หน้าแรก การเมือง โจทย์เลือกตั้...

โจทย์เลือกตั้งเทศบาล บทเรียนจากหย่อนบัตร‘อบจ.’

15.01.21 | 10:48 น.
โจทย์เลือกตั้งเทศบาล บทเรียนจากหย่อนบัตร‘อบจ.’

โจทย์เลือกตั้งเทศบาล
บทเรียนจากหย่อนบัตร‘อบจ.’

ธเนศวร์ เจริญเมือง
อาจารย์สำนักการเมืองการปกครอง
คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

เห็นด้วยที่จะให้มีการจัดเลือกตั้งเทศบาล เพราะว่างเว้นมากว่า 6 ปีแล้ว แต่สถานการณ์ระบาดโควิด-19 รอบใหม่ อาจส่งผลให้ต้องเลื่อนออกไปอีก เพราะหลายจังหวัดยังเป็นพื้นที่สีแดงและเฝ้าระวังอยู่ ดังนั้นการเลือกตั้งควรอยู่ในช่วงเดือนเมษายน หรือไม่เกินต้นเดือนพฤษภาคม หลังจากสถานการณ์เบาบางลง

หาก กกต. ประกาศวันเลือกตั้งอย่างเป็นทางการแล้ว ควรเพิ่มช่องทางการเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาชนมาใช้สิทธิได้มากที่สุด อาทิ ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต ส่งจดหมายใช้สิทธิแทนลงคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง พร้อมจัดเวทีดีเบตให้ผู้สมัครได้แถลงนโยบายและวิสัยทัศน์พัฒนาท้องถิ่น ส่วนผู้สมัครให้จัดเวทีปราศรัยขนาดเล็กโดยมีมาตรการคัดกรอง รักษาระยะห่าง เพื่อลดความแออัด หรือใช้รถแห่หาเสียง ติดป้าย แจกใบปลิว โซเชียลมีเดีย เพื่อเข้าถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งโดยตรงและยังป้องกันการแพร่ระบาดได้อีกด้วย เนื่องจากเทศบาลเป็นพื้นที่ชุมชนหนาแน่น หรืออาจเพิ่มหน่วยเลือกตั้งเพื่อกระจายผู้ใช้สิทธิไม่เกิน 600 คน/หน่วย เช่นเดียวกับเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)

จากการสังเกตการณ์เลือกตั้ง อบจ.ที่ผ่านมา พบว่าการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่ค่อยมีปัญหา ดังนั้นต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเลือกต้้งเทศบาลมากขึ้น เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลอย่างทั่วถึง และเปิดโอกาสให้ประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้งหลายช่องทาง ไม่จำกัดสิทธิเฉพาะหน่วยเลือกต้้งเท่าน้้น การเลือกตั้ง อบจ.ที่พบว่ามีผู้ใช้สิทธิต่ำกว่าเป้าหมาย เพราะกำหนดวันเลือกตั้งคาบเกี่ยววันหยุดยาว ส่งผลให้ผู้ใช้สิทธิลดลง ดังนั้นการกำหนดวันเลือกตั้งเทศบาลต้องตอบโจทย์ผู้ใช้สิทธิเลือกต้้ง หรือความต้องการประชาชนด้วย

Advertisement

กรณีผู้สมัครอาจลงในนามพรรค ใช้สัญลักษณ์ หรือโลโก้พรรคหาเสียง ก็ต้องดูว่ากฎหมายอนุญาตให้สามารถทำได้หรือไม่ การเลือกตั้ง อบจ.มีหลายพรรคส่งผู้สมัครชิงเก้าอี้หลายจังหวัด แต่การหาเสียงต้องเป็นไปตามกฎกติกา หากนายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สองพี่น้องอดีตนายกรัฐมนตรี สนับสนุนผู้สมัครผู้บริหาร และสมาชิกเทศบาลในนามพรรคเพื่อไทยอีก สามารถทำได้ ถือเป็นสิทธิส่วนบุคคล ไม่เกี่ยวกับพรรค ไม่ผิดกฎหมาย เพราะไม่ได้ซื้อเสียง หรือทุจริตเลือกตั้ง ดังนั้นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าคณะก้าวหน้า สามารถสนับสนุนไปช่วยหาเสียงผู้สมัครได้เช่นกัน ถือเป็นการแข่งขันตามระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่การชี้นำ หรือครอบงำแต่อย่างใด เพราะผลเลือกตั้ง อบจ.มีบางพรรค หรือบางกลุ่มไม่ได้รับเลือกตั้ง ถือเป็นเครื่องพิสูจน์อย่างดี

สมชัย ศรีสุทธิยากร
ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการเมืองและการเลือกตั้ง
มหาวิทยาลัยรังสิต

แม้ว่าจะมีสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 แต่ กกต.มีโมเดลในการจัดการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ที่ จ.ลำปาง มีมาตรการดูแลความปลอดภัยของผู้ใช้สิทธิ ดังนั้นการเลือกตั้งเทศบาลทั่วประเทศ จึงไม่เป็นปัญหาอุปสรรค ในช่วงที่ประชาชนต้องการมีผู้บริหารท้องถิ่นที่มีความกล้าหาญในการตัดสินใจในสถานการณ์พิเศษที่มีโรคระบาดร้ายแรง ไม่ใช่ทำงานเหมือนข้าราชการประจำ เพราะฉะนั้นปัญหาโควิด-19 หากมีนักการเมืองที่ได้รับการเลือกตั้งจากการตัดสินใจของประชาชนเข้าไปทำหน้าที่ จะทำให้การบริหารงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สำหรับการเลือกตั้ง หากล่าช้าออกไปก็จะเป็นปัญหาสำหรับประชาชนในพื้นที่ เพราะว่าโอกาสที่มีฝ่ายการเมืองที่เข้าใจปัญหา และเข้ามาแก้ปัญหาอย่างจริงจังก็จะล่าช้าออกไป จึงเห็นว่าไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่ กกต.จะทำให้การเลือกตั้งเลื่อนออกไปอีก หลังจากผู้บริหารเทศบาลได้รับโอกาสในการทำหน้าที่รักษาการตามมาตรา 44 ยาวนานกว่านายก อบจ.

ดังนั้นไทม์ไลน์ที่ กกต.วางกรอบไว้สำหรับจัดการเลือกตั้ง จึงไม่น่าจะมีความเปลี่ยนแปลง น่าจะเลือกตั้งได้ไม่เกินวันที่ 28 มีนาคมนี้ ซึ่งมีความเหมาะสม ส่วนผู้สมัครก็สามารถเตรียมความพร้อมในการหาเสียงได้

ที่น่ากังวลและเป็นปัญหาเดิมคือ การใช้สิทธิของประชาชนที่มีการย้ายภูมิลำเนาไม่เกิน 1 ปี เดิมการเลือกตั้งนายก อบจ.จะใช้เขตจังหวัด แต่คราวนี้เขตเลือกตั้งเป็นเขตเทศบาล ถ้านำประสบการณ์จากการเลือกตั้ง อบจ. การออกกฎหมายแบบนี้ถือว่าลิดรอนสิทธิของประชาชน ทำให้มีประชาชนจำนวนหนึ่งไม่สามารถมีสิทธิออกเสียง แม้ว่าจะอยู่อาศัยในภูมิลำเนาเดิม หรือที่ใหม่ที่ย้ายเข้ามา สิทธิของบุคคลเหล่านี้จะหายไป กกต.ก็ไม่มีการชี้แจงว่ามีจำนวนกี่หมื่นกี่แสนราย และการเลือกตั้งที่ใช้เขตเทศบาลนคร เทศบาลเมือง และเทศบาลตำบล จะมีเขตที่แตกต่างกัน และจะต้องติดตามว่าประชาชนที่ได้รับผลกระทบ อาจจะแตกต่างไปจากการใช้สิทธิเลือกตั้งนายก อบจ.อย่างไร

หากประเมินกระแสความตื่นตัวของประชาชน ต้องยอมรับว่าเทศบาลเป็นองค์กรท้องถิ่นในชุมชนเมืองที่ทำงานใกล้ชิดประชาชนมากกว่า อบจ.ที่ดูแลทั้งจังหวัด เขตเลือกตั้งในเทศบาลจะพื้นที่แคบลง ดังนั้นนโยบาย หรือการหยิบยกประเด็นของนักการเมือง เพื่อใช้หาเสียงที่เป็นประโยชน์ของประชาชนโดยตรงจะมีมากขึ้น ทำให้การแข่งขัน และความตื่นตัวในการใช้สิทธิจะมีมากกว่าสนามเลือกตั้ง อบจ.

บรรณ แก้วฉ่ำ
นักวิชาการด้านกฎหมายท้องถิ่น และการกระจายอำนาจ

การจัดเลือกตั้งเทศบาลถือว่า เหมาะสม เนื่องจากขณะนี้องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อปท.) บางแห่ง มีผู้บริหารที่เป็นข้าราชการประจำรักษาการโดยปฏิบัติหน้าที่แทนนายก ฝ่ายสภาท้องถิ่นบางแห่งก็มาจากการแต่งตั้ง ไม่มีอำนาจเต็มในการจัดบริการสาธารณะให้ประชาชน
ก่อนหน้านี้มี ส.ส.หลายรายในซีกรัฐบาลมีความเห็นขอให้เลื่อนการเลือกตั้ง โดยอ้างว่า อปท.ต้องรองบประมาณอุดหนุนเพิ่มจากรัฐบาล และเหตุผลจากปัญหาการระบาดของโควิด-19 ในหลายจังหวัด

ที่ผ่านมาทั้ง อบต.และเทศบาลได้ตั้งงบประมาณเพื่อจัดการเลือกตั้งไว้แล้ว หากมีการเลือกตั้งต้องมีประกาศให้ผู้บริหารและสมาชิกสภาท้องถิ่นพ้นตำแหน่ง ทำให้ อปท.ไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทน และสามารถนำรายจ่ายในส่วนดังกล่าวไปใช้เพื่อการเลือกตั้งใหม่ได้ ขณะที่ปัจจุบันรัฐบาลมีนโยบายคนละครึ่งเพื่ออัดฉีดเม็ดเงินในระบบ แต่สำหรับการจัดเลือกตั้งท้องถิ่นถือเป็นการนำเงิน อปท.ไปใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจได้ในระหว่างการหาเสียง ไม่ต่างจากการเลือกตั้งนายก อบจ.

นักการเมืองระดับชาติบางรายอ้างว่า การจัดเลือกตั้งอาจทำให้เกิดการระบาดโควิด-19 ขณะที่การจัดเลือกตั้ง อบจ.เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2563 ได้จัดตามมาตรการป้องกันโควิดอย่างเข้มงวด มีการแต่งตั้ง อสม.ประจำหน่วย ลดจำนวนผู้ใช้สิทธิต่อหน่วยประมาณ 600-800 คน แต่นักการเมืองไม่เคยพูดถึงสาเหตุการระบาดในรอบใหม่ จากสาเหตุการลักลอบหนีเข้าเมือง บ่อนกาสิโน บ่อนไก่ โดยไม่มีข้อมูลทางการแพทย์ยืนยันว่ามีการระบาดเพิ่มรุนแรงจากผลของการเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งนายก อบจ.76 จังหวัดทั่วประเทศ

ขณะนี้มีการประกาศจัดเลือกตั้งเทศบาล แต่ในหลักทางวิชาการอยากให้ทบทวนว่า กกต.มีเหตุผลอย่างไร ที่ไม่จัดให้มีการเลือกตั้ง อบต.พร้อมเทศบาล ทั้งที่มีเนื้องานใกล้เคียงกับจัดเลือกตั้ง อบจ.เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม หากแยกจัดเป็น 2 ครั้ง ทำให้ต้องใช้งบประมาณเพิ่มเป็น 2 เท่า เนื่องจากพื้นที่ไม่ได้ทับซ้อนกัน

โดยทางปฏิบัติปลัด อบต. ปลัดเทศบาลร่วมกับข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของ อบต.และเทศบาล บริหารจัดการเลือกตั้งเองทุกอย่าง กกต.ทำหน้าที่เพียงกำกับดูแล ไม่ได้ทำงานด้วยตนเอง

การจัดเลือกตั้งแต่ละครั้งจะกระทบต่อสิทธิเลือกตั้งของประชาชน ที่มีการย้ายข้ามเขต ระหว่าง อบต.กับเทศบาล ในช่วงเวลา 1 ปีก่อนวันเลือกตั้ง ซึ่งอาจทำให้เสียสิทธิทั้ง 2 แห่งได้ ส่วนป้ายประกาศ วัสดุ อุปกรณ์ประจำหน่วยเลือกตั้ง ของ อบจ.ที่เพิ่งจัดเลือกตั้ง มีเพียงพอสำหรับให้ทั้ง อบต.และเทศบาลยืมใช้ หากทิ้งช่วง อบต.ออกไปนาน อุปกรณ์บางส่วนอาจชำรุดเสียหาย เหตุใดจึงไม่นำมาใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่าต่อการจัดซื้อด้วยงบประมาณแผ่นดิน

เช่นเดียวกับกรณีของ กทม. และเมืองพัทยา ก็จัดเลือกตั้งพร้อมกันในครั้งนี้ได้