เริ่มแล้ว ‘วันครูออนไลน์’ ครูบิ๊กตู่ เผย เป็นคนดีที่สุด เรียบร้อย ขอนายกฯ อดทนดูแลบ้านเมือง

เริ่มแล้ว ‘วันครูออนไลน์’ ครูบิ๊กตู่ เผย เป็นคนดีที่สุด เรียบร้อย ขอนายกฯ อดทนดูแลบ้านเมือง

เมื่อวันที่ 16 มกราคม กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)โดยคุรุสภา ร่วมจัดงานวันครู ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019หรือโควิด-19โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและสุขภาพของผู้เข้าร่วมงานวันครู เป็นการจัดวันครูออนไลน์ ครั้งที่ 65 พ.ศ. 2564 ภายใต้แนวคิด “พลังครูไทยวิถีใหม่ ฉลาดรู้เท่าทันดิจิทัล” โดยนายกรัฐมนตรี ได้มอบคำขวัญวันครู พ.ศ. 2564 คือ “ครูวิถีใหม่ ใส่ใจดิจิทัล สร้างสรรค์คุณธรรมประจำชาติ” และกล่าวคำปราศรัยเนื่องในโอกาสวันครู

กิจกรรมงานวันครูเริ่มตั้งแต่ช่วงเช้า โดยมีพิธีทำบุญตักบาตรและถวายข้าวสารพระสงฆ์ และพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศให้แก่ครูผู้วายชนม์ และพิธีบูชาบูรพาจารย์ ณ หอประชุมคุรุสภา โดยมีนายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ อ่านโองการอัญเชิญบูรพาจารย์ นางรักขณา ตัณฑวุฑโฒ ครูอาวุโสนอกประจำการ กล่าวนำสวดฉันท์ระลึกถึง พระคุณบูรพาจารย์ และ นายประเสริฐ  แสงโป๋ ครูอาวุโสในประจำการ นำกล่าวคำปฏิญาณตนของครูและ  บุคลากรทางการศึกษา

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวคำปราศรัยเนื่องในโอกาสวันครู ครั้งที่ 65 พ.ศ. 2564 ว่า “ครู” เป็นบุคลากรสำคัญในการพัฒนาและขับเคลื่อนระบบการศึกษาของชาติ และมีบทบาทในการประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ในปัจจุบัน ครูยุคใหม่จึงต้องเป็นผู้อำนวยการในการเรียนรู้ เพื่อให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงศาสตร์สาขาต่าง ๆ เป็นผู้ที่มีความรู้ครบถ้วน เป็นคนดี มีคุณธรรม และจริยธรรม พร้อมที่จะเติบโตเป็นพลมืองที่ดีของประเทศ รัฐบาลมีนโยบายในการเสริมสร้างและพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้มีมาตรฐานวิชาชีพในระดับสากล ตลอดจนนำเทคโนโลยีซึ่งมีความก้าวหน้าและนวัตกรรมมาปรับใช้ ในการจัดการศึกษา การพัฒนาบุคลากร และการจัดทำแผนการศึกษาเพื่อพัฒนาเยาวชนในทุกช่วงวัยให้เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าและมีศักยภาพสูง ดังนั้น อนาคตของชาติจึงอยู่ที่การศึกษา และการศึกษาที่มีคุณภาพย่อมเกิดจากครูที่มีคุณภาพด้วย

นายกฯ กล่าวต่อว่า สำหรับคำขวัญวันครูในปีนี้ “ครูวิถีใหม่ ใส่ใจดิจิทัล สร้างสรรค์คุณธรรมประจำชาติ” เพื่อให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้ตระหนักถึงบทบาทและหน้าที่ของครูในยุคชีวิตวิถีใหม่ที่ต้องมีการปรับรูปแบบการเรียนการสอน และสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ให้พร้อมตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง ครูจึงต้องได้รับการพัฒนา เสริมสร้างทักษะ ความรู้ และความสามารถด้านดิจิทัล เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับการดำเนินชีวิตวิถีใหม่ นอกจากนี้ ครูยังต้องเป็นบุคลากรตัวอย่างในการประพฤติปฏิบัติตนอย่างมีคุณธรมและจริยธรรม เป็นที่ยกย่องของผู้คน    ในสังคม และเป็นต้นแบบที่ดีให้แก่ศิษย์ได้ดำเนินรอยตาม เพื่อเป็นคนเก่งคนดี มีความทันสมัย มีคุณธรรมประจำใจ และเป็นอนาคตของชาติ

สำหรับในปีนี้ ครูนายกรัฐมนตรี ได้แก่ พล.อ. อุดม โพพี ครูที่เคยสอนวิชาวิศวกรรมเครื่องกล โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โดย พล.อ.อุดม ได้กล่าวถึง พล.อ.ประยุทธ์ว่า เป็นคนมีวินัย เรียบร้อย เป็นที่รักของเพื่อนๆในรุ่นของท่าน เป็นคนดีที่สุด รูปร่างสง่างาม พูดจาเด็ดขาด มีความรักเพื่อนๆ และทุกคน โดยเฉพาะคนที่อยู่รุ่นเดียวกับท่านทุกคน ให้ความเคารพ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นคนแรก ที่มอบกองทุนให้โรงเรียนนายร้อยฯ เป็นคนแรก เพื่อเป็นทุนไว้ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา และยังมีส่วนหนึ่งที่มอบ ให้เมื่อครูบาอาจารย์เจ็บป่วย ก็ซื้อของไปอวยพรให้เมื่อท่านเจ็บป่วย ครูบาอาจารย์สมัยโรงเรียนนายร้อยนั้น เป็นคนที่มีความรู้ อย่างน้อยก็จบปริญญาโททุกคน สมัยนั้น ทำให้โรงเรียนนายร้อยมีเกียรติและศักดิ์ศรี เมื่อก่อนก็เจอทุกวัน เวลาวันโรงเรียนนายร้อย วันที่ 5 สิงหาคม ท่านจะไป และกราบไหว้ครูบาอาจารย์ และจะมี เพลง สดุดี เวลาท่านกราบ เวลาท่านมากราบ ก็มากราบที่ตัก ก็ขอให้พล.อ.ประยุทธ์ จงดูแลบ้านเมือง มีความอดทน

ทั้งนี้ ยังได้ฝากถึงครูทุกคนว่า ครูทุกคน สอนให้รู้เรื่อง ไม่ใช่สอนไม่รู้เรื่อง ก่อนจะสอนต้องเตรียมตัว

จากนั้น เป็นพิธีคารวะครูอาวุโสของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ

โดยนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการศธ. ได้กล่าวมุทิตาจิตต่อครูวารี  ดำไชโย ครูสอนภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน และกล่าวคำปราศรัยเนื่องในโอกาสวันครู ครั้งที่ 65 พ.ศ. 2564 ตอนหนึ่งว่า แม้ว่าปัจจุบัน เทคโนโลยีจะเข้ามาช่วยในการเรียนรู้ ต่อผู้เรียนมากเพียงใด แต่ผมเชื่อมั่นเสมอว่า “ครู” คือบุคคลหลักในการขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาของชาติ ด้วยเพราะครูคือผู้ที่ทำหน้าที่โดยตรงในการพัฒนาคน ซึ่งคือผู้เรียนที่เป็นอนาคตของชาติ อาจกล่าวได้ว่า ชาติบ้านเมือง จะเจริญได้เพราะประชาชนในชาติได้รับการศึกษาที่ดี และมีครูที่มีคุณภาพ

สถานการณ์ปัจจุบัน หลังจากที่เมื่อปีที่แล้วเกิดสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้ทุกคนในสังคมโลกต่างต้องปรับตัว ครูไทยก็ต้องปรับตัวให้เท่าทันโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  การเปลี่ยนแปลงที่ว่านี้ ต้องทำอย่างเร็วและแรง ด้วยนโยบาย 3 ป. คือ ปลดล็อก ปรับเปลี่ยน เปิดกว้าง เพื่อยกกำลังสองการศึกษาสู่ความเป็นเลิศ ดังนี้ ป.แรก ปลดล็อก คือ กลไกขับเคลื่อนการศึกษาร่วมกับทุกภาคส่วน นำภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคสังคม โดยการประสานความร่วมมือกันอย่างเป็นรูปธรรม กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความร่วมมือกัน สามารถดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาได้อย่างรวดเร็ว เป็นการ “ปลดล็อก” ให้เกิดการทำงานร่วมกันง่ายขึ้น

ป.ที่สอง ปรับเปลี่ยน คือ ปรับเปลี่ยนหลักสูตรการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นการพัฒนา     ขีดความสามารถและศักยภาพให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก  ปรับเปลี่ยนการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาผ่านศูนย์พัฒนาศักยภาพบุคคลเพื่อความเป็นเลิศ (Human Capital Excellence Center : HCEC) เพื่อให้ครู Up Skill และ Re-Skill ของตนเองได้ตลอดเวลา

ป.สุดท้าย เปิดกว้าง คือ เปิดเสรีทางการศึกษาให้ภาคเอกชนที่มีคุณภาพเข้ามา มีส่วนร่วมในการพัฒนาการศึกษาร่วมประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนผ่านศูนย์พัฒนาศักยภาพบุคคล เพื่อความเป็นเลิศ (Human Capital Excellence Center : HCEC) จากแพลตฟอร์มดิจิทัล (Digital Education Excellence Platform : DEEP) ให้ครอบคลุมผู้เรียนทั่วประเทศ

ขณะที่ ครูวารี ดำไชโย ครูของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า เคยสอน ตอนเรียนป. 5 วิชาภาษาไทย ท่านยังเด็กมาก เป็นคนเงียบๆ เรียบร้อย ก็เหมือนเด็กทั่วๆไป พฤติกรรมก็ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นมากมายนัก เงียบๆ ไม่ค่อยพูดเท่าไหร่ กีฬาที่โปรดก็คือฟุตบอล เป็นหลักเด็กโรงเรียนนี้ทั่วไป

“ลูกศิษย์ทุกคนที่ได้ดี ก้าวหน้าในชีวิต ไม่มีคนไหนไม่ภูมิใจหรอก พอได้รับเรื่องว่า ท่านได้เป็นรมว.ศึกษาธิการ ก็ดีใจมาก ตอนที่ท่านมาหา วันคืนสู่เหย้า ท่านมาหา ก็บอกว่า ดีใจนะ ครูภูมิใจที่ได้เป็น แต่ขอให้ทำงานอย่างเต็มที่ อดทน จะฝากเขาว่า ให้ทำงานเต็มที่ และอดทนมากๆ ระดับเจ้ากระทรวง ต้องอดทนอดกลั้น”

“อยากให้เขาทำงานให้เต็มที่ อดทนอดกลั้นให้มากที่สุด และต้องซื่อสัตย์ เพราะสถานการณ์ตรงนี้ บีบคั้นพอสมควรแล้ว ก็บอกให้อดทนเยอะๆ ยุติธรรม ซื่อสัตย์ รับผิดชอบต่อหน้าที่ และอยากให้พัฒนาระบบการศึกษาของประเทศไทยให้ก้าวหน้ากว่านี้ เพราะตอนนี้วนอยู่กับที่ เด็กพัฒนาน้อยมาก”

“ฐานะครู เป็นผู้ทำงานหนัก ขอให้ท่านเป็นครูจริงๆ ต้องรักเด็ก ทุ่มเทให้เด็ก ครูเป็นพ่อแม่คนที่สองของเด็ก ลูกเขาอยู่กับเรา 8 ชั่วโมง เจ็บป่วย ครูต้องเอาใจใส่ มีปัญหาต้องแก้ไข บางรายร่วมมือกันแล้ว เด็กจบถึงปริญญาเอก เราก็ภูมิใจมาก ประการต่อไป ให้ครูทั้งหลาย สอนให้เต็มที่ อย่าคิดว่า แค่นี้พอแล้วไม่ใช่ ต้องให้เด็กเขามีความรู้สู้กับชีวิตข้างหน้า ครูต้องรับผิดชอบต่อหน้าที่ ยุติธรรม เป็นสำคัญ ครูต้องใฝ่รู้ใฝ่เรียน ก้าวหน้า”

“อยากขอ การจะทำโทษเด็ก ไม่ใช่ทำด้วยอารมณ์แบบในข่าว ต้องสอบสวน ว่าเด็กผิดตรงไหนอย่างไร บางครั้งเด็กมีปัญหา ต้องไปสืบให้ได้ว่าคืออะไร ถึงลงโทษ หากเขาผิดจริงๆ เขาก็ยอมให้เราทำโทษ ไม่มีเงื่อนไข สำคัญต้องฟังเด็กด้วย ต้องฟังเด็ก เพราะเด็กเขาก็มีความคิดของเขา บางครั้งก็มีปัญหาในครอบครัวก็มี เราต้องเป็นที่พึ่งให้เขา”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้แฟชั่นหน้ากากสาวญี่ปุ่น ในวันบรรลุนิติภาวะ
บทความถัดไปโฆษกอัยการปราบทุจริตภ.9 เผย ศาลจำคุกผอ.สารพัดช่างนราธิวาส 1 ปี ไม่รอลงอาญา คดีแก้รายงานประชุมฯ