเศรษฐกิจได้ทุกคน