‘โบว์ ณัฏฐา’ แนะทางเลือกที่จะรอดวิกฤตโควิด คิดแบบแยกส่วน-ไม่ปิดหว่านแห-ดูผลแล้วปรับ

‘โบว์ ณัฏฐา’ แนะ ทางเลือกที่จะรอด วิกฤตโควิด ‘คิดแบบแยกส่วน-ไม่ปิดหว่านแห-ดูผลแล้วปรับ’

เมื่อวันที่ 4 มกราคม น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือ โบว์ แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ได้โพสต์ข้อความ ผ่านเฟซบุ๊ก “Nuttaa Mahattana” ถึงแนวทางรอดวิกฤตโควิด-19 ระลอกสอง โดยระบุว่า

“ทางเลือกที่จะรอด

ถ้าใครติดตามข้อมูลเปรียบเทียบทั่วโลก ฟัง/อ่าน งานวิจัยมาตั้งแต่ช่วงไตรมาสแรกของปีก่อน จะพอประเมินได้ว่าค่อนข้างยากที่โควิดในไทยจะระบาดหนักหรือมีความรุนแรงในระดับเดียวกับหลายๆ ประเทศในโลกเพราะ

– โควิดระบาดได้ดีที่สุดที่อุณหภูมิต่ำกว่า 11 องศาเซลเซียส

– คนไทยมีวัฒนธรรมการทักทายที่ไม่ได้สัมผัสเนื้อตัวกัน

– คนไทยมีการกดดันทางสังคมและให้ความร่วมมือในการใส่หน้ากากในที่ชุมชนมาก

– คนในประเทศตามแนวแม่น้ำโขง ที่เคยมีการระบาดของมาลาเรียมีแนวโน้มที่จะต้านทานโควิดได้ดีและอัตราการตายต่ำมาก (ปกติผู้เสียชีวิตด้วยโควิดก็มีภาวะทางสุขภาพที่ซับซ้อนมาก่อนอยู่แล้ว)

– ในไทยมีบ้านพักคนชราน้อย ซึ่งบ้านพักคนชราเป็นจุดที่เมื่อระบาดก็จะสาหัสในหลายประเทศ

– การสาธารณสุขของไทยเข้มแข็ง มาตรฐานการรักษาสุขอนามัยของประชากรอยู่ในระดับดี

นั่นน่าจะเป็นเหตุผลที่ในทั้งสองรอบที่เกิดการระบาด จะเกิดจากสถานที่ที่ต้องมีปัจจัยเอื้อให้ติดกันได้มากจริง คือพื้นที่ปิด แออัด และใช้เสียงดัง (สนามมวย ผับ ที่พักแรงงาน บ่อน) ปัจจัยสุดท้ายคือการ “ใช้เสียงดัง” นั้นมักไม่ถูกพูดถึง แต่มีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นภาพชัดเจนว่าละอองฝอยกระจายได้มากและไกลกว่าเมื่อคนตะโกน และอาจเป็นคำอธิบายได้ว่า ทำไมจึงไม่พบการระบาดในพื้นที่ที่มีคนมากแบบจุดรับบริจาคต่างๆ ที่มีคนแออัดกันเป็นพันในช่วงเดือนพฤษภาคม

นอกจากนี้ปริมาณเชื้อที่ไม่มากพอแทบไม่สามารถทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่ายๆ ยิ่งคนไม่มีอาการก็โอกาสส่งต่อยากเพราะไม่ไอไม่จาม ในทุกเคสที่ทราบในเมืองไทย แม้แต่คนในบ้านเดียวกับผู้ติดเชื้อก็ไม่ได้ติดกันได้ทุกคน เราไม่จำเป็นต้องเอาคนไม่มีอาการหนักเข้าไปเป็นภาระในโรงพยาบาล สามารถให้กักตัวรักษาที่บ้านจนหายเหมือนในประเทศอื่นๆ

หากสมมุติฐานจากสถิติทั้งหมดนี้เป็นจริง ก็หมายความว่าเราน่าจะสามารถกดอัตราการระบาดได้ด้วยการปิดเฉพาะพื้นที่ที่มีปัจจัยดังกล่าว และเยียวยาเจ้าของกิจการเหล่านั้นได้อย่างเป็นธรรม เช่น ในส่วนของร้านอาหารก็ประกาศปิดผับบาร์ แล้วเยียวยาเขาเต็มที่ไปเลย แทนที่จะทำให้ร้านอาหารทั้งหมดเสียหายไปด้วย แต่ไม่สามารถเยียวยาใครเลย

คิดแบบแยกส่วน ไม่ปิดหว่านแห ดูผลแล้วปรับมาตรการขึ้นลงตามสถานการณ์
น่าจะเป็นทางรอด และเป็นธรรมด้วยค่ะ”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon