การแพร่ระบาดของโควิด-19 อีกระลอกในประเทศไทย เห็นชัดว่านำไปสู่ปัญหาทางเศรษฐกิจในระดับวิกฤต ต่อเนื่องจากปี 2563 แน่นอน
ส่วนในทางการเมือง การบริหารจัดการในช่วงแรกของปี 2563 เป็นเครดิตระดับนานาชาติสำหรับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
แต่เมื่อเกิดระบาดอีกรอบ ทั้งที่รัฐบาลเรียกร้องประชาชนว่าอย่าการ์ดตก แต่กลับเป็นกลไกรัฐ ที่การ์ดตก หรือแม้แต่ “ทุจริต” เสียเอง ทั้งปล่อยให้พรมแดนรั่วทะลุ ปล่อยให้เกิดการมั่วสุมในบ่อนพนัน โดยเฉพาะในภาคตะวันออก
เป็นปัจจัยที่ทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อวิ่งลิ่วในขณะนี้
จากเครดิตในรอบแรก สถานการณ์พลิกกลับในครั้งนี้
นักวิชาการที่ให้สัมภาษณ์มติชน ชี้ว่า งานวิจัยทั่วโลก ชี้ว่าโควิดส่งผลต่อเสถียรภาพทางการเมืองของประเทศต่างๆ
เพราะมันสะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมที่รัฐบาลต้องแก้ไข
การรับมือของรัฐบาล การช่วยเหลืออย่างทั่วถึงหรือไม่ จะมีส่วนตัดสินอนาคตของรัฐบาล
ประเด็นที่ซ้ำเติมในเรื่องของโควิดคือปัญหาการเมืองที่ต่อเนื่องมาจากปี 2563
การชุมนุมของเยาวชน คนรุ่นใหม่และประชาชน สร้างความเปลี่ยน แปลงสังคมไทยหลายมิติด้วยกัน
รัฐบาลพยายามแก้ไขด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ก็สะดุดตอพวกเดียวกัน ที่ไม่ยอมถอยจากอำนาจ คาดว่าจะล่าช้าไปอีกพอสมควร
มีความพยายามสร้างกลไกการปรองดอง กลไกหารือสร้างความเข้าใจ แต่ไม่สำเร็จ
ในเรื่องนี้ นายโภคิน พลกุล นักกฎหมายชั้นนำ เสนอว่า ควรออกกฎหมายมารองรับกรรมการปรองดอง รองรับข้อเสนอให้ผูกพันบังคับให้เกิดการปฏิบัติ
ขณะที่นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย มือกฎหมายอีกคน ชี้ว่า จะต้องออกแบบกลไกเพื่อการปรองดองใหม่ ให้สอดคล้องกับหัวข้อปัญหา และบุคคลในความขัดแย้ง
เริ่มต้นจากต้องรับฟังความคิดเห็นของผู้ชุมนุม
ในปี 2564 รัฐบาลอาจจะต้องกลับมาพิจารณาเรื่องนี้ด้วยความรอบคอบอีกครั้ง
และอาจจะต้องเป็นเจ้าภาพ เพื่อผลักดันอย่างจริงจัง ดึงความสมานฉันท์กลับมาหลังจากละทิ้งไปไม่ต่ำกว่า 6 ปีแล้ว
ความเปลี่ยนแปลงกลับไปสู่สังคมประชาธิปไตย ที่มีกติกาเป็นมาตรฐาน เป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้ เหลืออยู่แต่ปัญหาว่า จะมากน้อย เมื่อไหร่ อย่างไร
การจงใจถ่วงเวลา ซื้อเวลา อาจเกิดประโยชน์ชั่วคราวกับผู้ถืออำนาจ วิกฤตจะยิ่งรุนแรง ค่าเสียหายสำหรับการล่วงเวลาจะยิ่งสูง
เสียงทวงถามดังกระหึ่มและทรงพลังมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งจากสมาชิกสังคมที่เป็นอนาคตของประเทศ และสังคมทั่วไป
ปี 2564 ผู้มีอำนาจควรใช้โอกาสนี้ โยนให้ ส.ส.ร. จากการเลือกตั้งทำหน้าที่แทนใช้กระบวนการของ ส.ส.ร.ที่มาจากประชาชน ฟังเสียงประชาชน แล้วเขียนกฎกติกาใหม่
มีแต่การคืนอำนาจเท่านั้น มรสุมเรื้อรังนี้ จึงจะสลาย เพื่อโอกาสในการแก้ไขปัญหาอื่นๆ ต่อไป

