กกต.คาดต้นเดือนก.ย.ร่างกม.ลูก 5 ฉบับเสร็จ ด้านคณะทำงานฯ จ่อชงร่างพ.ร.บ.พรรคการเมือง ยึดตามปี 24 ตั้งยากยุบยาก เหตุเพื่อทำให้พรรคการเมืองมีความเข้มแข็ง พร้อมกำหนดหากพรรคไม่เสนอผลวิเคราะห์ความคุ้มค่า ความเสี่ยงนโบายพรรค กก.บห.มีสิทธิถูกนายทะเบียนสั่งพ้นจากตำแหน่ง
เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม นายบุณยเกียรติ รักชาติเจริญ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในฐานะรักษาการเลขาธิการกกต. กล่าวถึงความคืบหน้าในการยกร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ของสำนักงานฯว่า กกต.ได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานติดตามและประสานงานการยกร่างรัฐธรรมนูญ สรุปสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องขึ้นโดยมีพ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา ผู้ทรงคุณวุฒิกกต.เป็นประธาน และมีผู้ทรงคุณวุฒิ รองเลขาธิการสำนักงานในทุกด้านกิจการร่วมเป็นกรรมการ ขึ้นมาพิจารณาร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 5 ฉบับคือ ร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว. ร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งผู้บริหารและสมาชิกสภาท้องถิ่น ที่แต่ละด้านกิจการได้ยกร่างเสนอ โดยขณะนี้ในส่วนของร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง คณะทำงานได้พิจารณาใกล้เสร็จสิ้นแล้ว และจะเริ่มมีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง เป็นลำดับต่อไป
นายบุณยเกียรติ กล่าวต่อว่า เมื่อคณะทำงานพิจารณาฉบับใดแล้วเสร็จก็จะมีการเสนอต่อที่ประชุมกกต.เพื่อให้ความเห็นชอบต่อไป และคาดว่าทั้ง 5 ฉบับคณะทำงานจะสามารถพิจารณาได้แล้วเสร็จภายในไม่เกินต้นเดือนกันยายน อย่างไรก็ตามขณะนี้ทางสำนักงานกกต.ยังไม่ได้รับการประสานอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้เสนอร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง 5 ฉบับ มีแต่เป็นการประสานภายในให้มีการเตรียมการเอาไว้ ทางกกต.จึงได้ให้แต่ละด้านกิจการยกร่างกฎหมายเอาไว้ โดยให้ยึดตามร่างรัฐธรรมนูญเป็นหลัก พร้อมกับให้มีการนำข้อเสนอของสปท.สนช.ในการปฏิรูปการเมืองด้านต่างๆ มาประกอบการพิจารณาด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของร่างพ.ร.บ.พรรคการเมืองที่คณะทำงานพิจารณาแล้ว เบื้องต้นมีการกำหนดให้ การจัดตั้งพรรคการเมืองใช้แนวพ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองปี 2524 ที่มี 2 ขั้นตอน คือขั้นตอนแรกจะต้องมีการยื่นขออนุญาตจดจัดตั้งพรรคการเมืองโดยบุคคล 15 คน จากนั้นจึงมีการไปหาสมาชิกพรรคจากภาคต่างๆ มาให้ได้ครบ 5 พันคนก่อน ขั้นตอนที่สอง เมื่อได้ครบ 5 พันคนจึงมีการประชุมเพื่อคัดเลือกหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค และจะมาจดทะเบียนเป็นพรรคการเมืองแล้วจึงจะสามารถส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งได้
ขณะที่การส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งของพรรค มีการกำหนดให้เป็นสาขาพรรคเป็นผู้เสนอ การยุบพรรคจะกำหนดเฉพาะกรณีมีการกระทำเป็นปฏิปักษ์ต่อการความมั่นคงและการปกครอง ขณะเดียวกันก็จะมีการกำหนดให้การประกาศโฆษณานโยบายของพรรคการเมืองต้องมีการวิเคราะห์ผลกระทบ ความคุ้มค่า และความเสี่ยงอย่างรอบด้านให้กับประชาชนได้รับทราบ หากไม่มีการดำเนินการนายทะเบียนพรรคการเมืองอาจสั่งให้กรรรมการบริหารพรรคพ้นจากตำแหน่งได้ เพื่อให้สอดคล้องกับร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 258( 3) หมวดการปฏิรูปประเทศ ที่กำหนดให้มีกลไกความรับผิดชอบของพรรคการเมืองในการประกาศโฆษณานโยบายที่มิได้มีการวิเคราะห์ผลกระทบ ความคุ้มค่าและความเสี่ยงอย่างรอบด้าน
ส่วนประเด็นที่จะให้มีการยุบพรรคการเมืองที่ดำเนินการกิจการอยู่ในขณะนี้ 71 พรรคแล้วเริ่มต้นจดทะเบียนกันใหม่ หรือ เซ็ตซีโร่ กกต.ไม่ได้มีการเขียนกำหนดไว้ อย่างไรก็ตามหลักการจัดตั้งพรรคการเมืองที่ยึดตามพ.ร.บ.พรรคการเมืองปี 2524 แม้กกต.จะมองว่าเจตนารมณ์ของร่างรัฐธรรมนูญต้องการให้พรรคการเมืองมีความเข้มแข็ง จึงจำเป็นต้องให้พรรคการเมืองจัดตั้งได้ยากยุบยาก แต่ก็ยอมรับว่าอาจเกิดแรงต้าน เพราะจะทำให้มีแต่พรรคการเมืองขนาดใหญ่ พรรคการเมืองขนาดเล็กจะถูกลดลงหรือหมดไปในที่สุด

