บทสรุป ความคิด บทเรียน จากกรุงวอชิงตัน สถานการณ์ไทย

8.01.21 | 18:32 น.

จินตภาพของคนไทยต่อภาพแห่งการจลาจลของมวลมหาประชาชนสนับสนุน โดนัลด์ ทรัมป์ ณ รัฐสภา กรุงวอชิงตัน แตกต่างกันไป

บ้างนึกเห็นภาพเสื้อแดงบุกที่ประชุมอาเซียน

บ้างนึกเห็นภาพพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เข้ายึดทำเนียบรัฐบาล บ้างนึกเห็นภาพมวลมหาประชาชน กปปส.ยึดศูนย์ราชการ

บ้างนึกเห็นภาพการขัดขวางการเลือกตั้งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2557

บ้างนึกเห็นภาพ นายชวน หลีกภัย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คล้องนกหวีดเข้าร่วมการชุมนุมในห้วงก่อนรัฐประหารของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

Advertisement

จินตภาพที่แตกต่างนำไปสู่บทสรุปที่แตกต่าง

กระนั้น บรรทัดสุดท้ายของสังคมไทยเมื่อปี 2549 และเมื่อปี 2557 ก็แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับบรรทัดสุดท้ายของสหรัฐอเมริกาในปี 2564

สหรัฐจบด้วยดี แต่ของไทยลงเอยด้วยรัฐประหาร

บทสรุปร่วมต่อพฤติการณ์ของ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ยอมรับอย่างเป็นเอกภาพ คือ การเป็นคนโกหก ลวงโลก โกหกซ้ำแล้วซ้ำอีก

โกหกจนตัวเองเชื่อ

เป็นการเผยแพร่ความเชื่อที่ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะต้องมีการโกง เผยแพร่ตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งและเมื่อผ่านการเลือกตั้งก็ยังเชื่อเช่นนั้น

ยิ่งแพ้ ยิ่งเชื่อ

ตรงนี้เองที่ทำให้แฟนานุแฟนส่วนหนึ่งของ โดนัลด์ ทรัมป์ เชื่ออย่างหัวปักหัวปำกระทั่งรวมตัวกันออกมาแสดงพลัง

เพื่อล้มการเลือกตั้ง ดับหวัง โจ ไบเดน

บังเอิญที่สถาบันหลักๆ ไม่ว่าจะเป็นกองทัพ ไม่ว่าจะเป็นศาล หรือแม้กระทั่งภายในพรรครีพับลิกันเองไม่ได้คล้อยตามกับการเผยแพร่ใส่ร้ายของทรัมป์

ความพยายามของ โดนัลด์ ทรัมป์ จึงล้มเหลว อย่างสิ้นเชิง

จากกรณีอันเกิดขึ้นในสหรัฐ ใครที่เคยฟันธงว่าสังคมอเมริกันแหลกเหลว ไม่มีมาตรฐาน ก็ขอให้คิดใหม่และเชื่อใหม่ได้แล้ว

สถานการณ์นี้พิสูจน์ว่าสังคมอเมริกันเข้มแข็งอย่างยิ่ง

แม้ว่าตุลาการในสถาบันยุติธรรมด้านหลักจะได้รับแต่งตั้งโดยทรัมป์ แต่ก็เป็นสถาบันที่ปฏิเสธการแทรกแซงจากทรัมป์อย่างมีหลักการ

ยิ่งคนของพรรครีพับลิกัน ยิ่งไม่คล้อยตามไปกับทรัมป์

เมื่อตรวจสอบไปยังกองทัพ แม้ว่าทรัมป์จะพยายามเคลื่อนไหวเพื่อให้กองทัพสำแดงอำนาจของตนแต่ก็ได้รับการปฏิเสธอย่างแข็งขัน

ทั้งหมดนี้ยืนยันถึงความแข็งแกร่งแห่งจิตวิญญาณ “ประชาธิปไตย”

ทำให้เกิดฉันทามติร่วมอันสะท้อนผ่านการลงมติของรัฐสภาให้การยอมรับต่อชัยชนะของ โจ ไบเดน ที่เหนือกว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมา

หากเป็นชัยชนะ นี่ย่อมเป็นชัยชนะของ “ประชาธิปไตย”

สถานการณ์อันเกิดขึ้นที่สหรัฐอเมริกา น่าจะเป็นอุทาหรณ์อันทรงคุณค่าและเป็นบทเรียนอันทรงความหมายยิ่งต่อสถานการณ์การเมืองในไทย

อย่างน้อยก็จาก 2 บทเรียนสำคัญ

1 เป็นบทเรียนอันเกิดก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 และ 1 เป็นบทเรียนอันเกิดก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557

หากไม่ “สรุป” โอกาสที่จะเกิดขึ้นอีกก็มีความเป็นไปได้