เคาะเยียวยาโควิด แจกคนละ 7 พันบาท ลดค่าน้ำค่าไฟ คนละครึ่งลงทะเบียนอีก1ล้านสิทธิ 20 ม.ค.

13.01.21 | 09:07 น.

เคาะเยียวยาโควิด แจกคนละ 7 พันบาท ลดค่าน้ำค่าไฟ คนละครึ่งลงทะเบียนอีก1ล้านสิทธิ 20 ม.ค.

เมื่อวันที่ 13 มกราคม กรณีการระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ทำให้เกิดผลกระทบมากมายต่อประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศ ล่าสุด

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 12 มกราคม หลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ว่า ได้หารือกับรองนายกฯ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงบประมาณและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในมาตรการเศรษฐกิจที่จะช่วยบรรเทาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ โดยมีมาตรการลดค่าใช้จ่ายประชาชน ตัดสินใจร่วมกับ ครม.ให้มีส่วนลดค่าไฟฟ้าในระยะเวลา 2 เดือน ตามใบแจ้งหนี้เดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม 2564 สำหรับบ้านที่อยู่อาศัยใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 150 หน่วยต่อเดือน ให้ใช้ไฟฟ้าฟรี 90 หน่วยแรก แต่หากใช้ไฟฟ้าเกิน 150 หน่วยต่อเดือน จะมีส่วนลดค่าไฟฟ้าตามเงื่อนไขที่กำหนด

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทกิจการขนาดเล็กไม่รวมส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจให้สิทธิใช้ไฟฟ้าฟรี 50 หน่วยแรก และลดค่าน้ำประปาลงร้อยละ 10 สำหรับบ้านที่อยู่อาศัยและกิจการขนาดเล็ก ไม่รวมส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ เป็นระยะเวลา 2 เดือน ตามใบแจ้งหนี้เดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม 64 สำหรับค่าอินเตอร์เน็ต โดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (เอ็มดีอีเอส) กสทช.และผู้ประกอบการ โดยมีมติให้เพิ่มความเร็วและความแรงของเน็ตบ้านและมือถือ พร้อมลดค่าใช้จ่ายให้ผู้ใช้บริการได้ใช้อินเตอร์เน็ตได้ดียิ่งขึ้นเพื่อสนับสนุนการ work from home และให้ประชาชนสามารถโหลดแอพพลิเคชั่นหมอชนะฟรีไม่คิดค่าดาต้าระยะเวลา 3 เดือน

แจกเงินคนละ 3.5 พัน 2 เดือน
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขณะที่โครงการคนละครึ่งจากการประเมินผล ยังเป็นส่วนหนึ่งที่จะให้มีการเปิดลงทะเบียนเพิ่มอีก 1 ล้านสิทธิ ปลายเดือนมกราคมนี้ ขณะที่เรื่องอื่นมีนโยบายให้เยียวยารายได้กับผู้ได้รับผลกระทบทุกกลุ่มครอบคลุมเหมือนที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นแรงงานนอกระบบ ผู้ประกอบอาชีพอิสระและเกษตรกร โดยเบื้องต้นให้ไปพิจารณาจำนวนเงินที่เหมาะสมอยู่ที่ประมาณ 3,500 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นระยะเวลา 2 เดือน ซึ่งให้กระทรวงการคลังเสนอ ครม.พิจารณาในสัปดาห์หน้า โดยให้คำนึงถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต

Advertisement

ดังนั้น วันนี้จึงขอแค่ 2 เดือนก่อน นอกจากนี้ ในเรื่องการช่วยเหลือผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไป ปัจจุบันสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อเสริมสภาพคล่อง ของธนาคารของรัฐยังมีวงเงินเหลืออยู่ประมาณกว่า 2 แสนล้านบาท โดยให้กระทรวงการคลังประสานธนาคารแห่งประเทศ ไทยช่วยเหลือในเรื่องหนี้สินและการเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการและประชาชนโดยเร็ว เช่น สินเชื่อธนาคารออมสิน 10,000-15,000 บาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยต่ำ 0.1-0.35 ต่อเดือน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือต่างๆ อาจจะไม่มากนัก แต่อย่างน้อยก็บรรเทาความเดือดร้อนไปได้ระยะหนึ่งจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

คลังชงเราชนะเข้าครม. 19 ม.ค.
ที่กระทรวงการคลัง นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีรัฐบาลจะจ่ายเงินให้ประชาชน 3,500 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นระยะเวลา 2 เดือน ว่า ตัวเลขของผู้ที่จะได้รับสิทธิในโครงการนี้ยังไม่นิ่ง กำลังพยายามแจกจ่ายเงินส่วนนี้ให้ได้มากที่สุด จะมีความชัดเจนและเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในวันที่ 19 มกราคมนี้ ทั้งนี้กลุ่มคนที่ได้รับสิทธิได้รวมกลุ่มประชาชน และกลุ่มเกษตรกรด้วย

นายอาคมกล่าวว่า การรับสิทธิในโครงการนี้จะแตกต่างกับโครงการคนละครึ่งที่ใครลงทะเบียนได้ก่อนก็จะได้รับสิทธิ แต่ในโครงการเราชนะนั้น ผู้ที่มีสิทธิไม่ได้เร่งรัดที่จะต้องลงทะเบียน จะได้รับเวลาสำหรับในการลงทะเบียน หากเป็นผู้ที่มีฐานข้อมูลอยู่แล้วจะถูกคัดกรองว่าผ่านเกณฑ์หรือไม่ หากผ่านเกณฑ์ได้รับสิทธิโดยอัตโนมัติ ส่วนกลุ่มเกษตรกรอาจจะต้องลงทะเบียนเพิ่มเติม เพราะไม่มีฐานข้อมูลอยู่บนแอพพลิเคชั่น เราชนะ เบื้องต้นผู้ได้สิทธิน่าจะใกล้เคียงกับตัวเลข 40 ล้านคน ประมาณการจากโครงการเราไม่ทิ้งกัน

20 ม.ค. ลงทะเบียนคนละครึ่ง
นายอาคมกล่าวว่า มาตรการคนละครึ่ง จะเปิดให้ลงทะเบียนรอบเพิ่มเติม ในวันที่ 20 มกราคม หลังผ่านความเห็นชอบจาก ครม.ในวันที่ 19 มกราคม โดยมีสิทธิคงเหลือจากโครงการคนละครึ่ง เฟส 1 ประมาณ 5 แสนคน และเฟส 2 ประมาณ 5 แสนคน รวมเป็นประมาณ 1 ล้านคน ทั้งนี้ จำนวนสิทธิในเฟส 2 ต้องรอสรุปอีกครั้ง ว่าจะมีจำนวนผู้ไม่ใช้สิทธิภายใน 14 วันเท่าไรอีกครั้ง โดยผู้ที่ลงทะเบียนรอบเพิ่มเติมนั้น จะเริ่มใช้จ่ายได้ภายในวันที่ 25 มกราคม

พนง.รัฐ-ผู้มีรายได้สูงอด
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า โครงการเราชนะและโครงการคนละครึ่งนั้น สิทธิจะไม่ซ้ำซ้อนกัน รัฐบาลจะนำข้อมูลของประชาชนทั่วประเทศ มาคัดกรองว่าจะมีใครไม่ควรได้รับสิทธิ แล้วนำส่วนนี้มาตัดออกจากประชาชนทั้งหมด ผู้ที่อาจจะไม่ได้รับสิทธิ คือผู้ที่ได้รับการดูแลอยู่จากหน่วยงานอื่น อาทิ ผู้ที่อยู่ในประกันสังคม ตามมาตร 33 พนักงานราชการ ข้าราชการ หรือ พนังงานรัฐวิสาหากิจเป็นต้น หรือเป็นกลุ่มที่มีรายได้สูง
นายกฤษฎากล่าวว่า การลงทะเบียนหรือการรับสิทธินั้น รัฐบาลจะใช้ฐานข้อมูลที่มีอยู่ในการพิจารณาผู้ได้รับสิทธิโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องมีการลงทะเบียนเพิ่มเติมแต่อาจจะมีการแจ้งเตือนเมื่อเป็นผู้ที่อยู่ในเกณฑ์ อาทิ กรณีผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ถ้าได้รับสิทธิเงินจากโครงการเราชนะจะถูกโอนเข้าในบัตรทันทีที่มีการแจกจ่าย หรือ กรณีผู้ที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ที่ได้ผูกบัญชีกับแอพพลิเคชั่น เป๋าตังแล้ว หากอยู่ในเกณฑ์ผู้ที่ได้รับสิทธิก็จะโอนเงินเข้าสู่ แอพพ์เป๋าตังให้อัตโนมัติ นอกจากนี้ กรณีผู้ที่ไม่มีฐานข้อมูลอยู่ในระบบ จะต้องทำการลงเบียน ช่องทางที่โครงการเราชนะกำหนด แล้วผูกบัญชีพร้อมเพย์ เพื่อรับเงิน 3,500 บาท

ลดค่าไฟ 2 เดือน ยึดบิล ธ.ค.63
แหล่งข่าวจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กล่าวถึงมาตรการทางเศรษฐกิจจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในส่วนของการลดค่าไฟฟ้า 2 เดือน ตามใบแจ้งหนี้เดือนกุมภาพันธ์และเดือนมีนาคม 2564 ว่า มาตรการลดค่าไฟฟ้ารอบนี้จะช่วยเหลือกลุ่มผู้มีรายได้น้อย โดยไม่เก็บค่าไฟสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 90 หน่วย ขณะที่กลุ่มบ้านอยู่อาศัยขนาดใหญ่จะแบ่งเป็น 2 กรณี ประกอบด้วย 1.กรณีการใช้ไฟฟ้าประจำเดือนน้อยกว่าหรือเทียบเท่ากับหน่วยการใช้ไฟฟ้าตามบิลค่าไฟฟ้าประจำเดือนธันวาคม 2563 ให้คิดค่าไฟฟ้าตามหน่วยการใช้ไฟฟ้าจริงประจำเดือนนั้นๆ

แหล่งข่าวกล่าวว่า 2.กรณีการใช้ไฟฟ้าประจำเดือนมากกว่าหน่วยการใช้ไฟฟ้าตามบิลค่าไฟฟ้าประจำเดือนธันวาคม 2563 จะแบ่งเป็น 3 กลุ่มย่อยคือ กลุ่มแรก หากการใช้ไฟฟ้าประจำเดือนไม่เกิน 500 หน่วย ให้คิดค่าไฟฟ้าเท่ากับหน่วยการใช้ไฟฟ้าของบิลค่าไฟฟ้าประจำเดือนธันวาคม 2563 กลุ่มสอง หากการใช้ไฟฟ้าประจำเดือนมากกว่า 500 หน่วย แต่ไม่เกิน 1,000 หน่วย ให้คิดค่าไฟฟ้าเท่ากับหน่วยการใช้ไฟฟ้าของบิลค่าไฟฟ้าประจำเดือนธันวาคม 2563 ในอัตราร้อย 100 บวกด้วย หน่วยการใช้ไฟฟ้าที่มากกว่าหน่วยการใช้ไฟฟ้าของบิลค่าไฟฟ้าประจำเดือนธันวาคม 2563 ในอัตราร้อยละ 50 และกลุ่มสาม หากการใช้ไฟฟ้าประจำเดือนมากกว่า 1,000 หน่วย ให้คิดค่าไฟฟ้าเท่ากับหน่วยการใช้ไฟฟ้าของบิลค่าไฟฟ้าประจำเดือนธันวาคม 2563 ในอัตราร้อย 100 บวกด้วย หน่วยการใช้ไฟฟ้าที่มากกว่าหน่วยการใช้ไฟฟ้าของบิลค่าไฟฟ้าประจำเดือนธันวาคม 2563 ในอัตราร้อยละ 70