‘สุภชัย’ น้ำตาคลอ เผย ‘ฐากูร บุนปาน’ เปรียบดังพี่ คือ ‘สัตบุรุษ’ แม่ทัพธรรม เชื่อ จะได้เจอกันอีก

‘สุภชัย’ น้ำตาคลอ เผย ‘ฐากูร บุนปาน’ เปรียบดังพี่ คือ ‘สัตบุรุษ’ แม่ทัพธรรม เชื่อ จะได้เจอกันอีก

เมื่อวันที่ 19 มกราคม ที่ ศาลา 11 วัดเสมียนนารี พระอารามหลวง เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ พิธีบำเพ็ญกุศล นายฐากูร บุนปาน รองประธานกรรมการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) และอดีตกรรมการผู้จัดการ บมจ.มติชน ในคืนสุดท้าย วันที่ 7 ซึ่งถึงแก่กรรมอย่างสงบ เมื่อเวลา 13.50 น. ของวันที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา ด้วยโรคมะเร็ง

โดยเวลา 17.00 น. บุคคลสำคัญ จากหลากหลายวงการและหน่วยงาน ต่างหลั่งไหลมาร่วมแสดงความอาลัย พร้อมร่วมส่งพวงหรีดแสดงความรำลึกอย่างต่อเนื่อง โดยมีคณะผู้บริหารเครือมติชนให้การต้อนรับ ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ก่อนเริ่มพิธีสวดพระอภิธรรม ในเวลาประมาณ 18.00 น.

นายสุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 กล่าวว่า ส่วนตัวจักกับคุณฐากูรมากว่า 20 ปีแล้ว คุณฐากูรเป็นพี่ของตน ที่เคารพรัก เป็นพี่และเป็นกัลยานิมิตรของทุกคน เป็นคนที่มีจรรยาบรรณของการทำสื่ออย่างมืออาชีพ เป็นคนที่เหมือนเพชรที่ได้รับการเจียระไน (น้ำตาคลอ)
คุณฐากูรเป็นนักข่าวมืออาชีพ ไม่เคยอคติไม่เคย เลือกข้าง มองทุกอย่างด้วยจิตที่เข้าใจและรู้ธรรม เหมือนองค์พุทธ คือผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน แต่เป็นคนที่เข้าใจในโลกีย์ ใช้ชีวิตแบบมนุษย์ และไม่เคยทำความเดือดร้อนให้กับใคร

“เป็นการสูญเสียที่สำคัญของเครือมติชน และของบ้านเราเมืองเราในปัจจุบันนี้ ซึ่งหาคนแบบนี้ได้ค่อนข้างลำบาก คนที่เป็นสัตบุรุษ คนที่เข้าใจในหลักทรัพย์ปริยธรรม รู้เหตุ รู้ผล รู้ตน รู้ประมาณ รู้ชุมชน รู้จักคนอื่น ผมจึงเสียใจมากในการสูญเสียพี่โต้ง เพราะเคารพ และพี่โต้งก็ได้ให้ความรัก ความจริงใจกับทุกๆ คนเพราะฉะนั้น พวกเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวโพธิคยา ที่ทำงานด้านศาสนาในแผ่นดินลุ่มแม่น้ำโขงเป็นเวลากว่า 14 ปี ทั้งในประเทศไทย, สปป ลาว, กัมพูชา เวียดนาม, พม่า พี่โต้งให้การสนับสนุนมาตลอด โดยไม่ต้องพูดคุยกัน เหมือนมองตารู้ใจ เหมือนเราร่วมกองทัพธรรม ในการพลิกแผ่นดินให้มีความรักความสามัคคีกัน เปรียบเสมือนเรามีพ่อคนเดียวกัน คือองค์ตถาคต เปรียบเสมือนเราเกิดในลุ่มแม่น้ำโขงมีแม่แผ่นดินเดียวกัน พี่โต้งก็เข้าใจในหลักนี้ และให้ความสนับสนุนเสมอมา เป็นหนึ่งในแม่ทัพ ทำให้การทำงานนราบรื่น และให้คำแนะนำมากกว่า 14 ปี คงไม่สามารถอธิบายอะไรได้มากกว่านี้ นอกจากความรู้สึกที่ยังระลึกถึง และผมก็เชื่อในจิตของผมว่า วันหนึ่งจะได้เจอพี่โต้งอีกแน่ เรายังไม่ได้เข้าถึงนิพพานสวรรค์ เราคงจะกลับมาเกิดกันอีก โดยยึดหลักอยู่บนพื้นฐานครรลองคลองธรรม บนกระแสธรรม เมื่อวันหนึ่งเราจะเข้าสู่นิพพานสวรรค์พร้อมกัน ไม่วันใดก็วันหนึ่ง

นายสุภชัยกล่าวต่อว่า จำได้ว่าเจอครั้งสุดท้าย น่าจะเป็นช่วงปีใหม่ ในช่วงต้นมกราคม เรารีบกินเลี้ยงกันเร็วมาก พี่โต้งก็ยังพูดคุยกันเหมือนเดิม ถามถึงอาการ ก็บอกว่ายังดีทุกอย่าง ค่อนข้างดี แต่อย่างว่า ทุกอย่างเป็นเรื่องกฎไตรลักษณ์ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา จึงอยากฝากพวกเราไว้ว่า การตาย พญามัจจุราชไม่มีคิว ไม่ใช่ว่าคนแก่จะตายก่อนเด็ก เด็กบางคนอยู่ในท้องก็ตายแล้ว จึงอยากให้เรานึกถึงมรณานุสติเอาไว้เยอะๆ ให้นึกถึงกรรมดีเอาไว้ให้มาก เพราะความดีเท่านั้นที่จะติดตัวเราไปได้ทุกชาติ เงินและอำนาจ จำเป็นต้องมี แต่เสียแล้วเอาไปในชาติหน้าไม่ได้ เราต้องมีความสำเร็จในเรื่องของโภคทรัพย์ คือเงินและอำนาจ ซึ่งหลังจากสำเร็จแล้ว เราต้องเข้าสู่อีกโลก คือ โลกุตระ เป็นเรื่องอริยทรัพย์ ซึ่งจะมีติดตัวไปทุกชาติ เป็นเรื่องที่เราพูดคุยกับพี่โต้งเป็นประจำ รวมถึงกับพี่ช้าง (ขรรค์ชัย บุนปาน)”

“เราพูดคุยกันตลอด ว่าจะทำอย่างไรให้แผ่นดินนี้ที่เป็นแผ่นดินพุทธ ในฐานะศูนย์กลาง ทำอย่างไรเราจะฉายแสงออกไปท่ามกลางความมืดมิด เหมือนเป็นดาวจรัสแสง ให้คนในแผ่นดินนี้กลับมารักสามัคคีกัน คงไม่เฉพาะคนในแผ่นดินไทย แต่ทั้งคนลุ่มแม่น้ำโขงเสมือน 2,000-3,000 ปีที่แล้ว ที่ไม่มีพรมแดน แต่เราใช้กฎวัฒนธรรม ให้อยู่ได้อย่างมีความสุข แต่วันนี้เรามีทั้งกฎสังคม วัฒนธรรม และกฎหมาย จึงขึ้นอยู่กับเราจะต้องใช้ธรรมเป็นอำนาจ ไม่ใช่ใช้อำนาจเป็นธรรม คือสิ่งที่องค์พระตถาคต หรือองค์พระศาสดา ได้สอนเอาไว้ให้ชาวพุทธทั้งปวง

ขอให้ดวงวิญญาณของพี่โต้งสู่สัมปรายภพ กมฺมโยนิ กมฺมปฏิสรโณ แล้ววันหนึ่งเราคงได้กลับกันมาเจอกันอีกอย่างแน่นอน แล้วจะได้บรรลุมรรคผลนิพพานในอีกวันหนึ่ง หวังว่าจะได้เกิดในยุคพระศรีอริยเมตไตรย” นายสุภชัยกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เทียนกลิ่นจิ๊มิ ‘กวินเนธ พัลโทรว์’ บึ้ม เปลวไฟเกือบเผาบ้านหญิงในลอนดอน
บทความถัดไปส.ว.โหวตล้มชื่อ อดีตทูตฟินแลนด์ เป็นตลก.ศาลปกครองสูงสุด เพราะถ่ายรูปคู่ทักษิณ