อัดอั้น-ถูกขัดขวาง สนธิญาณ! เปิดใจ เบื้องลึก-เบื้องหลัง เจรจาช่องดิจิทัลไม่สำเร็จ

อัดอั้น-ถูกขัดขวาง สนธิญาณ! เปิดใจ เบื้องลึก-เบื้องหลัง เจรจาช่องดิจิทัลไม่สำเร็จ

จากกรณี น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก หนึ่งในทีมผู้ประกาศข่าวของนายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ผู้ก่อตั้งสถาบันทิศทางไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงความคืบหน้าในการออกอากาศรายการข่าว ระบุว่า จะออกอากาศทางช่องดาวเทียม 77 และทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ ดีเดย์วันที่ 1 ก.พ.นี้ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ท็อปนิวส์ ได้ฤกษ์! 1 ก.พ.ออกอากาศทุกแพลตฟอร์ม ทีวีอยู่ดาวเทียม ไม่มีช่องดิจิทัล

ล่าสุดวันที่ 13 มกราคม 2564 เพจเฟซบุ๊ก Top News ได้เผยแพร่คลิปยูทูบ สนธิญาณ! เปิดใจ เบื้องลึกและเบื้องหลัง ๑ กุมภาพันธ์ พบกับ TOPNEWS แน่นอน! ความยาว 17.35 นาที ซึ่งภายในคลิป นายสนธิญาณได้ออกมาเปิดใจถึงการทำงานในช่วง 3 เดือน ที่ต้องเจรจากับบางช่อง และถูกกลั่นแกล้ง ใจความสำคัญ ดังนี้

ผมขอเล่าเบื้องหลังและความในใจในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา พวกเราต้องให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ทุ่มเททำงานอย่างหนัก พยายามทุกวิถีทางเพื่อให้สามารถนำพาข่าวสารที่ถูกต้องไปถึงทุกคน ทุกคนยังอยู่กันครบถ้วน ในผังรายการ วันที่ 1 ก.พ. ที่พี่น้องประชาชนจะได้เจอ ไม่ว่าจะเป็นคุณสันติสุข, คุณตะวันรุ่ง, คุณอัญชะลี, คุณกนก, คุณธีระ, คุณสถาพร, คุณวรเทพ, คุณอุบลรัตน์, คุณอมร ฯลฯ

เหตุผลที่ผมอยากจะอธิบายขยายความคือ การที่เรายังอยู่กันครบทุกคน เพราะเรามีหัวใจและอุดมการณ์ร่วมกัน ไม่ใช่เรื่องผลประโยชน์ ทุกคนเอาความเสี่ยงของชีวิตตัวเองเข้ามาแบกไว้บนบ่าร่วมกัน ไม่กลัวความยากลำบาก ไม่กลัวว่าอนาคตข้างหน้าเราจะต้องเผชิญกับอะไร เพราะที่เดิมทุกคนมีรายได้เลี้ยงตัวเองได้ มีความมั่นคง แต่ทุกคนกล้าเดินออกมาโดยไม่รู้ว่าชะตากรรมข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ด้วยเหตุผลเดียวเพราะอุดมการณ์ในความรักกชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

ซึ่ง ณ เวลานี้ มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำความจริงให้ปรากฏ เพราะมีกลุ่มบุคคลบางพวกบางกลุ่ม เอาข้อมูลที่ไม่ถูกต้องบิดเบือน มาโจมตีสถาบัน พวกที่อยากทำลายสถาบันก็ก่นด่าว่าพวกเราโหนเจ้า ก็ด่ากันเข้าไปครับ แต่ข้อเท็จจริงที่ผมอยากจะกราบเรียนคือ 770 ปี นับตั้งแต่ราชวงศ์พระร่วงได้ก่อตั้งกรุงสุโขทัยจนถึงปัจจุบัน ผ่านมา 8 ราชวงศ์ มีองค์พระมหากษัตริย์ 53 พระองค์ ที่เป็นผู้นำร่วมกับประชาชนคนไทย รักษาแผ่นดินของเราเอาไว้ให้ลูกหลานได้อยู่กันอย่างเป็นปกติสุข

พร้อมยกตัวอย่างประเทศประชาธิปไตยที่ได้รับผลกระทบจากโควิดอย่างหนัก ขณะที่ประเทศไทยมีระบบโครงสร้างสาธารณสุขที่ดี เนื่องจากพระวิสัยทัศน์ของพระมหาบูรพมหากษัตริย์ โดยเฉพาะราชวงศ์จักรี ทำให้ประเทศไทยได้รับผลกระทบน้อยกว่า และมีโอกาสฟื้นตัวสูงกว่า

แต่วันนี้มีคนจำนวนหนึ่งเอาข้อมูลไปบิดเบือนและยัดใส่คนรุ่นใหม่ ก่อความเดือดร้อนให้ประชาชน เพราะต้องการอำนาจ ใช้คาถาประชาธิปไตยไต่เต้าไปสู่อำนาจและผลประโยชน์ที่จะติดตามมา เราเคยเห็นผู้นำที่ไต่เต้าไปสู่อำนาจอย่างนี้มาแล้วชื่อ “ทักษิณ ชินวัตร” เห็นได้ชัดว่าประเทศชาติเสียหายอย่างไรบ้าง นี่จึงเป็นหน้าที่ของทีมท็อปนิวส์ที่จะต้องทำความจริงนี้ให้ปรากฏ

ผมทำงานข่าวมา 38 ปี อุดมการณ์คือความจริง ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด ที่จะนำไปสู่ความสงบสุขอย่างยั่งยืน ไอ้มายาคติประชาธิปไตย เศรษฐกิจเสรี แท้จริงแล้วเป็นการกล่าวอ้างขึ้น เพื่อให้อำนาจมาอยู่ในมือของคนเพียงหยิบมือเดียว

คนที่ประกาศตัวว่าเป็นคนรุ่นใหม่ แต่การกระทำคือเอารัดเอาเปรียบสังคม เอาเปรียบเพื่อนร่วมงาน โกงภาษี ติดสินบน รุกที่ป่า ความจริงเหล่านี้จะต้องถูกหยิบยกนำมาเสนอ ข่าวสารที่เป็นความจริง เป็นสิ่งที่ประชาชนต้องการ

ทำไมต้องให้รอถึง 3 เดือน แน่นอนการทำงานของพวกเรามีอุดมการณ์ชัดเจน มีกลุ่มบุคคลที่มีอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจ รวมทั้งอำนาจในการข่มขู่คนที่จิตใจไม่มั่นคง จึงทำให้การทำงานในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ในการเตรียมการเพื่อนำเสนอข่าวสาร ถูกขัดขวาง ตัดแข้งตัดขาตลอดเวลา พี่น้องประชาชนคงจะได้เห็นข่าวสารที่หลุดออกมาตลอดเวลา ล้วนแต่ทำให้เกิดความเสียหายกับทีมท็อปนิวส์ ผมไม่เคยพูด ไม่เคยนำเสนอ ก้มหน้าก้มตาทำงานตลอดเวลา

ด้วยความอดทนของทีมงาน วันนี้เรามีความพร้อมอย่างสมบูรณ์ถึงที่สุด ทั้งทีมงานที่มีอุดมการณ์ความรู้และทีมเทคโนโลยีทีจะนำพาข่าวสารของเรานำเสนอพี่น้องประชาชน ในทุกแพลตฟอร์ม

ภายใต้ความพร้อมนี้อยากเรียนว่า ทีมงานท็อปนิวส์มีนับร้อยชีวิต การเดินทางไปข้างหน้าของเราจะต้องอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงทางธุรกิจ มันจึงเป็นภาระอันยิ่งใหญ่ที่อยู่บนบ่าของพวกเราทุกคน และยิ่งถ้าต้องพิจารณาถึงเรื่องการลงทุน ที่จะต้องใช้เงินอย่างมากมายมหาศาล นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้พวกเราต้องคิด ไตร่ตรองอย่างรอบคอบ ต้องใช้เวลา

การจะทำทีวีดิจิทัล ทุกคนรู้ว่าทีวีดิจิทัลที่มีอยู่ 18 ช่องนั้น มีแค่ 3-4 ช่องที่มีกำไร ทุกช่อง (ที่เหลือ) ขาดทุน ก็สู้กันไป แต่สำหรับผมและทีมงาน การที่จะต้องลงทุนในทีวีดิจิทัล 1,200 ล้านบาท ในระยะเวลาสัมปทานที่เหลือ 8 ปี หมายความว่าเราจะคุ้มทุนได้ ต้องหาเงินถึง 3,600 ล้านบาท คือนอกจาก 1,200 ล้านบาท ยังต้องมีค่าใช้จ่ายทุกเดือน ปีละประมาณ 300 ล้าน เป็นเวลา 8 ปี เป็นภาระที่หนักมาก

ผมพยายามพูดคุยกับผู้ใหญ่และนักธุรกิจ หลายท่านพร้อมเสียสละ สู้กันเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง และเชื่อมั่นว่าเราจะได้รับการดูแลจากพี่น้องประชาชนคนไทยด้วยการติดตามดู เราจะพยายามหาค่าโฆษณามาเลี้ยงตัวเองให้ได้ แต่การเจรจากับทีวีดิจิทัลบางช่องไม่สำเร็จ เหนื่อยเหลือเกิน ที่สุดเราก็ปรึกษากับทีมงานว่าเรารอไม่ได้ ท่านผู้ชมรอเรานาน 3 เดือน วันนี้เทคโนโลยีไปไกล ทุกแพลตฟอร์มเราจะสื่อสารออกไปพร้อมกัน ผู้ชมมีสิทธิเลือกรับชมเราได้ทุกช่องทาง

ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งเข้ามา 1 ก.พ.นี้ จะได้พบกับทีมงานคุณภาพ ที่เพียบพร้อมด้วยความรู้และมีอุดมการณ์เต็มหัวใจในการรักษาชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ด้วยการนำพาความจริงทุกแง่มุมของของข่าวสู่พี่น้องประชาชน ขอให้พี่น้องประชาชนยืนหยัดกับเรา เราก็จะยืนหยัดกับพี่น้องประชาชน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้นพ.เรวัติ อัดรัฐ กดยอดโควิด ตรวจเชิงรุกน้อย เอกชนขอตรวจเองก็ไม่ให้
บทความถัดไป‘ดูแรนท์’ ทำ 34 แต้ม พา ‘เน็ตส์’ แซง ‘นักเก็ตส์’ 122-116 ศึกเอ็นบีเอ