นิพนธ์ตอบกระทู้ ย้ำกทม.ให้ควบคุมป้ายโฆษณาทั่วกรุง สั่งรื้อ 8 ป้ายใหญ่รอบอนุสาวรีย์ชัยฯ

นิพนธ์ ตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ย้ำ กทม.ควบคุมป้ายโฆษณาทั่วกรุงฯ สั่งรื้อ 8 ป้ายใหญ่รอบอนุสาวรีย์ชัยฯ เข้มพร้อมฟัน ป้ายเถื่อนฐานฝ่าฝืนพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 อีกกระทู้ตอบแทน “นายกฯ”ปม ของบฯหนุนสร้างทางจ. ศรีสะเกษ

เมื่อวันที่ 21 มกราคม ที่รัฐสภา นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ตอบกระทู้แยกเฉพาะของนายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ส. กทม.พรรคเพื่อไทย ถึงการติดตั้งป้ายโฆษณาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร(กทม.)ทั้งในที่เอกชนและในที่สาธารณะ โดยนายนิพนธ์ ชี้แจงว่า กระทรวงมหาดไทยมีมาตรการในการดูแลป้ายโฆษณาต่างๆตามกฎหมายควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ก่อนดำเนินการก่อสร้างดัดแปลงอาคารซึ่งจะต้องได้รับใบอนุญาตจากพนักงานท้องถิ่น กรณีนี้หมายถึงผู้ว่า กทม. ดำเนินการแจ้งตามมาตรา 39 ทวิมีการฝ่าฝืนเจ้าพนักงานฯก็มีอำนาจออกคำสั่งทางปกครองให้ระงับการกระทำ ห้ามแก้ไขและขออนุญาต หรือให้รื้อถอนป้ายที่ฝ่าฝืนกฎหมายนั้นได้แล้วแต่กรณี จนถึงเข้าไปรื้อถอนป้ายนั้นได้เอง และดำเนินคดีอาญากับผู้ฝ่าฝืนที่มีบทกำหนดโทษทางอาญาด้วย ผู้ว่า กทม. มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร ในการควบคุมกำกับดูแลให้มีการดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย การบังคับใช้กฎหมายจึงอยู่ในอำนาจหน้าที่ของกทม.โดยตรง ซึ่งในปัจจุบันมีกฎหมายที่บังคับใช้เกี่ยวกับการควบคุมป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้าย (กรณีป้ายที่ถือเป็นอาคาร)ประกอบด้วยพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง โดยกระทรวงมหาดไทยได้ออกกฎกระทรวงว่าด้วยการควบคุมป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้ายตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร พ.ศ. 2558 กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไปในการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอนหรือเคลื่อนย้ายป้ายไว้เป็นการเฉพาะแล้ว โดยกรุงเทพมหานครต้องควบคุมบังคับใช้ให้เป็นไปตามที่กำหนด

“สำหรับบริเวณพื้นที่โดยรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ นอกจากการควบคุมป้ายแล้วกระทรวงมหาดไทยได้ออกกฎกระทรวงกำหนดบริเวณ ห้ามก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารบางชนิดหรือบางประเภทในพื้นที่บางส่วนในท้องที่แขวงพญาไท แขวงสามเสนใน เขตพญาไท และ แขวงทุ่งพญาไท แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร พ.ศ.2563 ควบคุมการก่อสร้างดัดแปลงอาคารให้มีสี วัสดุผนังภายนอกของอาคารและสีของหลังคาอาคารเป็นรูปแบบที่เหมาะสม ทั้งนี้ป้ายขนาดใหญ่ที่เป็นอาคารหรือเป็นการดัดแปลงอาคารในกรุงเทพมหานครมีมากกว่า 1,400 ป้าย กระทรวงมหาดไทยได้กำชับให้กทม.ได้ดำเนินการกับป้ายที่กระทำฝ่าฝืนพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 อย่างเคร่งครัดแล้ว พบว่ามีป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ซึ่งกระทำฝ่าฝืนกฎหมายจำนวน 248 ป้ายในจำนวนนี้เป็นป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ที่ติดตั้งบนอาคารโดยรอบบริเวณอนุสาวรีย์ชัยฯ รวม 8 ป้าย ซึ่งอยู่ระหว่างขออนุมัติรื้อถอนแล้วทั้ง 8 ป้าย โดยกทม.ได้ดำเนินคดีอาญากับเจ้าของป้ายที่กระทำฝ่าฝืนพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 แล้วทุกป้าย” นายนิพนธ์กล่าว

จากนั้นเวลา 13.30 น. นายนิพนธ์  รับมอบหมายจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมให้ตอบกระทู้ถาม เรื่องการขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อการก่อสร้างถนนในการใช้สัญจรไปมาของประชาชนในพื้นที่ อ.กันทรลักษณ์ อ.เบญจลักษณ์ อ.ศรีรัตนะ ในจ.ศรีสะเกษ

โดยนายนิพนธ์ กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยที่มีหน้าที่ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับพี่น้องประชาชน สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)ที่มีหน้าที่ในการจัดบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์สาธารณะแก่ประชาชนในพื้นที่ แต่การดำเนินการต่างๆต้องนำมาจากปัญหา และความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ซึ่ง อปท.จะกำหนดไว้ในแผนพัฒนาท้องถิ่น ซึ่งหากเกิดปัญหาเร่งด่วนประชาชนได้รับความเดือดร้อน อปท.สามารถดำเนินการได้เองโดยเป็นอำนาจของผู้บริหารท้องถิ่น เว้นแต่องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) ต้องผ่านสภา อบต.ก่อนจึงจะสามารถประกาศใช้ได้ ทั้งนี้หาก อปท.ไม่มีงบประมาณ หรืองบฯไม่เพียงพอก็สามารถขอรับการสนับสนุนงบประมาณมาที่กระทรวงมหาดไทยเพื่อเสนอขอรับสนับสนุนงบฯไปที่สำนักงบประมาณ โดยการจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนเฉพาะกิจสำหรับก่อสร้าง/ ปรับปรุง ซ่อมแซมทั่วทั้งประเทศ 3 ปี ย้อนหลังคือ ปี 2561 จำนวน 2,202 โครงการ , ปี 2562 จำนวน 3,172 โครงการ , ปี 2563 จำนวน 5,649 และปี 2564 จำนวน 7,000 โครงการ กระทรวงมหาดไทยได้จัดสรรงบฯเพื่อก่อสร้าง/ ปรับปรุงซ่อมแชมถนนให้ อปท.เพิ่มขึ้นทุกปีตามความต้องการ ของ อปท.”

“ ในส่วนถนน 3 สายดังกล่าวขณะนี้ อบจ.ศรีสะเกษได้เข้าไปดำเนินการเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในการใช้ถนน และได้นำเครื่องจักรเข้าไปดำเนินการ เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 โดยใช้วิธีการเกรด บด อัด เพื่อให้สัญจรไป-มา ได้สะดวกขึ้น และองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ ได้จัดทำโครงการซ่อมแซมปรับปรุงเพื่อบรรจุเข้าแผนพัฒนาท้องถิ่นประจำปี พ.ศ. 2561 – 2565 อีกด้วย” นายนิพนธ์กล่าว

 

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon