“ณัฐวุฒิ” จวก หลังเหตุระเบิด อ้างเชิญมาสอบหาข้อมูลตามอำนาจม. 44 แต่วิธีปฏิบัติยิ่งกว่าจำเลยคดีอาญา
เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. กล่าวว่า หลังเหตุระเบิดมีการไล่ควบคุมตัวบุคคลในพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะฝ่ายเห็นต่างกับผู้มีอำนาจ โดยที่คนในครอบครัวไม่มีโอกาสติดต่อและไม่ทราบชะตากรรม รัฐบาลชี้แจงว่าไม่ได้คุมตัวในฐานะผู้ต้องหา เป็นการเชิญมาสอบหาข้อมูลตามอำนาจมาตรา 44 แต่วิธีปฏิบัตินั้นยิ่งกว่าจำเลยคดีอาญา เพราะจำเลยทั่วไปมีสิทธิ์ใช้ทนายความ แต่กรณีนี้ไม่มีแม้แต่สิทธิ์ที่จะรู้ว่าทำผิดอะไร ทั้งนี้ แม้จะมีอำนาจคุมตัวไว้ 7 วัน แต่ขอเรียกร้องให้ปล่อยตัวคนเหล่านี้ทันทีที่ชัดเจนว่าไม่เกี่ยวข้อง เพราะมีแนวโน้มว่าสอบเสร็จแล้วก็ยังจะกักตัวไว้จนครบเวลาเพื่อรักษาหน้าของฝ่ายรัฐไม่ให้ถูกมองว่าจับไปได้ไม่นานก็ต้องปล่อยเพราะหลงทาง จับแต่ผู้บริสุทธิ์
นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่าส่วนกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์และพล.อ.ประวิตรระบุว่า เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาในการทำงาน อย่าไปกดดันนั้น ไม่เห็นจริงๆ หรือว่า ตั้งแต่เกิดเหตุใครไปกดดันอะไรบ้าง มีแต่คนในรัฐบาลกับนายสุเทพที่ออกมาฟันธงว่าสาเหตุจากเรื่องประชามติ ปั่นกระแสจนคนสับสน ตอบโต้กันไปมา มีปัญญาห้ามคนพวกนี้ไหม เพิ่งเกิดเหตุยังไม่มีหลักฐานแต่ปล่อยให้พูดกันไปแล้วว่าเพราะฝ่ายไม่รับร่างไม่พอใจ พอตอนนี้ชัดเจนว่าโทรศัพท์ที่ก่อเหตุมาจากมาเลเซีย วัสดุที่ใช้และวิธีประกอบระเบิดเป็นแบบเดียวกับชายแดนใต้ ระเบิดที่จ.ยะลาเมื่อวาน (14 สิงหาคม) ก็เป็นแบบเดียวกัน คสช.ยังยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับ 3 จังหวัดภาคใต้ ถามว่ามาตรฐานการทำงานอยู่ตรงไหน หน่วยงานของรัฐทำงานตามกำนันหรือตามหลักฐาน แล้วประชาชนยังเชื่อถือและให้ความไว้วางใจวิธีทำงานแบบนี้ได้หรือไม่

