โฆษก ภท.สรุปดราม่าวัคซีน ซัด ‘ธนาธร’ บิดเบือนทุกเม็ด เชื่อต้องการดิสเครดิตคนที่อ้างถึง

โฆษก ภท. โพสต์ สรุปดราม่า รบ.จัดซื้อวัคซีน โยง ‘สยามไบโอไซเอนซ์’ ซัด ‘ธนาธร’ บิดเบือนทุกเม็ด เชื่อต้องการดิสเครดิตคนที่อ้างถึง และทำลายสถาบันเบื้องสูง ปลุกปั่นให้ประชาชนเข้าใจผิด หวังผลทางการเมือง

เมื่อวันที่ 20 มกราคม นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยเรื่องดราม่าวัคซีนโควิด-19 ว่า ผมไม่มีโอกาสได้ดูไลฟ์ในตำนาน แต่ได้มาดูย้อนหลัง มีหลายเรื่องที่คลางแคลงใจว่าเป็นไปอย่างที่เขาว่าจริงหรือไม่ เมื่อวานทั้งวันจึงได้นั่งอ่าน นั่งดู ทั้งคำชี้แจงของสาธารณสุข และบทความของหลายท่าน พอสรุปประมวลออกมาได้ว่า 1.ประเด็นความล่าช้าของการสั่งจองวัคซีน ผู้ไลฟ์บอกว่า หากเชื่อเขาตั้งแต่แรกเราคงมีวัคซีนเพียงพอสำหรับทุกคน

นายภราดรกล่าวว่า ท่านครับ การระบาดหนักในรอบแรกทั่วโลกเกิดขึ้นช่วงเดือนมีนาคม 2563 นานาประเทศเพิ่งเริ่มคิดค้นวัคซีนเพื่อป้องกันโรค เป็นโรคใหม่ ไม่มีบริษัทไหนเลยที่สามารถการันตีได้ว่าได้ผล 100% และไม่ส่งกระทบข้างเคียงต่อประชาชน การเร่งรีบสั่งซื้อแต่เนิ่นๆ แบบที่ว่า จะกลายเป็นการซื้อของคุณภาพต่ำ และราคาสูง และที่สำคัญที่สุดคือเอาชีวิตของประชาชนไปเสี่ยง แบบนี้ใครรับผิดชอบ?

นายภราดรกล่าวว่า 2.เคลมว่านานาประเทศ เช่น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ มีการสั่งซื้อในตัวเลขต่อประชากรที่สูงกว่าไทย ท่านครับ นั่นคือตัวเลขที่สั่งจอง และยังไม่ได้ของทันที วัคซีนก็ทยอยส่งให้ประเทศเหล่านั้นเป็นล็อตเหมือนกับประเทศไทย

“ตัวเลข 21% ของประชากรที่ท่านอ้างถึง มาจาก 2 ล้านโดส + 26 ล้านโดส = 28 ล้านโดส 1 คนต้องใช้ 2 โดส นั่นคือใช้ได้กับคน 14 ล้านคน แต่ ครม.ก็มีมติเพิ่มเติมสั่งซื้ออีก 35 ล้านโดส 17.5 ล้านคน เมื่อรวมกับ 14 ล้านคน ตัวเลขจึงไม่ใช่ 21% แต่มากถึงเกือบ 50% ตัวเลขนี้ทำไมท่านไม่พูดถึง ท่านไม่แฟร์ ท่านจงใจบิดเบือนใช่หรือไม่??

“3.รัฐบาลเอื้อประโยชน์ให้ สยามไบโอไซเอนซ์ซึ่งเป็นบริษัทรับจ้างผลิตวัคซีน ให้แอสตร้าเซนเนก้า และสั่งซื้อจากบริษัทเดียว เดี๋ยวนะ ใจเย็นๆ ก่อน รัฐบาลไม่ได้เป็นผู้เลือกว่าบริษัทใดจะเป็นผู้ผลิตวัคซีนนะ เจ้าของวัคซีนคือแอสตร้าเซนเนก้าเขาเลือกให้ บ.สยามไบโอไซเอนซ์ เป็นผู้ผลิต ซึ่งมีข้อตกลงว่าผลิตปีละ 200 ล้านโดส

“วัคซีนทั้งหมดไม่ใช่เป็นของสยามไบโอไซเอนซ์ แต่เป็นของแอสตร้าเซนเนก้าซึ่งคือผู้ว่าจ้าง รัฐบาลสั่งซื้อวัคซีนจากแอสตร้าเซนเนก้าตามข้อตกลงคือ 26 ล้านโดส +35ล้านโดส

“ถามว่าผลิตตั้ง 200 ล้านโดส แบ่งให้คนไทยใช้แค่ 26 ล้านโดส ที่เหลือส่งไปขายที่อื่น เอ้าาา เห้ยยย ก็เขามีหน้าที่แค่ผลิตตามจำนวนที่แอสตร้าให้ผลิต ส่วนเรื่องขายใครเท่าไร เป็นเรื่องของแอสตร้ารึเปล่า???

“แล้วแบบนี้เอื้อให้ บ.สยามไบโอไซเอนซ์ตรงไหน?? เอื้อตรงที่รัฐบาลสนับสนุนเงินให้ บ.สยามไบโอไซเอนซ์ เพียงบริบัทเดียวไง เขาว่าเช่นนั้น” นายภราดรกล่าว

นายภราดรกล่าวว่า ต้องลองไปอ่าน พ.ร.บ.ความมั่นคงด้านวัคซีนใหม่ครับ รัฐบาลสามารถสนับสนุน บ.ใดก็ได้หาก บ.นั้นๆ ได้ทำ MOU กับเจ้าของเทคโนโลยี ในเมื่อสยามไบโอไซเอนซ์ได้ทำ MOU กับแอสตร้าเซนเนก้าเรียบร้อย ก็สามารถขอรับทุนสนับสนุนจากรัฐบาลได้ ก็เป็นไปตามกฎหมายกำหนด ไม่เห็นมีอะไรพิเศษนี่ครับ ท่านต้องการดิสเครดิต บ.สยามไบโอไซเอนซ์ เพื่อกระทบถึงคนที่ท่านอ้างถึง เพื่อหวังประโยชน์ทางการเมืองใช่หรือไม่???

“วัคซีนพระราชทาน ท่านก็รู้ว่ารัฐบาลใช้งบประมาณซื้อวัคซีนทั้งหมด วาทกรรมที่ว่าพุ่งเป้าไปที่ไหน และเพื่ออะไร ประชาชนเขาอ่านออกนะ อย่าเอาประเด็นบิดเบือนและทัศนคติที่ไม่ดีต่อสถาบันไปสร้างความเข้าใจผิดให้ประชาชนอีกเลย รังแต่จะสร้างความสับสนและไม่ได้ช่วยแก้ไขสถานการณ์ให้ดีขึ้นแม้แต่น้อย

“เราคนไทย ควรยินดีมิใช่หรือ ที่เขาเลือกบริษัทของไทยเป็นผู้ผลิตเพื่อกระจายให้ประเทศในภูมิภาคนี้ ทำไมเขาไม่เลือกบริษัทอื่นละ? เพราะบริษัทนี้มีศักยภาพในการผลิตให้เขาอย่างเพียงพอและมีคุณภาพมิใช่หรือ???” นายภราดรกล่าว (บทสัมภาษณ์จากแอสตร้าเซเนก้า ตามอ่านทีเพจ Thailand Vision)

นายภราดรกล่าวอีกว่า สั่งซื้อจากบริษัทเดียว? ก็ไม่ใช่นะ คุณก็พูดเองไม่ใช่หรือว่า 2 ล้านโดสมาจากซิโนแวค (ซึ่งซีพีถือหุ้น 15%) และหากสั่งซื้อจากซิโนแวคมากๆ คุณก็จะด่าเขาว่าเอื้อประโยชน์ให้ซีพีอีกละสิ!! พ่อคู้นนนนน มากกว่านั้น คุณก็รู้มิใช่หรือว่าการเก็บรักษาวัคซีนยี่ห้ออื่น ไฟเซอร์, โมเดอร์นา มันต้องเก็บที่อุณหภูมิ -70 และ -20 องศาเซลเซียส ซึ่งจะยากมากต่อการลำเลียงขนส่ง แน่นอนเพิ่มราคาต่อโดสให้สูงขึ้น ในขณะที่แอสตร้าเซนเนก้าและซิโนแวค เก็บได้ที่อุณหภูมิตู้เย็น 2-8 องศา ทำให้บริหารจัดการได้ง่ายกว่ารึเปล่า??

นายภราดรกล่าวว่า 4.เรื่องผลกำไรขาดทุนของสยามไบโอไซเอนซ์ไม่ใช่หน้าที่ของผมที่จะไปขุดคุ้ย ผมสนใจแต่เพียงว่า แอสตร้าเซนเนก้าเขามั่นใจว่า บ.นี้สามารถผลิตของตามคุณภาพให้เขาได้ก็พอละ

“ไหนว่าทำการเมืองใหม่ บนสถานการณ์แบบนี้ สมควรหรือไม่ที่เอาข้อมูลจริงบ้าง ไม่จริงบ้าง จินตนาการเอาเองบ้างมาปั่นสังคม ผมว่าหยุดเล่นการเมืองสักพักเถอะ เลอะเทอะไปถึงวัคซีนพระราชทานนู่นนนน hate speach ลดได้ก็ลดเนอะ

“ผมยืมคำหัวหน้าผมมาใช้สะหน่อย ถ้าไม่ได้ทำ พูดอะไรก็ได้หมด มือไม่พาย ก็อย่าเอาอะไรราน้ำ”

อ่านข่าว : ‘อนุทิน’ เย้ย ‘ธนาธร’ เข้ามาบริหารบ้านเมืองให้ได้ก่อน อัด ‘มือไม่พายอย่าราน้ำ’ ปมวัคซีนโควิด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้จับตา! กสทช. ถก อย. ฟันโฆษณาอาหารเสริม ‘ถั่งเช่า’ เกินจริง
บทความถัดไป“ชายภูเก็ตประกาศขายดวงตา” ไม่โดดเดี่ยว พม. และหลายหน่วยงานเข้าช่วยเหลือทันที – มีกำลังใจสู้ต่อแล้ว