‘ส.ส.เจี๊ยบ’ตอบละเอียด ‘ศรีสุวรรณ’จะฟ้องฐานหมิ่นรัฐบาล ถามกลับ ‘มีอะไรให้ชมบ้าง’

6.01.21 | 20:52 น.
‘ส.ส.เจี๊ยบ’ ตอบ ปม ‘ศรีสุวรรณ’ ฟ้องหมิ่นรัฐบาล ถามกลับ ‘มีอะไรให้ชมบ้าง’

สืบเนื่องจากกรณี ที่ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏเป็นการทั่วไปในโซเชียลมีเดียและสื่อสารมวลชนได้รายงานเป็นการทั่วไปเมื่อวันที่ 5 มกราคม 25654 ว่า นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้เขียนโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ชื่อ Amarat Chokepamitkul และเฟซบุ๊ก Amarat Chokepamitkul อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล โดยมีข้อความเหมือนกันทั้งสองเฟซบุ๊ก ความว่า “เรามีรัฐบาลที่โหนเจ้าและเกาะเชื้อโรคเพื่ออยู่รอดไปวัน ๆ ส่งลูกไปเที่ยวห้างได้แต่ส่งไปโรงเรียนไม่ได้ กับอีกหลายมาตราการรับมือโควิด-19 ของรัฐบาลเฮงซวยที่มีแต่ความลักลั่น”นั้น


เมื่อวันที่ 6 มกราคม นางอมรรัตน์ โชคปมิตต์กุล หรือ ส.ส.เจี๊ยบ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก “Amarat Chokepamitkul อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล” โดยระบุว่า

Q : พอจะทราบแล้วใช่ไหมว่าคุณศรีสุวรรณจะไปยื่นตรวจฟ้องจริยธรรมว่าเข้าข่ายหมิ่นประมาทผิดกฎหมาย เรื่องที่ไปวิจารณ์ไปว่านายกด้วยคำว่า นายกเฮงซวย

A : ก่อนอื่นต้องขอถามกลับว่านายกมีอะไรให้ชมบ้างคะ คิดว่าก็เป็นสิทธิของคนที่จะไปร้องเรียนก็ทำได้ แต่ตัวเองก็คิดว่าตัวเองมีสิทธิที่จะวิจารณ์หรือให้ความเห็นในฐานะผู้แทนราษฎรได้ เพราะไปไหนเขาก็พูดกันแบบนี้ทั้งนั้น เราก็มีหน้าที่เพียงแค่สะท้อนความจริงที่คนในสังคมพูดกันทั่วไปในตลาด ในร้านกาแฟ ในวงข้าว คำพูดแบบนี้ได้ฟังกันจนเป็น basic ยกตัวอย่างเพลง one two three four five อะไรนั่นก็แรงกว่านี้ มีกันจนเป็นปกติ

Advertisement

ประชาชนพูดอย่างหนึ่งจะให้เราไปดัดแปลงพูดอีกอย่างหนึ่งก็ไม่ได้ เป็นการวิจารณ์ ให้ความเห็นตามธรรมดาไม่ได้กังวลอะไร ที่จริงถ้าท่านนายกออกไปฟังเองบ้างก็ดี อยากให้ออกไปฟังในที่มีการชุมนุมที่มีคนเป็นหมื่นเป็นแสนด้วยตัวเองว่าเค้าพูดว่าอย่างไร

Q : ที่เค้าจะร้องเรียนเพราะว่า…คือคำนี้ถ้าเป็นชาวบ้านก็ใช้กันเป็นปกติ แต่ความที่เป็น ส.ส.ควรต้องยึดถือจริยธรรมและไม่ควรใช้คำแบบนี้

A : ก็เป็นหน้าที่ของท่านประธานสภาที่จะตั้งคณะกรรมการ พิจารณาดูว่าอันนี้ว่ามันเบาไป พอดี หรือมันแรงไป ก็เป็นเรื่องของดุลพินิจ ที่ผ่านมารัฐสภาไทยก็ไม่ใช่เคยมีคำพูดในดีกรีนี้ เราก็เคยได้ยินมาบ้างอยู่แล้ว ถ้าท่านประธานไม่เห็นว่าข้อร้องเรียนมีน้ำหนักอะไร ก็อาจจะปล่อยผ่านหายไป

Q : ยืนยันว่าคำว่านายกเฮงซวยไม่หยาบคายใช่ไหมคะ

A : คิดว่าคนฟังมีสิทธิที่จะวิจารณ์ได้ แต่อะไรที่พูดไปแล้วก็รับผิดชอบ การร้องเรียนแบบนี้เป็นเรื่องปกติที่มีอยู่เรื่อยๆ อยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องแปลก น่าตกใจหรือน่าตื่นเต้นอะไร ถ้าประธานไม่เห็นว่ามีน้ำหนักก็อาจจะไม่ได้หยิบยกขึ้นมาเสียเวลาในการตั้งคณะกรรมการ

Q : คิดว่าเสรีภาพต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและจริยธรรมด้วยหรือไม่อย่างไร

A : น่าจะเป็นอย่างนั้น แต่ว่าขอบเขต เส้นที่เราจะแบ่งว่าตรงนี้ผิดตรงนี้ถูก เกินกรอบหรือว่ายังอยู่ในกรอบนั้นเป็นเรื่องของดุลพินิจ ไม่สามารถมีใครฟันธงได้ ถูกของเราอาจจะผิดของคนอื่น ถึงต้องมีการตั้งเป็นรูปคณะกรรมการเพื่อพิจารณาถ้าจำเป็น

Q : คิดว่ามีการเมืองแฝงหรือไม่.. เพราะที่ผ่านมาเห็นคุณอมรัตน์มีบทบาทเกี่ยวข้องกับคณะราษฎรในการชุมนุม

A : ประชาชนที่ติดตามการเมืองก็พอจะทราบว่า คุณศรีสุวรรณที่ผ่านมามีบทบาทอย่างไร อยู่ฝั่งไหน หรือมี hidden agenda อะไร ถึงได้มีการตั้งฉายาให้แบบนั้น มีฉายาอะไรก็ตามนั้นเป็นที่รู้ทั่วไปอยู่แล้วว่าเพราะอะไร คิดว่าไม่ต้องบอกซ้ำก็ได้

The end