‘โรม’ วอนเปิดสภา สะท้อนปัญหา ปชช. ชี้ ‘ต้องปรับตัว’ แนะ แยกวันประชุม-ลดจำนวนผู้ติดตาม ส.ส.-ตรวจโรคเป็นระยะ
เมื่อวันที่ 6 มกราคม นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เปิดเผยถึงกรณี ควรเปิดการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อช่วยกู้สถานการณ์โควิด-19 ให้ดีกว่านี้ ว่า ก่อนหน้านี้ตนได้ชี้แจงให้เห็นถึงเหตุผลว่าทำไมสภาจึงควรปฏิบัติภารกิจต่อไปในสถานการณ์การระบาดของโรค COVID-19 (โดยต้องมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดที่มีประสิทธิภาพ) ก็เพราะว่าประเทศยังมีปัญหาอีกมากมายหลายประเด็นที่ต้องได้รับการแก้ไขโดยไม่เนิ่นช้า ในครั้งนี้จะขอชี้ให้เห็นว่าแม้กระทั่งในประเด็นการระบาดของโรค COVID-19 รอบใหม่นี้เอง หากสภายังเปิดทำการต่อไป ส.ส.ทั้งหลายจะสามารถร่วมช่วยแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าวให้เป็นไปด้วยดีกว่าที่เป็นอยู่ได้
“ผมขอทบทวนอีกครั้งว่า ตั้งแต่เกิดการระบาดรอบใหม่ และการดำเนินการต่างๆ ที่ตามมานั้น เรามักเห็นถึงความบกพร่อง สะเพร่า ไร้ประสิทธิภาพ และไม่โปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐบาลและหน่วยงานราชการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความล้มเหลวของหน่วยตระเวนชายแดนในการจับขบวนการลักลอบขนแรงงาน ความล้มเหลวของตำรวจในการทลายบ่อนที่เป็นจุดแพร่เชื้อ การออกมาตรการของรัฐบาลที่ละเลยการเยียวยาประชาชน ความน่ากังขาว่าจะมีการผ่อนปรนหรือเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุน หรือการตัดสินใจที่กลับไปกลับมา เป็นต้น
“สิ่งเหล่านี้ทำให้เห็นว่าเราไม่อาจปล่อยให้รัฐบาลและหน่วยงานราชการใช้อำนาจกันโดยลำพัง โดยปราศจากการตรวจสอบได้ ซึ่งผู้ที่มีหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลและหน่วยงานราชการก็คือสภา ทั้งโดยการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณากรณีเป็นการเร่งด่วน หรือใช้คณะกรรมาธิการสามัญที่มีอยู่ในการเรียกเจ้าหน้าที่ หรือขอเอกสารที่เกี่ยวข้องมาซักถาม หรือตรวจสอบว่ามีข้อบกพร่อง หรือลับลมคมในอย่างไรหรือไม่ นอกจากนี้ ยังสามารถท้วงติงข้อผิดพลาดหรือให้ข้อเสนอแนะในการทำงานของรัฐบาลและหน่วยงานราชการได้อีกด้วย” นายรังสิมันต์กล่าว
นายรังสิมันต์กล่าวว่า ตนคิดว่าหากหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ ยังคงสามารถปฏิบัติงานในท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ได้แล้ว สภาก็ต้องปรับตัวให้สามารถปฏิบัติงานได้ด้วยเช่นกัน ที่ผ่านมา ส.ส.ทั้งหลายก็สวมหน้ากากและใช้แอลกอฮอล์ล้างมือก็จนเคยชินแล้ว เราอาจเพิ่มเติมมาตรการ เช่น แยกวันประชุมห้องใหญ่ กับวันประชุมกรรมาธิการออกจากกัน, ห้ามหรือลดจำนวนผู้ติดตาม ส.ส.เข้าร่วมประชุม, หาอุปกรณ์ป้องกันเพิ่ม หรือแม้กระทั่งกำหนดให้ ส.ส.ทุกคนตรวจโรคเป็นระยะๆ หากมันช่วยลดความเสี่ยงได้ก็สมควรทำ
นายรังสิมันต์กล่าวว่า ทั้งนี้ ต่อสถานการณ์ COVID-19 ตนและเพื่อน ส.ส.ทุกท่านในพรรคก้าวไกลได้เคยลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในหลายจังหวัด ตั้งแต่การระบาดเมื่อช่วงต้นปี 2563 และในการระบาดระลอกใหม่นี้ ส.ส.ทั้งแบบแบ่งเขตเเละแบบบัญชีรายชื่อทุกพื้นที่จะพยายามรับฟังปัญหาประชาชน โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อย ทั้ง micro sme และ SME ที่ต้องปิดกิจการหรือมีภาวะชะลอตัว เพื่อนำปัญหาเหล่านี้มาสะท้อนสู่สาธารณะและจัดทำเป็นนโยบายช่วยเหลือต่อไป
“สุดท้ายนี้ผมเชื่อว่า ส.ส.ทุกคนล้วนมีความรับผิดชอบต่อตัวเองและต่อส่วนรวมในการที่จะป้องกันการแพร่ระบาดอยู่แล้ว แต่ผมไม่อยากให้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นมาทำให้พวกเราต้องเสียความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ทั้งที่เราควรทำได้ดีกว่านี้ ผมอยากให้พิจารณาเปิดสภาเพื่อให้ ส.ส. กลับมาทำหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้อีกครั้ง” นายรังสิมันต์กล่าว

