‘จิรายุ’ โอด ไม่ใช่เด็กใคร แต่เป็นเด็ก พท. มั่นใจมีข้อมูล ลั่นบ่ายนี้ได้ชื่อคนขึ้นอภิปราย

19.01.21 | 11:27 น.

‘จิรายุ’ โอด ไม่ใช่เด็กใคร แต่เป็นเด็ก พท. มั่นใจมีข้อมูล ลั่นบ่ายนี้ได้ชื่อคนขึ้นอภิปราย

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 19 มกราคม ที่รัฐสภา นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกระแสข่าวความขัดแย้งภายในพรรค พท.จนมีประเด็นว่า ส.ส.กลุ่มของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตแกนนำพรรค พท. จะไม่ได้ร่วมอภิปรายในศึกซักฟอกครั้งนี้ ว่าทุกคนก็เป็นคนของพรรคเพื่อไทย อย่าคิดว่าเป็นคนของคนนั้นคนนี้ พรรคเพื่อไทยก็เปลี่ยนหัวหน้าพรรคเปลี่ยนเลขาฯพรรคมาไม่รู้กี่คน หากคิดเช่นนั้นก็จะทำให้เสียกำลังใจฝ่ายค้านด้วยกัน ตนในฐานะที่ได้อภิปรายทุกครั้งยังมั่นใจว่าข้อมูลที่จะนำเสนอหากจัดลำดับเป็นพีระมิดตนจะอยู่กลางๆ ถึงหัวที่จะได้รับโอกาสอภิปราย แต่ก็ขึ้นอยู่กับพรรค ซึ่งหากเห็นว่าตนทำงานให้กับพรรคได้ก็พร้อมอภิปรายเต็มที่ เพราะที่ผ่านมาตนก็ทำงานอย่างเต็มที่อยู่แล้ว

“ที่สำคัญเราไม่ใช่เด็กใครอยู่แล้ว เราเป็นเด็กพรรคเพื่อไทย ฉะนั้นการทำงานเวลาพูดออกไปก็ไม่ได้จิรายุ ไม่ได้คนที่เกี่ยวข้อง แต่ได้กับพรรคเพื่อไทย ในฐานะฝ่ายค้าน เพราะฉะนั้นผมมั่นใจ” นายจิรายุกล่าว

นายจิรายุกล่าวด้วยว่า ในช่วงบ่ายวันนี้ (19 ม.ค.) พรรคเพื่อไทยจะมีการประชุมเพื่อสรุปรายชื่อของผู้ที่จะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยเบื้องต้นคาดว่าจะประมาณ 10 คน และคิดว่าน่าจะให้เวลาผู้อภิปรายมากพอสมควรไม่ได้จำกัดเวลาเหมือนที่ผ่านมา และหากใครมีข้อมูลก็สามารถที่จะอภิปรายได้ ครึ่งชั่วโมงหรือ 1 ชั่วโมง แต่ต้องอยู่ในกรอบที่ตกลงกันไว้ ยืนยันว่าการบริหารจัดการเวลาในครั้งนี้ผู้บริหารพรรคคงจะเผื่อเวลาไว้ให้ จะเลยไป 5 นาที หรือ 10 นาที ก็ไม่เป็นไรหากเป็นเนื้อหาสาระ ไม่ใช่ผักบุ้งโหรงเหรง

นายจิรายุยังกล่าวถึงกรณีที่ถูกครหาว่าพรรคฝ่ายค้านไม่สามารถอภิปรายให้รัฐบาลสั่นคลอนได้ ว่าส่วนตัวเป็นผู้แทนฯ มาหลายสมัย คิดว่าการอภิปรายครั้งที่ผ่านมาก็ถือว่าคุ้มและแรงพอสมควร ถ้าเทียบกับระยะเวลาที่รัฐบาลบริหารราชการมาเพียง 7 เดือน ก็ถือว่าไม่ธรรมดา มีปัญหาแค่เรื่องเวลาทำให้เนื้อหาไม่ได้รับความสนใจ แต่ปีนี้รัฐบาลทำงานจะครบ 2 ปี ตนจึงมีความเชื่อมั่นว่าการอภิปรายครั้งนี้จะมีอะไรให้เห็นอีกเยอะ โดยเฉพาะสภาพปัญหาที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการกู้เงินและการทุจริต ช่วยเหลือพวกพ้อง ตนจึงเชื่อว่าสังคมเคยเห็นและรับรู้ถึงปัญหาดังกล่าว และต้องพึ่ง ส.ส.ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้