ก้าวไกล จ่อตั้งคณะทำงาน ดันแก้ม.112 เข้าใจคนเห็นต่าง เชื่อส่งผลดี สอดคล้องยุคสมัย

‘ชัยธวัช’ ยัน ‘ก้าวไกล’ พร้อมดันร่างแก้ไขกม.หมิ่น -ม.112 ให้สอดคล้องกับยุคสมัย เชื่อ เป็นผลดีต่อสถาบันฯ เคียงคู่สังคมไทย ‘อย่างมั่นคง’

เมื่อวันที่ 16 มกราคม นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคก.ก. เตรียมจะยื่นร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา ในฐานความผิดเกี่ยวกับการหมิ่นประมาททั้งหมด รวมถึง มาตรา 112 และร่างแก้ไข พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 ซึ่งล่าสุดนายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ออกมาคัดค้านในประเด็นนี้ ว่า เรื่องนี้ก็อาจจะมองต่างมุมกันได้ เพราะเราก็ได้พูดคุยเรื่องการบังคับใช้มาตรา 112 มาตั้งแต่ก่อนการทำรัฐประหาร 2557 ทั้งโดยนักวิชาการ และนักสิทธิมนุษยชนก็เห็นว่า ควรจะแก้ไขและปรับปรุงมาตรา 112 เพราะการบังคับใช้ และตัวบทมีปัญหา ผู้ที่เสนอให้แก้ไขปรับปรุงก็เห็นว่า จะส่งผลดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ในสังคมประชาธิปไตยด้วย สำหรับพรรคก.ก.ก็เห็นว่ามาตรา 112 ควรถูกแก้ไขปรับปรุงให้สอดคล้องกับสังคมประชาธิปไตย

“เมื่อเราพูดถึงเรื่องนี้เราไม่ได้หมายความเฉพาะมาตรา 112 แต่หมายรวมถึงกฎหมายหมิ่นประมาททั้งหมด ที่โดยหลักการประชาธิปไตยสมัยใหม่ไม่ควรจะมีคนที่ถูกจำคุกจากการแสดงความคิดเห็น โดยหลักการเรา จึงต้องการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับฐานความผิดการหมิ่นประมาทตั้งแต่ระดับบุคคล ไปจนถึงระดับเจ้าหน้าที่รัฐ ให้เหลือแต่ความผิดที่เป็นโทษปรับทั้งหมด ในส่วนขององค์พระมหากษัติรย์ เราก็จะยังคงไว้ให้คุ้มครองในสถานะประมุขของรัฐ เพียงแต่ต้องปรับปรุงอัตราโทษที่ต้องได้สัดส่วน และกระบวนการร้องทุกข์กล่าวโทษ ซึ่งปัจจุบันมีปัญหาที่ใครก็สามารถร้องทุกข์กล่าวโทษได้หมด รวมถึงประเด็นการกำหนดโทษขั้นต่ำ โดยเราเห็นว่า ไม่ควรมีการกำหนดโทษขั้นต่ำ และก็ไม่ควรกำหนดโทษที่สูงจนเกินไป นอกจากนี้ควรมีข้อยกเว้นในกรณีที่แสดงความคิดเห็นโดยสุจริต เพื่อประโยชน์สาธารณะเป็นต้น พรรคก.ก.ได้พิจารณาเรื่องนี้มาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2563 ก่อนจะได้เสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา และนำเข้าสู่ที่ประชุมส.ส. ของพรรค ขณะนี้อยู่ระหว่างการตั้งคณะทำงานแก้ไขปรับปรุงร่างที่ได้เสนอขึ้นมาอีกครั้งให้ดีขึ้น” นายชัยธวัช กล่าว

เมื่อถามว่า นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ก็ได้เสนอแก้ไขมาตรา 112 ในช่วงเวลาเดียวกัน กังวลว่า จะถูกมองเป็นการครอบงำพรรคหรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า ความจริงพรรคก.ก. และคณะก้าวหน้า ถือว่า เป็นอนาคตใหม่เหมือนกัน ดังนั้น แนวทางความคิด อุดมการณ์ และแนวนโยบาย ก็มาในทิศทางเดียวกันอยู่แล้ว แต่กรณีการเสนอแก้ไขร่างประมวลกฎหมายอาญานั้น พรรคก.ก.ได้หารือกันมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2563 แล้ว หลังจากที่มีสัญญาณชัดเจนว่า มาตรา 112 และกฎหมายความมั่นคง ถูกนำมาบังคับใช้อย่างเข้มข้นต่อนักเรียนนักศึกษาที่ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งเป็นผลมาจากนโยบายที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ประกาศไว้เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน 2563 ที่จะบังคับใช้กฎหมายทุกมาตรา เมื่อที่ประชุมส.ส. มีมติเห็นชอบที่จะให้แก้ไขปรับปรุง เราจึงต้องตั้งคณะทำงานเพื่อปรับปรุง คาดว่าจะหารือกันอีกครั้งในสัปดาห์หน้า

เมื่อถามย้ำว่า หากแก้ไขปรับปรุงมาตรา 112 จะส่งผลดีต่อสถาบันฯ ใช่หรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า ขณะนี้ตนคิดว่า โจทย์ใหญ่ไม่ใช่ประเด็นการล้มล้างการปกครอง ล้มล้างสถาบันหรือคนที่สนับสนุนสถาบัน ตนคิดว่าโจทย์นี้เป็นโจทย์ที่ผิด และผิดที่ผิดทาง ซึ่งไม่ส่งผลดีต่อสังคมไทย แต่โจทย์ที่ถูกต้องคือ ถ้าสังคมไทยอยากจะให้สถาบันมีความมั่นคงในสังคมประชาธิปไตย และในสภาพแวดล้อมทางการเมืองที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย แนวทางไหนถึงจะบรรลุตรงนั้น นี่คือเส้นแบ่งที่สำคัญ ซึ่งเราเห็นว่าแนวทาง การบังคับใช้มาตรา 112 หรือตัวบทกฎหมายอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ไม่สอดคล้องกับยุคสมัย หากยังบังคับใช้ต่อไป ก็จะส่งผลด้านกลับทำให้สถานะของสถาบันฯ มีปัญหาได้ในอนาคต ตนจึงคิดว่า ความแตกต่างอยู่ที่ว่าเราเห็นว่า แนวทางไหนกันแน่ที่จะทำให้สถาบันฯ มีความมั่นคงได้จริงๆ ในสังคมที่มีความเป็นสมัยใหม่

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้รวมมาตรการ ‘เยียวยาโควิด’ ระลอกใหม่ ‘เราชนะ’ ลดค่าน้ำ-ไฟ ช่วยผู้ใช้แรงงาน
บทความถัดไปช้างรอด เพราะเราช่วย สู้ผลกระทบจากโควิด