“ราเมศ” แจง “ชวน” ทำตัวเป็นกลาง ปมพรรคฝ่ายค้านยื่นศาลรธน.พิจารณาคุณสมบัติ “สิระ”

“ราเมศ” แจง “ชวน” ทำตัวเป็นกลาง ปมพรรคฝ่ายค้านยื่นศาลรธน.พิจารณาคุณสมบัติ “สิระ” ซัดส.ส.ก้าวไกล ทำตัวเป็นเด็กไร้วุฒิภาวะ เมื่อไม่พอใจก็เอาแต่ออกมาโวยวาย

เมื่อเวลา 11.50 น. วันที่ 11 มกราคม ที่รัฐสภา นายราเมศ รัตนะเชวง เลขานุการประธานรัฐสภา ได้กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำสั่งไม่รับคำร้องขอให้พิจารณาสมาชิกภาพความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) สิ้นสุดลงหรือไม่และได้มี ส.ส.หลายคนได้ออกมากล่าวหาว่านายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ไม่ถูกต้อง ว่า ต้องเคารพในดุลพินิจของศาลรัฐธรรมนูญที่ได้ดำเนินการตามกระบวนการวิธีพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญเหตุผลของคำวินิจฉัยคือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าชื่อน้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่าที่มีอยู่เนื่องจากมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสองคนขอถอนชื่อจึงทำให้เหลือส.ส.ที่เขาชื่อ 48 คนไม่ครบ 1 ใน 10 ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 ทุกคนก็ต้องเคารพในเหตุและผลของศาลรัฐธรรมนูญ

นายราเมศ กล่าวต่อว่า การยื่นคำร้องของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวช หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ได้ยื่นคำร้องขอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายสิระ สิ้นสุดลงหรือไม่ โดยได้ยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2563 โดยมี ส.ส.ร่วมกันลงชื่อ 62 คนปรากฏว่ามี ส.ส.ถอนชื่อจากคำร้องจำนวน 10 คนและมีการตรวจลายมือชื่อโดยฝ่ายสำนักงานเลขาธิการสภาไม่ตรงตามลายมือชื่อที่ได้ให้ไว้อีกสองคนเหลือรายชื่อ 50 คนครบตามจำนวน 1 ใน 10 ของจำนวน ส.ส.เท่าที่มีอยู่วันที่ 28 ธันวาคม 2563 เจ้าหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญจะเห็นได้ว่ากระบวนการทั้งหมดของประธานสภาผู้แทนราษฎรมีความชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 82 คำร้องที่ยื่นไปมีความสมบูรณ์ไม่มีขาดตกบกพร่องแต่อย่างใดและมีการแจ้งพล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ ว่าได้ยื่นคำร้องดังกล่าวต่อศาลรัฐธรรมนูญเรียบร้อยแล้ว มีข้อเท็จจริงปรากฏว่าในวันที่ 28 ธันวาคม 2563 มีส.ส.สองคนได้ยื่นหนังสือขอถอนรายชื่อออกจากคำร้อง

นายราเมศ กล่าวต่ออีกว่า เมื่อเจ้าหน้าที่สภาผู้แทนราษฎรรับหนังสือดังกล่าวก็ได้มีการส่งตรวจสอบลายมือชื่อตามกระบวนการและได้นำเสนอผู้บังคับบัญชาตามขั้นตอนระบบราชการก็ได้มีการยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 29 ธันวาคม 2563 เวลา 16.20 น. เพราะถือว่าเมื่อเรื่องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญแล้วการถอนชื่อต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้วินิจฉัยจะไปก้าวล่วงมิได้และมีข้อเท็จจริงเพิ่มเติมอีกคือวันที่ 6 มกราคม 2564 มีการยื่นเอกสารขอเพิ่มชื่ออีก 5 คนหนังสือถึงสำนักงานประธาน เวลา 10.40 น. เจ้าหน้าที่ได้มีการส่งตรวจลายมือชื่อเวลา 13.00 น. ผลการตรวจสอบกลับมายังเจ้าหน้าที่วันที่ 7 มกราคม 2564 และมีการเสนอตามขั้นตอนราชการเสร็จเวลาประมาณ 14.30 น. เจ้าหน้าที่สภาผู้แทนราษฎรก็ได้เดินทางไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญเวลา 15.50 น. แต่ก็ปรากฏข้อเท็จจริงจากข่าวของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญซึ่งลงวันที่ 7 มกราคม 2564 โดยได้ระบุว่าได้มีการประชุมเพื่อปรึกษาคดีไปแล้วเมื่อวันพุธที่ 6 มกราคม 2564 กรณีขอเพิ่มชื่อส.ส.อีก 5 คนศาลรัฐธรรมนูญจึงไม่สามารถรับเข้าสู่สำนวนได้เพราะได้มีคำสั่งไม่รับคำร้องไปแล้ว ประเด็นที่มีส.ส.สองคนที่ได้ขอถอนชื่อแต่ได้ทำหนังสือขอยกเลิกการถอนชื่อก็ได้ยื่นถึงเจ้าหน้าที่สภาเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2564 เวลา 14.10 และเวลา 14.15 น. ตามลำดับจึงเป็นกรณีที่ได้ยื่นหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำสั่งไม่รับคำร้องแล้วอีกเช่นกัน ข้อเท็จจริงทั้งหมดที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่ามีการดำเนินการตามกระบวนการขั้นตอนที่ถูกต้องตรงไปตรงมาทั้งหมดนายชวนหลีกภัยประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ดำเนินการถูกต้องชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 82 ทุกประการ

“สำหรับประเด็นเรื่องการถอนชื่อของส.ส.จะด้วยเหตุผลใดก็เป็นสิทธิส่วนตัวของแต่ละท่านก็ต้องให้ ส.ส.ที่ถอนชื่ออธิบายเหตุผล ซึ่งไม่สามารถตอบแทนได้ ไม่อยากให้สังคมไปกล่าวหาถึงพรรคการเมือง เพราะเชื่อว่าพรรคเพื่อไทย (พท.) ผู้บริหารของพรรคก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวเพราะเป็นสิทธิของส.ส.แต่ละคน และขณะนี้ทราบว่าได้มีการออกเป็นมติก็ต้องว่ากันไปในส่วนของพรรค ไม่สามารถก้าวล่วงได้” นายราเมศกล่าว

นายราเมศ กล่าวด้วยว่า กรณีที่ส.ส.พรรคก้าวไกล (ก.ก.) นำเรื่องดังกล่าวออกมากล่าวหาว่านายชวนวางตัวไม่เป็นกลางต้องทบทวนตนเองต้องทำหน้าที่ให้สมศักศรีของประมุขฝ่ายนิติบัญญัตินั้น เขาเป็นใครถึงกล่าวหาแบบนี้ ส.ส.คนนี้ควรกลับไปดูตัวเองว่าตัวเองทำหน้าที่ได้สมศักดิ์ศรี ความเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยหรือไม่ และควรจะตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจนก่อนมีการกล่าวหา ซึ่งหากตรวจสอบก็จะพบว่านายชวนดำเนินการอย่างเป็นกลาง ต้องบอกว่าส.ส.คนนี้หากพออะไรไม่ได้ดั่งใจก็ออกมาโวยวาย โจมตี ให้ร้ายประธานสภาผู้แทนราษฏรอยู่เป็นประจำ หนึ่งนิ้วที่ชี้ว่านายชวน แต่อีก 4 นิ้วกลับเข้าสู่ตัวเองทั้งหมดและทำตัวเองให้สมศักดิ์ศรีกับการเป็นส.ส.จะดีกว่า อย่าทำตัวเป็นเด็กอมมือ นอกจากนี้นายราเมศ ยังกล่าวย้ำอีกครั้งว่า นายชวนทำตัวเป็นกลางที่สุดแล้วในการดำเนินการเรื่องที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ ยื่นเรื่องศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสมาชิกภาพความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายสิระ

เมื่อถามว่า ก่อนที่จะมีการตัด 2 ชื่อที่ลายเซนต์ไม่เหมือนกับที่ให้ไว้ต่อสำนักงานฯได้แจ้งให้ ส.ส.ดังกล่าวทราบหรือไม่ นายราเมศ กลาวว่า เมื่อเจ้าหน้าที่สภาฯได้ตรวจสอบเห็นว่ารายชื่อครบตามจำนวนแล้วส่งไปตามขั้นตอน และตามปกติไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ส.ส.ที่ถูกตัดชื่อทราบ เพราะไม่มีผลอะไรเนื่องจากจำนวนครบแล้ว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon