ชทพ. แนะ จับตากฎหมายลูก 4 ฉบับ จะทำบรรยากาศการเมืองคลี่คลายหรือเกิดปมขัดแย้งใหม่ “นิกร” เตือน ปมเซตซีโร่ จะได้ไม่คุ้มเสีย
เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม นายนิกร จำนง ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุชัดเจนว่าจะมีการเลือกตั้งขึ้นในปลายปี 2560 ว่าถือว่าเป็นเรื่องดีที่ตอนนี้นายกฯออกมาบอกว่าจะมีการเลือกตั้ง ในปี 2560 อย่างชัดเจน ซึ่งเมื่อกลับมาย้อนคิดถึงคำพูดของนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เคยระบุว่าต้องการให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว ภายหลังจากที่มีการรับร่างรัฐธรรมนูญแล้ว ซึ่งนายบรรหารพูดไว้เมื่อช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา นั่นคือการใช้สัญชาตญาณ อ่านการเมือง และประสบการณ์ในการมองการเมือง นายบรรหารบอกว่าอยากให้มีการเลือกตั้งโดยเร็วเพื่อคลี่คลายการเมือง เราก็ต้องย้อนนำมาคิด เพราะอย่างน้อยสิ่งที่นายบรรหารปรารถนาเอาไว้จะได้เป็นความจริง และขอให้สิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งให้มีการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างในประเทศ มีการคลี่คลายไปในทางที่ดี และที่หวังมากไปกว่านั้นคือคำที่นายบรรหารบอกเอาไว้ว่าสิ่งที่เป็นปัญหาในรัฐธรรมนูญนั้นมี ซึ่งนายบรรหารก็มองเห็นอยู่แล้ว แต่ก็บอกว่าไปแก้เอาข้างหน้าแม้รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะแก้ยากที่สุด ดังนั้น ผู้ที่เกี่ยวข้องโปรดพิจารณาด้วยว่าฝ่ายการเมืองเห็นปัญหาอยู่ ถ้าแก้ได้ก็พยายามหาทางแก้อย่ามัดตราสังเอาไว้ ที่ใครๆ พูดกัน แล้วสิ่งดีๆ จะได้ตามมา แรงเสียดทานต่างๆ จะได้คลี่คลาย เกิดสิ่งดีงามที่เรียกว่าความปรองดอง หรือแม้แต่สังคม เศรษฐกิจก็จะดีขึ้น เพราะความไม่ปรองดองคือเงื่อนตายที่ผูกสังคมกับเศรษฐกิจเอาไว้ ซึ่งความปรองดองเป็นสิ่งที่นายบรรหารพยายามให้เกิดขึ้นในทุกทาง ดังนั้น พวกเราสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนาก็ต้องสานต่อและถือเป็นภารกิจที่สำคัญ
เมื่อถามว่า ท่าทีของพรรคชาติไทยพัฒนาจากนี้จะเดินหน้าอย่างไร นายนิกรกล่าวว่า เราก็ต้องมาเริ่มๆ พูดคุยกันโดยไม่ให้ผิดกฎเกณฑ์ที่คสช.กำหนดไว้ เพราะการแก้ปัญหานี้ ไม่ใช่การสร้างประเด็นเพิ่มแต่ที่ต้องจับตาดูคือเรื่องรัฐธรรมนูญ แม้ว่ารัฐธรรมนูญชัดเจนขึ้นแล้วแต่ยังมีมุมหักเหอยู่ที่กฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งทั้ง 4 ฉบับ ที่เกี่ยวข้องกับการเมืองในมิติต่อไป ซึ่งตนในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาการขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ (สปท.) และ กมธ.การเมืองก็ต้องส่งความเห็นที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และส่งไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพราะฉะนั้นบรรยากาศการเมืองจะคลี่คลายหรือไม่ก็อยู่ตรงนี้อีกเปลาะหนึ่ง
“การเมืองเหมือนประตูหลายบานที่ต้องดูให้ดีว่าทางออกที่ดีจะอยู่ที่ประตูไหน ก็ต้องฟังความเห็นซึ่งกันและกัน และผมก็ยังดีใจที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.จะรับฟังความเห็นของฝ่ายการเมือง เพราะในเมื่อจะเขียนเรื่องที่เกี่ยวกับการเมือง ถ้าไม่ฟังจากพรรคการเมืองแล้วจะฟังจากใคร และคงไม่มีใครให้ฟังความเห็น ไม่เช่นนั้นถ้ากฎหมายออกไปแล้วโดยที่ไม่ถามความเห็นก็คงไม่มีความชอบธรรม ส่วนกฎหมายเลือกตั้งก็ต้องฟังจาก 3 เส้า คือ กกต.- ผู้คุ้มกฎ พรรคการเมือง-ผู้เล่น ประชาชน-ผู้ใช้สิทธิ ถือเป็น 3 ส่วนที่สำคัญ” นายนิกรกล่าว
เมื่อถามถึงกรณีแนวความคิดเรื่องเซตซีโร่ นายนิกรกล่าวว่า เรื่องนี้ถ้ามองตื้นๆ อาจจะมีผลดีที่ทำให้ง่ายหรือคลี่คลายได้ แต่จริงๆ แล้ว ถ้าไม่มีเหตุผลเพียงพอก็จะกลายเป็นได้ไม่คุ้มเสีย ส่วนพรรคชาติไทยพัฒนานั้นเราเป็นคนไม่กลัวฝน เราเป็นคนที่เคยเปียกมาแล้ว จากการที่พรรคชาติไทยถูกยุบ เพราะฉะนั้น จะเซตซีโร่อีกก็ไม่มีความหมาย แต่ถ้าทำ คสช. ต้องตอบให้ได้ว่าทำเพื่ออะไร พรรคชาติไทยอายุ 36 ปี ก็ยังถูกยุบไปแล้ว จนนายบรรหารและพวกเราทุกคนต่างเสียใจกันที่สุดในชีวิตทางการเมือง แต่ถ้ามีพรรคการเมืองที่มีอายุมากกว่าพรรคชาติไทย ต้องถูกยุบไม่ว่าด้วยเหตุผลใด หรือด้วยการเซตซีโร่ คงมองออกใช่หรือไม่ว่าพวกเขาจะรู้สึกกันอย่างไร ซึ่งตนคิดว่าพวกเขาคงไม่อยู่เฉย และนั่นจะกลายเป็นประเด็นขัดแย้งทางการเมืองเกิดขึ้นมาอีก
